
“…กำแพงอิฐถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง
และเหตุผลนั้นคือ การให้โอกาสเราได้แสดงออกมาว่า
เราต้องการสิ่งนั้นมากมายเพียงไร...”
จากส่วนหนึ่งของ “The Last Lecture”
แรนดี เพาช์
เพิ่งอ่านหนังสือ “The Last Lecture” จบ หลังจากเก็บไว้เนิ่นนานข้ามปี
กัลยาณมิตรหลายท่านคงได้อ่านแล้ว เพราะเป็นหนังสือขายดีที่โด่งดังมากในประเทศไทย ฉบับแปลโดยคุณหนูดี วนิษา เรซ พิมพ์ซ้ำถึง 22 ครั้งแล้ว
ตั้งใจจะส่งมอบหนังสือเล่มนี้ให้รุ่นน้องได้อ่านต่อ เพราะข้อคิดจากหนังสือเล่มนี้ ทำให้ได้คิดว่าเวลาสำคัญเพียงใด เราไม่มีทางทราบได้ว่าเรามีเวลาอีกเท่าใดเหลืออยู่ นอกจากนี้ยังเป็นหนังสือที่ให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตในยามวิกฤตไว้อย่างน่าคิดน่าใคร่ครวญ
สำหรับคนไม่มีรากแล้ว ส่วนที่ชอบที่สุดในหนังสือเล่มนี้ก็คือ ผู้เขียนไม่ได้คร่ำครวญหรือขอความเห็นใจใด ๆ เลย หากแต่เผชิญกับความตายตรงหน้าอย่างกล้าหาญ มีสติ และน่าชมเชยที่สุด
อ่านแล้วอิ่มใจ ส่งมอบพลังจากหนังสือเล่มนี้ไว้ให้ทุก ๆ ท่านค่ะ
(^___^)
ดอกไม้นี้มอบแด่ แรนดี เพาช์ค่ะ

สวัสดีครับ...
แวะมาทักทายครับ
มีคนเอ่ยถึงหนังสือเล่มนี้ให้ฟังหลายคนแล้ว
ว่าจะหามาอ่านเหมือนกันครับ
สวัสดีค่ะคุณหนานเกียรติ
เป็นหนังสือน่าอ่านเล่มหนึ่งค่ะ คนไม่มีรากให้ 4 ดาว
หากมีเวลาลองอ่านนะคะ
ขอบคุณที่มาทักทายค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะ แวะมาทักทายค่ะ
สวัสดีค่ะคุณปริมปราง
หลับฝันดีคืนนี้นะคะ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
เป็นหนังสือที่น่าสนใจครับ ไม่เคยผ่านตาเลย ขอความกรุณาคนไม่มีรากให้รายละเอียดเพิ่มขึ้นด้วย ขอบคุณ
สวัสดีค่ะพี่คนไม่มีราก
กอได้เปิดบ้านไว้หลังหนึ่งค่ะ ชื่อบ้านว่า คนลงกลอน กอเปิดบ้านหลังนี้ไว้เพื่อให้เพื่อนๆ ที่รักในการเขียนกลอนได้มาร่วมเขียนกลอนกันค่ะ
กอชอบอ่านและพยายามเขียนกลอนอยู่น่ะค่ะ
บ้านหลังนี้มีค่าต่อกอมากอยากให้เพื่อน ๆ มาร่วมอยู่ด้วยกันค่ะ ไม่รู้ว่าจะมีใครสนใจเข้ามาบ้าง
ในบ้านหลังนี้กอจะเริ่มเปิดห้องใหญ่ไว้ห้องแรกคือ พรรักเกลื้อน อิอิ เพื่อนรักกลอน
อยากให้เพื่อน ๆ ช่วยกันเขียนกลอนน่ะค่ะ หากใครสนใจตอบกลับหากอด้วยน่ะค่ะ กอจะให้ Username และ password ทางอีเมล์ค่ะ
การเขียนบันทึกกลอนของแต่ละคนไม่ต้องลงชื่อผู้เขียนน่ะค่ะ พอบันทึกกอลนของพวกเรามีครอบ 10 บันทึกเราก็จะมีการร่วมโหวดกลอนที่เราชอบกัน โดยที่พวกเราแต่ละคนไม่รู้เลยว่าใครเป็นเจ้าของกลอนนั้น (เพื่อน ๆ จะไม่จัดทำการโหวดก็ได้ค่ะตรงนี้เราค่อยคุยกันต่อไปในอนาคตน่ะค่ะ)
ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของบ้านหลังนี้คือ หากบันทึกไหนที่พวกเราต้องการให้มีแต่เพื่อน ๆ รักกลอนของเราเท่านั้นที่ได้อ่าน เราก็สามารถไม่แสดงบันทึกได้ แต่เมื่อเราเข้าระบบพวกเราก็จะได้อ่านกันค่ะ
บ้านหลังนี้จะสร้างความเพลิดเพลินให้กับเพื่อนรักกลอนอย่างพวกเรากันน่ะค่ะ สร้างความสามัคคี ตรงนี้ก็อยากให้เพื่อน ๆ ได้มาอยู่บ้านเดียวกัน และได้ลองทำอะไรร่วมกับกอน่ะค่ะ
กอหวังว่าคงจะมีคนสนใจเข้าร่วมกับกอน่ะค่ะ กอได้ส่งข้อความนี้ถึงเพื่อน ๆ ประมาณ 6 คนก่อน ไม่รู้ว่าจะมีใครมาร่วมบ้าง อิอิ
สวัสดีค่ะ
สวัสดี ครับ คุณคนไม่มีราก
สิ่งที่เรามองไม่เห็น หากเปรียบได้กับการมีกำแพงขวางกั้นอยู่ตรงหน้า
แม้นอยู่แนบชิด ติดกัน ก็ไม่รู้สึก
ไม่ว่าจะเป็น.. ความลำบาก ขวากหนาม หรือแม้นกระทั่งความตายในที่สุด จึงทำเหมือนที่เคยทำ อยู่เหมือนที่เคยอยู่ เพราะยังตงไม่รู้ว่าสิ่งที่มองไม่เห็นคือสิ่งใด
สิ่งสวยงาม หรือสกปรก... จึงอยู่ที่ใจเราคิด และการกระทำของเรามากกว่า
ขอบคุณ บันทึก ดี ดี เช่นนี้ นะครับ ที่ทำให้ผมคิดได้หลาย ๆ อย่าง
สวัสดีค่ะอ.พรชัย
หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องของ Randy Pausch ศาสตราจารย์ ซึ่งเป็นอาจารย์วิชาคอมพิวเตอร์ประจำมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน Pausch ในวัยเพียง 47 ปี ป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อนขั้นสุดท้ายและมีเวลาอีกไม่มากนัก เขาเลือกที่จะเล่าถึงการใช้ชีวิต (เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้แก่ลูกเล็ก ๆ 3 คน) เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2007 (ดูวิดีโอเล็กเชอร์และติดตามข่าวคราวล่าสุดของ Pausch ได้จากเว็บไซต์ของเขา-http://download.srv.cs.cmu.edu/pausch) ค่ะ
หนังสือเล่มนี้โด่งดังเนื่องจากปัจจุบันผู้เขียนได้จากไปแล้ว แต่ก่อนจากไปเขาได้แสดงความเข้มแข็งและให้แนวคิดอย่างมากมาย เขาเขียนหนังสือ ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนหลังจากการบรรยายครั้งสุดท้าย (THe last lecture) ในหัวข้อ "ทำความฝันวัยเด็กของคุณให้เป็นจริงได้อย่างแท้จริง"
วาทะที่เขาเขียนไว้ ทำนองนี้ค่ะ (ขณะนี้ไม่มีหนังสืออยู่ในมือ) "เวลาเป็นสิ่งเดียวที่คุณมีอยู่ และบางทีคุณอาจมีเวลาเหลืออยู่ไม่มากอย่างที่คิด"
หรือลองดูตามร้านหน้งสือจะเป็นหน้งสือของเครืออมรินทร์พริ้นติ้ง ร้านนายอินทร์ ค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะน้องคนลงกลอน
ขอบคุณนะคะที่ให้เกียรติและคิดถึงพี่คนไม่มีราก แต่เรื่องโคลงกลอนนี่ ต้องเกิดอารมณ์ศิลปินจริง ๆ ไม่ค่อยถนัดเลยค่ะ จะเขียนก็ได้แต่ต้องใช้เวลามาก และยิ่งช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาเลยค่ะ เปิดเทอมแล้ว ขอบายไปก่อนนะคะ
คอยเป็นกำลังใจและเชียร์ให้ค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะพี่Preeda
กำลังคิดถึงและตั้งใจจะไปทักทายพี่ค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยือนนะคะ
(^___^)
แวะมาเยี่ยมครับ
สวัสดีค่ะคุณแสงแห่งความดี
หนังสือเล่มนี้น่าอ่านมากขนาด 4 ดาวค่ะ (คนไม่มีรากให้เอง) อ่านสนุกสบาย แต่บางครั้งบางบท ก็ต้องกลั้นน้ำตาไว้เหมือนกัน ... เพราะเวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัดของชีวิต ผู้เขียน จึงทำให้ทุกวินาทีมีคุณค่าอย่างยิ่ง
ขอบคุณข้อคิดดีๆ ที่มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไว้ให้ค่ะ เห็นด้วยและน้อมนำไว้ในใจ ... สิ่งสวยงาม หรือสกปรก... จึงอยู่ที่ใจเราคิด และการกระทำของเรามากกว่า
ภาพที่นำมาฝากน่ารื่นรมย์ น่านั่งพักผ่อนค่ะ...ชอบ ๆ
(^___^)
ท่านเหรียญชัย เหรียญชัย มาวงษ์
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะคุณอิงจันทร์
คนชอบอ่านนี่ อ่านได้ในทุกสภาวะเลยค่ะ
อ่านหนังสือจนถูกบ่น ๆ วันไหนไม่มีหนังสือให้อ่านสงสัยแย่แน่ ๆ ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
ยังไม่เคยอ่านครับ
แต่ได้อ่านคำโปรยจากคุณ คนไม่มีราก
จะหามาอ่านแต่ไม่รู้จะพอหาได้หรือไม่เพราะวางแผงนานแล้ว
"ผู้เขียนไม่ได้คร่ำครวญหรือขอความเห็นใจใด ๆ เลย หากแต่เผชิญกับความตายตรงหน้าอย่างกล้าหาญ มีสติ และน่าชมเชยที่สุด"
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับโหล
วันนี้ผมออกนอกสถานที่ แวะมาทักทาย
อ่านหน้งสือเล่มนี้บ้างแล้ว ยังไม่จบ และเห็นด้วยครับ...เพราะเวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัดของชีวิตผู้เขียน จึงทำให้ทุกวินาทีมีคุณค่าอย่างยิ่ง
อยากคุยด้วยครับ คงได้โทรไปหาพรุ่งนี้
ตอนนี้อยู่ในสนามใช่ไหมคร้บ