หนังสือที่ฉันรัก

               คนไทยทุกวันนี้อ่านหนังสือน้อยมาก   จากสถิติที่ผ่านมาคนไทนเราอ่านหนังสือปีละ 7 บรรทัดสึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับประเทศกำลังพัฒนา  เพระคนสมัยใหม่นี้ความรู้นอกจากได้จากในห้องเรียนและประสบการณ์จริงแล้วเราต้องมีความรู้รอบตัวมาๆความรู้รอบตัวบางทีเราอาจไม่ได้ไปพบเห็นหรือประสบด้วยตัวเอง  แต่เราสามารถหาความรู้และท่องเที่ยวไปได้ทุกที่รวมถึงนอกโลกก็ได้สึ่งสิ่งที่ว่านี้ได้จากการอ่าน

               ฉันเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเหมือนคยไทยส่วนมากเพราะทุกวันนี้เรามีเทคดนโลยีที่ทันสมัยที่สามารถหาความรู้ความบันเทิงได้โดยไม่ต้องใช้วิธีการอ่าน  อาจจะเป็นทีวี,วิทยุ,คอมพิวเตอร์ เป้นต้น ซึ่งมันสะดวกสบายกว่าการมานั้งอ่านอาจเป็นเพราะสิ่งนี้ด้วยแล้ววอีกอย่างที่แนไม่ชอบอ่านหลังสือเพราะมันง่วงหลายคนก็เป็นแบบฉัน  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นฉันก็มีสิ่งที่ฉันชอบอ่านและผู้หยิ่งส่วนมากก็ชอบเหมือนกันคือหนังสือทำนายดวงชะตา  ร้อยละ 90 ผู้หญิงส่วนมากอ่านหนังสือพิมพ์หน้าแรกที่เปิดอ่านคือหน้าดวง  รวมถึงฉันด้วยบางคนอาจดูงมงายแต่ฉันก็เชื่อว่าคนเราทุกคนทุกวันนี้เกิดมาอยู่ภายใต้ของดวงดาวซึ่งดวงดาวก็เป้นตัวกำหนดดวงชะตาของคน  ความเชื่อบางอย่างกก็ดีบางอย่างก็ไม่ดีเราต้องรู้จักคิด  และรู้จักเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อไม่ใช้ว่าเขาว่าไงก็เชื่อเขาทักหรือไปอ่านอะไรมาแล้วเขาว่าไม่ดีก้ไม่สบายใจ  เราต้องมีวิจารนยานในการคิดการตัดสิงใน

               หนังสืออีกเล่มที่ฉันชอบอ่านคือหนังสือเกี่ยวกับต้นไม้ดอกไม่เพราะดูแล้วสบายตาสบายใจ   บางที่เราอาจจะไม่ได้เห็นต้นมันไม่ได้สัมผัสหรีอไม่ได้ปลูกแต่เราสามารถชื่นชมความสวยความงามของมันได้  และเวลาที่เราดูหรืออ่าในหนังสือรู้สึกสบายตาดี  หลงคิดบางทีเรามีบ้านเราอยากได้ต้นไม้แบบนี้มาปลุกให้ร่มรืนใครสนใจสองไปชื้อมาอ่านดู  แต่ไม่แน่ใจก็ลองหยิบมาดูก่อนก็ได้ก่อนจะตัดสินใจซื้อเพราะเล่มหนึ่งก็แพงน่าดุเหมือนกันบางที่เรามีหนังสือแบบนี้เราอาจเอามาปรับแต่งจัดสวนบ้านเราเวลาว่างก็ได้แก้เครียดกับปัญหาต่างๆ

               หนังสืออีกเล่มที่เต็มใจเสนอเป็นเล่มที่สามคือหนังสือสวดมนต์  อาจจะดูงมงายในสังคมปัจจุบันที่วุ่นวายแต่สักครั้งที่คุณแผ่เมตตาหรือสวดมนต์หรือนั้งสมาธิคุณจะรู้สึกกมีสติขึ้นมาทันที  ตอนแรกฉันเป็นคนที่ใจร้อนมากทำอะไรตามใจเวลามีคนมาตำหนิติเตียนฉันก็ไม่ค่อยพอใจพุดง่ายๆอารมณ์เสีย  แต่วันหนึ่งแนสองสวดมนต์และแผ่เมตตาทั้งๆที่ไม่มีหนังสือสวดมนต์จากนั้นฉันก็นั้งสมาธิผลที่ฉันได้รับคือใจรู้สึกจิตใจแจ่มใสสบายใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน  คิดอะไรก็คิดออกง่ายขึ้นใจเย็นขึ้น  นับจากนั้นฉันเลยสือหนังสือธรรมะและหนังสือสวดมนต์มาอ่าน  อ่านดูแล้วจะเห็นว่าทุกอย่างมันเป นสัจธรรมของชีวิต

                หนังสือทุกเล่มไม่ว่าเล่มใดผู้เขียนเขาเห็นถึงประโยชน์ของหนังสือเล่มนั้นอยู่แล้ว  จุดประสงค์ของหนังสือแต่ละเล่มก็บ่งบอกแล้ว  มันขึ้นอยู่กับเราว่าเราชอบอ่านหนังสือประเภทไหน  แต่อย่างที่บอกทุกเลล่มทุกบันทัดที่เราอ่านเราได้รับประโชนย์จากมันแน่นอน