เสียงเหล่านี้ไม่ใช่เสียงเรียกร้องเพื่อตัวเอง แต่กระทำไปเพื่อรักษาธรรมชาติและประโยชน์ส่วนรวมแตกต่างจากเสียงของนักวิชาการที่มียศนำหน้า มีแต่เสียงของการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว โดยจุดหมายปลายทางอยู่แค่เงินเท่านั้น...ด้วยความสามารถในการปั้นผีขึ้นมาหลอกชาวบ้าน ผีตัวนั้นคือ อีไอเอ แต่น่าคิดว่าคนที่มีความสามารถในการปั้นผีได้จะต้อง.....กว่า
มุมสะท้อนอีไอเอบริษัทเชฟรอนที่กลาย
คือ ผีชนิดหนึ่งที่หลอกกลางวันและหลอกอย่างมีหลักการ
เรื่อง/ภาพ ใบไผ่ลู่ลม
ที่มา ศูนย์ข่าวพลเมืองฅนคอน ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 16 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 53
ครูบาอาจารย์ที่สอนหนังสือในรั้วมหาลัยเดี๋ยวนี้ไม่ตั้งใจสอนลูกศิษย์กันแล้วแต่ออกมาทำมาหากินรับจ้างทำ อีไอเอ โดยใช้คราบความเป็นนักวิชาการเพื่อให้สังคมเห็นว่า...เป็นกลาง!!!... บริษัท ยู เอ อี ซึ่งรวมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหิดล ตั้งเป็นบริษัทรับทำอีไอเอ พูดให้ชัดๆก็คือตั้งบริษัทหาเงินเข้ากระเป๋า
อีไอเอ คือกระบวนการที่กฎหมายกำหนดว่า กิจการใดๆตามที่กฎหมายกำหนด ถ้าสร้างขึ้นให้มีการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)ก่อน เพื่อประกอบการให้ใบอนุญาตของหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ อีไอเอคือรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หมายความว่าจัดทำแค่รายงานว่าจะเกิดความเสียหายอะไรบ้าง และจะหาทางแก้อย่างไร..แค่นั้นเอง!!!..ไม่มีความรับผิดชอบหลังจากนั้น
แค่เป็นรายงานฉบับหนึ่งเพื่อประกอบการขออนุญาต คนทำอีไอเอเมื่อทำเสร็จแล้วก็เสร็จกันไปไม่ต้องรับผิดชอบอะไร เหมือนกับบริษัทที่เป็นเจ้าของโครงการเมื่อได้ใบอนุญาตแล้วหากไม่ทำตามรายงานอีไอเอก็ไม่มีกฎหมายว่าเอาผิดได้...สุดท้ายอีไอเอคือกองกระดาษเท่านั้นไม่มีสาระของการรับผิดชอบผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องชุมชน...อีไอเอจึงไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับผู้ที่จะได้รับผลกระทบ กระบวนการอีไอเอเป็นเพียงเครื่องมือรองรับความชอบธรรมของบริษัทเท่านั้น...แล้วชาวบ้านที่ไปนั่งฟังบริษัทบรรยายรายงานสิ่งแวดล้อมเหมือนถูกหลอกให้บริษัททำตามกระบวนการ...อีไอเอจึงเป็นผีชนิดหนึ่งที่หลอกกลางวันและหลอกอย่างมีหลักการ จนน่าเชื่อ...อีไอเอจึงเป็นผีที่น่ากลัวที่สุด
อาจารย์คนหนึ่งจากบริษัท ยู เอ อี ประกาศว่า “เรา.......” “เรา.......” และมีคำว่า ’เรา’ หลายรอบในขณะที่รายงานผลการศึกษาเบื้องต้นของบริษัทเชฟรอน..ตอนหนึ่งบอกว่า “เราทำเฉพาะท่าเรือ...ไม่มีเรื่องอื่นตามมา” อาจารย์คนนี้ไม่ได้มีฐานะของนักวิชาการที่ศึกษาอย่างเป็นกลางแต่ทำตัวเป็นผู้ปกป้องบริษัทเชฟรอนแทนพนักงานบริษัทที่นั่งเรียงกันอยู่เต็มเวทีรับฟังความเห็น ทำตัวเป็นพนักงานของบริษัทคนหนึ่งเท่านั้น...เท่านั้นจริงๆๆๆๆ...ประเทศไทย!!! ธรรมศาสตร์และมหิดลให้อาจารย์เหล่านี้มาทำลายคนกลาย..คนใต้..คนคอน..ได้อย่างไร
วันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมาที่ทำการ อบต.กลาย เวทีรับฟังความเห็นของบริษัทเชฟรอนประเทศไทยเกี่ยวกับการสร้างท่าเรือที่ตำบลกลาย โดยมีบริษัทรับจ้างทำอีไอเอซึ่งคือนักวิชการทั้งหลายที่รวมตัวกัน โกงเวลาราชการมาหากินบนความหลอกลวงชาวบ้าน พยายามอธิบายว่าบริษัทเชฟรอนมาทำแค่ท่าเรือไม่ได้มาสร้างนิคมอุตสาหกรรมตามที่ชาวบ้านวิตก ออกมาปกป้องบริษัทว่าวันนี้ยังไม่ได้สร้าง ชาวบ้านอย่าได้วิตก ท่าเรือที่สร้างขึ้นจะมีมาตรการรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างดี...ท่วงทำนองเหล่านี้ไม่ใช่ท่วงทำนองของความเป็นวิชาการแต่คือการสรุปแล้วว่าบริษัทนี้ดี ปลอดภัย อย่ากังวล...ทั้งๆที่ผลการศึกษาสุดท้ายยังไม่ออกมา...อย่างนี้คือการหลอกชาวบ้าน ปกป้องบริษัท ...อีไอเอที่กลายเป็นผีร้ายเท่านั้นเอง
ชาวบ้านคนแล้วคนเล่าออกไปพูดว่านี่คือทางรอดสุดท้ายที่ชาวบ้านแถวนั้นจะต้องรักษาไว้ เพื่อให้ท้องทะเลแห่งนี้เลี้ยงอีกหลายหมื่นครอบครัว ...บริษัทเชฟรอนรวยแล้ว กลับบ้านที่อเมริกันเสียเถิด..เราไม่ต้อนรับ..เพราะว่าคุณมาอยู่ที่ตำบลกลายเกือบ 2ปีแล้วแต่ไม่เคยทำอะไรให้กระจ้างชัด คุณมีแต่ยัดเยียดเงิน สิ่งของ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับบริษัทของคุร แต่คุณไม่เคยบอกเราว่าคุณจะมาทำอะไรที่กลาย ...คุณพูดเป็นอยู่ประโยคเดียวว่า “เราจะเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน” ...แต่เราพิสูจน์แล้วว่าสองปีที่ผ่านมาคุณโกหกเราทุกวัน...คนใต้ไม่ชอบคนขี้หก เพราะมันคบไม่ได้ เชฟรอนจึงไม่ใช่เพื่อนบ้านที่ดีอีกต่อไป..นี่คือเสียงที่ชาวบ้านบอกในเวที..แต่เหมือนว่าเชฟรอนฟังแต่ไม่ได้ยิน
วันนั้นชาวบ้านเดินออกจากที่ประชุมเพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ยอมรับการเข้ามาสร้างท่าเรือของเชฟรอน และการจัดทำอีไอเอไม่มีสาระเพียงพอที่จะบอกว่าเชฟรอนจะไม่สร้างท่าเรือ เพราะผู้ศึกษาปกป้องบริษัททุกกระเบียดนิ้ว การลุกออกจากที่ประชุมจึงเป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าชาวบ้านที่กลายไม่ต้องการโครงการที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ท้องทะเลซึ่งเปรียบเสมือนชีวิตเลือดเนื้อของคนที่นั้น กล่าวถึงที่สุดท้องทะเลคือของทุกคนในประเทศนี้และมันถูกย่ำยีมามากพอแล้ว...และมนุษย์ควรหยุดการกระทำแบบนี้ได้แล้ว...คนกลายเพียงทำหน้าที่มนุษย์ที่ดีคนหนึ่งเพื่อปกป้อง ไชตอนหรือส่งเลวร้ายไม่ให้มาทำลายธรรมชาติ
ลุงดีบอกว่า “กลายสร้างมาเป็นร้อยปี เราอยู่กันอย่างสงบสุขมานาน วันนี้เราไม่ยอมให้บริษัทต่างชาติมาทำลายคนกลาย”
บังเดย์ ชาวประมงพื้นบ้านบอกถึงวิกฤติครั้งนี้ว่า “การสร้างท่าเรือของบริษัทเชฟรอนจะทำให้สัตว์น้ำสุญพันธ์ จากดินที่ขุดลอกจากร่องน้ำซึ่งมีสภาพเป็นกรด ส่งผลต่อวิกฤติอาหารในอนาคต”
อ้อม เด็กหนุ่มลุกขึ้นปกป้องน้ำมันของไทยว่า”เชฟรอนสำรวจ ขุดเจาะเอาน้ำมันไทยไปหมดเราได้ค่าภาคหลวงแค่12เปอร์เซ็นเท่านั้น อย่างนี้เราไม่ยอม”
เสียงเหล่านี้ไม่ใช่เสียงเรียกร้องเพื่อตัวเอง แต่กระทำไปเพื่อรักษาธรรมชาติและประโยชน์ส่วนรวมแตกต่างจากเสียงของนักวิชาการที่มียศนำหน้า มีแต่เสียงของการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว โดยจุดหมายปลายทางอยู่แค่เงินเท่านั้น...ด้วยความสามารถในการปั้นผีขึ้นมาหลอกชาวบ้าน ผีตัวนั้นคือ อีไอเอ แต่น่าคิดว่าคนที่มีความสามารถในการปั้นผีได้จะต้อง.....กว่า
หมายเหตุ บทความนี้ ถูกส่งมายังกองบรรณาธิการ หลังจากพิจารณาหลายๆ รอบ แม้ค่อนข้างจะแรง แต่ก็ตรงไปตรงมาดี จึงคงเอกลักษณ์และความเข้มข้นไว้ ในเนื้อหาแบบเดิมๆ ลองอ่านมุมมองและข้อเท็จจริง