การแปลความต่างภาษา ในต่างบ้านต่างเมือง และไม่ถามรายละเอียด ก็สร้างความตื่นเต้นให้ได้
  • ในฐานะหัวหน้าคณะควต้องรอบคอบ วางแผน และสื่อความให้ชัดกว่านี้ คือสิ่งที่เป็นบทเรียนที่น่าตื่นเต้น(เล็กน้อย)สำหรับผม
  • กล่าวคือเย็นนี้ ครูใหญ่หม่าขับรถพาเราไปRestuarant ที่นอกเมือง อยู่ในหมู่บ้านเก่าแก่จริง ๆ แต่ก่อนถึง ครูใหญ่หม่าซึ่งพูดอังกฤษไม่ได้เลย ยกเว้นคำที่ใช้บ่อยๆ ทั่วไป แกบอกว่า ดปรแกรมอาหารค่ำวันนี้เปลี่ยนแปลง จะพาไปร้านอาหารนอกเมือง โดย "Volunteer Paid" คำเหล่านี้ เลขาสาว คุณ หลิว(Miss Jang Yu) เป็นผู้บอกเราเป็นภาษาอังกฤษ ผมเองก็ได้ยินพร้อมรองผอ.ประพล ที่ไปด้วยกัน ด้วยความเหนื่อย และเพลีย เลยไม่ได้ถามกลับว่า หมายความว่าพวกเราจ่ายใช่หรือไม่ เอาวะ อย่างไงไปถึงแล้วค่อย ๆ แจ้งต่อ ๆ กัน ลองรวมเนกันดู การ์ดวีซ่าก็มื รองพลก็มี แต่ว่าร้านเป็นแบบไหน รับการ์ดหรือไม่ ผมก็ยังกังวลอยู่เล็ก ๆ ทานอหารแบบจีนกับข้าวเยอะมาก (คนจีนต้องกินให้เหลือ)

  • พอไปถึง คุณหม่าก็บอกว่าเรามาอยู่หลายวัน อีก 1 วันก็จะกลับแล้ว ให้ครูไทยนั้งโต๊ะแยกจากครูจีน จะได้คุยกันเต็มที่ ต่อมาก็พาเจ้าของร้านซึ่งเป็นเพื่อนคุณมามาแนะนำให้รู้จักว่าคนนี้คืออาสาสมัคร ช่วยงานโรงเรียนและเป็นศิษยืเก่าโรงเรียนหนานไถ่ด้วย จึงถึงบางอ้อว่า คนนี้เองที่จะเลี้ยงข้าวเราวันนี้
  • หลังจากนั้นผมกับรองพล และน้องชายครูหวางดง ก็ชนแก้วกันจนเมาไปข้างหนึ่ง คำที่ผมใช้เริ่มอิตในหมู่เรา คือคำว่า โหย่ ยี่ ฉาง ฉุน แปลไทยว่า มิตรภาพนิรันดร อังกฤษ คือ Friendship Forever แล้วเราก็ไปชนแก้วขอบคุณเจ้าภาพ ทั้งอาสาสมัคร และครูใหญ่

นี่แหละครับ Volunteer Paid และ Miss Jang Yu ผู้แปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วผมตีความผิดเอง