แสงแวววาวของหิ่งห้อยในความมืดเหมือนดวงตาอันคมวาวแจ่มใสที่เคยจ้องมอง
อดีตกาลวันนั้น ฉันเหม่อมองม่านเมฆที่ปกคลุมยอดขุนเขาแถวเมืองเชียงแสนก่อนจากลา เงาหม่นปกคลุมแผ่นคลื่นขอบฟ้าซบหน้าลงซุกข้างแก้มผืนน้ำ...ความเหงาได้แทรกซึมลงที่ซอกหัวใจ
ดุจดั่งชีวิตที่ซบลงกับตักความมืดมนแห่งกองทุกข์ที่หม่นหมองทะลักท้นท่วมใจ...เมื่อจากไกลเธอ...
ยามดึกสงัด เงียบและวังเวงเดินทางเปลี่ยวอยู่เดียวดาย ผิวกายหนาวเย็น แต่ต้องเดินไปเพื่อจุดหมายให้ฝูงชนเป็นสุข
แสงแวววาวของหิ่งห้อยในความมืดเหมือนดวงตาอันคมวาวแจ่มใสที่เคยจ้องมอง...ยามดึกสงัด จะเหมือนกันมั๊ยนะ...
...............................
หยดหมึกบันทึกไว้ ในช่วงปี พ.ศ. 2529 จากเศษกระดาษ ซากรอยมุมคิดที่ฝันไป...มีวงเล็บว่า...เอาไว้แต่งนิยาย...อิ อิ อิ.
ชอบประโยค แต่ต้องเดินไปเพื่อจุดหมายให้ฝูงชนเป็นสุข ค่ะอาจารย์
แต่อดไม่ได้ที่จะลุ้นระลึก กับการตัดสินใจของคนบางคนในภาวะบ้านเมืองอืมครึมเช่นนี้
เรียนท่านยูมิ ..สำนวนอาจารย์ น่าจะเป็น นักเขียนนวนิยาย(ขั้นเทพ)เลยนะคะเนี่ย
ดุจดั่งชีวิตที่ซบลงกับตักความมืดมนแห่งกองทุกข์ที่หม่นหมองทะลักท้นท่วมใจ...เมื่อจากไกลเธอ... (เห็นภาพ เชียวค่ะ)
สวัสดีครับ คุณnaree suwan
ช่วงนี้มีข่าวสารการบ้านการเมืองแบบลุ้นระทึกจริง ๆ นะครับผม
มีความสุขมาก ๆ นะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณปิ่นธิดา
วาว ๆ คงเป็นบางเศษเสี้ยวของอารมณ์...นะครับ
เห็นภาพเธอยืนอยู่เดียวดายกลางสายฝนริมทะเล...วาว ๆ คิดได้อีกยาวไกลเลยละ...สงสารจัง...
ขอบคุณครับ
ทุกอย่างต้องเสี่ยงและคอยลุ้นจึงจะมีความหมายค่ะท่านยูมิ ไม่ว่าความรัก การงาน หรือบ้านเมืองค่ะ ลุ้นจนตัวโก่งแล้วนะเนี่ยนะท่าน
สวัสดีครับ คุณหมูจ๋า
วาว ๆ ชอบมองท้องทุ่งกว้าง ๆ ภาพธรรมชาติดี มีมุมคิดงาม ๆ
ขอบคุณครับ
ชอบมากเลยตครับ ทุกครั้งที่มาดู ประทับใจมากๆ
สวัสดีครับ คุณราชิต สุพร
ยามเช้าวันนี้ที่ ม. ทักษิณ ถิ่นเมืองสงขลา มองท้องฟ้าแจ้งจางปาง ไร้เมฆเลย ถ้าจะร้อน ๆ อิ อิ อิ
มีความสุขมาก ๆ นะครับ
ขอบคุณครับ