ท่าเรือเชฟรอน ที่กำลังจะก่อสร้างไปทางเหนือของปากน้ำไม่กี่ร้อยเมตร ยื่นไปในทะเล ๖๐๐ เมตร ล้ำลงไปในทะเลค่อนข้างมาก ชาวประมง และพี่น้องแถบริมฝั่งเริ่มตั้งคำถามกันถ้วนหน้า ถึงผลประโยชน์และผลกระทบที่ตามมามากมาย ที่เชฟรอนตอบแบบคำถามทุบดินมาโดยตลอด และ บอกว่า มันคือ อนาคตข้างหน้าที่ไม่อาจทราบได้ ดังนั้น วันนี้เชฟรอน ไม่เคยสร้างความมั่นใจ และความเชื่อมั่นอะไรเลยต่อผลกระทบในโครงการนี้ เหมือนกับว่าต้องพยายามสร้างไปก่อน แล้วค่อยแก้ไข เยียวยาทีหลัง
ปากน้ำกลาย สายน้ำแห่งชีวิต กับการเข้ามาของท่าเรือ เชฟรอน
หลายหมื่นครอบครัวเดือดร้อน แต่ผลประโยชน์ตกแก่นายทุน
เรื่อง: สานศรัทธา
ที่มา ศูนย์ข่าวพลเมืองฅนคอน ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 15 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 53
วันก่อนต้นน้ำคลองกลาย หรือลุ่มน้ำกลาย ถือว่าเป็นคลองที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งไหลมาจากกรุงชิง สู่ ปากน้ำกลาย เมื่อก่อนต้นน้ำสายนี้ถูกระบุอยู่ในแผนการพัฒนาขนาดใหญ่ด้วย ในการเป็นพื้นที่สร้างอ่างเก็บน้ำคลองกลาย ท้ายที่สุด ถูกชาวบ้านคัดค้านจนมีอันยกเลิกไป
วันนี้ที่ปลายน้ำ ได้เป็นสถานที่ตั้งของท่าเรือขนาดใหญ่อีกครั้ง อีกทั้งมีการปรับเปลี่ยนสร้างแนวกันคลื่นบริเวณปากน้ำ ของกรมขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี อีกไม่ช้าไม่นานปากน้ำกลายก็จะเหลือที่ความทรงจำ เพราะจะไม่กลายโดยธรรมชาติอีกแล้ว เพราะแนวกันคลื่นจะเป็นตัวกั้นปากน้ำกลายอย่างถาวร
วันนี้ ท่าเรือเชฟรอน หมายมองบริเวณปากน้ำ เช่นเดียวกัน เพราะถ้าหากมีแนวกันคลื่นของกรมเจ้าท่าฯ กระแสน้ำจากคลองจะมีความแรงในการพัดพาตะกอนและทรายออกไปไกลพอสมควร ป้องกันการตื้นเขินบริเวณปากแม่น้ำได้พอสมควร จุดเริ่มต้นการพัฒนาปากน้ำนี้เอง พี่น้องแถบนี้ต้องสูญเสียเขาพนมไตรรัตน์ เพื่อนำหินและดินถมปากแม่น้ำ ชาวประมงที่หากินไกลออกไป ต้องบ่นกันทั่วว่า “เขาลูกนั้น เป็นหลักหมาย เมื่อออกทะเลไปไกลๆ ว่าบริเวณนี้อยู่ปากน้ำกลาย ทำให้ไม่หลงทิศหลงทางมานับร้อยๆปี แต่วันนี้ยอดเขาค่อยๆ ถูกเอาออกก็ต้องหาจุดหมายใหม่” ผลกระทบต่อทิศทางการพัฒนาเกิดขึ้นแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม
แต่นั่น ยังไม่หมายรวมถึงท่าเรือเชฟรอน ที่กำลังจะก่อสร้างไปทางเหนือของปากน้ำไม่กี่ร้อยเมตร ยื่นไปในทะเล ๖๐๐ เมตร ล้ำลงไปในทะเลค่อนข้างมาก ชาวประมง และพี่น้องแถบริมฝั่งเริ่มตั้งคำถามกันถ้วนหน้า ถึงผลประโยชน์และผลกระทบที่ตามมามากมาย ที่เชฟรอนตอบแบบคำถามทุบดินมาโดยตลอด และ บอกว่า มันคือ อนาคตข้างหน้าที่ไม่อาจทราบได้ ดังนั้น วันนี้เชฟรอน ไม่เคยสร้างความมั่นใจ และความเชื่อมั่นอะไรเลยต่อผลกระทบในโครงการนี้ เหมือนกับว่าต้องพยายามสร้างไปก่อน แล้วค่อยแก้ไข เยียวยาทีหลัง คำถามก็คือว่า “เราจะให้มีผลกระทบขึ้นก่อน แล้วค่อยเรียกร้องทีหลัง” หรือ “นั่งคุยข้อห่วงใย กังวลของชาวบ้านกันก่อน แนวทางเยียวยา ฟื้นฟู ที่เป็นลายลักษณ์อักษร หลักประกันที่มั่นคง ของชาวบ้าน หากคุณจะดำเนินการโครงการใดๆ ไม่ใช่มักง่าย เหมือนกับทำลูกสาวเขาท้อง แล้วบอกว่า ค่อยๆเลี้ยงไปดูไปเรื่อยๆ” เป็นชาวบ้านคนไหน คงไม่มีใครให้ลูกสาวแน่นอน เพราะไม่มีหลักประกัน ไม่มีความรับผิดชอบ หรือหากถูกทอดทิ้ง จะไปเอาความผิดที่ไหน เชฟรอน คือ คนนอก คือ คนต่างชาติ ที่มุ่งกอบโกยผลประโยชน์จากผลกระทบจากพื้นที่ เท่านั้นหรอกหรือ
ก่อนจะมาขอลูกสาว เชฟรอนต้องตอบคำถามให้หมด ต้องสร้างหลักประกันที่มั่นคง หากพี่น้องแถบนี้เขาไม่ยอมยกผืนแผ่นดินให้ ก็ต้องยอมรับกติกา ยอมรับเงื่อนไข “มาลูบหลังแล้วตีหัว” มาแจกเงิน แจกของ แล้ว บอกว่า เชฟรอนดีคงไม่น่าจะใช่ในสถานการณ์ปัจจุบัน
สิทธิของชุมชน บนรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ระบุว่า “บุคลมีหน้าที่ในการปกป้องผลประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ดังนั้นวันนี้ทุกคน มีสิทธิลุกขึ้นมาทวงถามดังๆ ว่า เอา หรือ ไม่เอา ย่อมได้ หากประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ท่าเรือเชฟรอน ก็คงยากแก่การดำเนินการ เสียงของประชาชน เสียงบริสุทธิ์ เสียงของการปกป้องทรัพยากร ปกป้องที่ทำกิน เพื่อผลประโยชน์ของคนยากคนจน ปัจจุบันท้องทะเลริมฝั่งเหลือไว้ไม่มากให้ชาวประมงเรือเล็กทำมาหากิน เราจะยกแผ่นดินทะเลแห่งนี้ ให้แก่นายทุนต่างชาติง่ายๆอย่างนั้นหรอกหรือ
คำถามที่เชฟรอนไม่เคยตอบต่อการทำลายระบบนิเวศน์ที่หน้าบ้านของเรา
๑. เชฟรอนมีท่าเรืออยู่แล้ว ๒ ท่า ทั้งที่ชลบุรี สงขลา แต่ยังมาเอาที่กลาย บอกว่าเพื่อความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ แต่ผลประโยชน์มหาศาลานับล้านๆบาท ตลอดเวลา ๔๕ ปี มันคงไม่สร้างความเสียหายต่อธุรกิจเท่าไหร่เลย แต่หากก่อสร้างที่นี่ นั่นหมายหมายว่า เราต้องสูญเสียที่ดินที่ทำกินของชาวบ้านไปเรื่อยๆ เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทเดียวเท่านั้นหรอกหรือ แต่ลูกหลานในพื้นที่อีกหลายหมื่นครอบครัวละ เราจะเพิกเฉยได้อย่างไร
๒. การกัดเซาะชายฝั่ง ที่มีความรุนแรงอยู่แล้ว หากมีท่าเรือรุกล้ำลำน้ำลงไปถึง ๖๐๐ เมตร และกองหินที่ต้องสร้างออกเพื่อขวางคลื่นลมให้ท่าเรือที่ยังไม่มีในรายละเอียดของแบบแปลนก่อสร้าง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมฝั่งจะมีความมั่นคงได้อย่างไร สูยเสียโดยธรรมชาติไม่เท่าไหร่แต่สูญเสียโดยน้ำมือมนุษย์ น้ำมือของเชฟรอน จะสร้างหลักประกันความมั่นคงได้อย่างไร ใน ๑๐ -๒๐ ปีข้างหน้า เชฟรอนกล้าที่จะทำสัญญาไหมว่า หากเกิดการกัดเซาะ ด้านเหนือและด้านใต้ ๑๐ กม. เป็นน้ำมือของเชฟรอน เป็นเพราะท่าเรือที่ขวางกั้นลำน้ำ จำเป็นต้องสร้างหลักประกันขึ้นมาก่อน
๓. ดินที่ขุดลอกร่องน้ำ จำนวนดินและทรายมหาศาลที่ต้องขุดลอกร่องน้ำบริเวณรอบท่าเรือและร่องน้ำเข้าออกไป ดินเลนจำนานนับล้านคิวส์ หากบรรทุกรถสิบล้อก็หลายแสนคัน ต้องมีการขุดลอกทุกี่วัน กี่เดือน หรือกี่ปี ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูล บอกเพียงว่าจะนำดินไปทิ้งไว้หน้าบ้านปากดวด เสาเภา ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ดินเหล่านี้จะพัดนำกลับมาถมบริเวณชายหาดการท่องเที่ยวแถวอำเภอสิชล ขนอมหรือหากตรงร่องน้ำ ดินเลนเหล่านี้จะพัดเข้าสู่เกาะสมุย อีกไม่นานหาดแถบนี้จะกลายเป็นหาดเลนเหมือนที่บ้านสะบัว ต.ท่าศาลาอย่างแน่นอน เชฟรอนจะเปิดเผยและป้องกันผลกระทบนี้อย่างไร อีกทั้งดินที่ขุดลอกขึ้นมาเป็นดินเน่าเสียจากการทับถม สัตว์น้ำจะหนีหายหมด บ้านของ กุ้ง หอย ปู ปลา จะหนีหายไปหมด เช่นกัน
๔. วัตถุระเบิด ที่เชฟรอนต้องนำไปใช้ในกระบวนการสำรวจ ขุดเจาะ ยังไม่เคยระบุไว้ใช้จำนวนมากขนาดไหน หากเชฟรอนจำเป็นต้องระเบิดหลุม นั่นหมายถึงการระเบิดพื้นท้องทะเลไปด้วย เป็นการทำลายท้องทะเลนับพันๆหลุมย่อมส่งผลสะเทือนในวงกว้าง อีกทั้งระเบิดเหล่านี้ เชฟรอนยอมรับว่ามีจริงแต่ไม่มีในเอกสารใดๆของเชฟรอนเลย หากเก็บไว้ในพื้นที่โครงการ หากมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นประชาชนที่อยู่รอบข้างจะสร้างความมั่นใจในชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างไร
๕. สูญเสียทัศนียภาพและการท่องเที่ยว ชายหาดนครศรีธรรมราช ถือว่าเป็นชายหาดที่ยาวถึง ๒๒๕ กม. แต่ไม่มีเกาะแก่ง เป็นชายหาดที่เปิดโล่งมองเห็นได้ในระยะไกลๆหลายกิโลเมตร หากมีการก่อสร้างท่าเรือขึ้นมา ทัศนียภาพย่อมอุจาดตา หากจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไปในอนาคตย่อมไม่สวยงามดุจดังเดิมอีกแล้ว ย่อมเรียกคืนความสวยงามกลับมาไม่ได้ ย่อมส่งผลกระทบโดยตรง ต่อการพัฒนาทิศทางของจังหวัดนครศรีธรรมราช
๖. มลพิษทางน้ำของเรือขนาดใหญ่ เชฟรอนใช้เรือขนาดใหญ่วิงเข้าออกวันละหลายๆ เที่ยวซึ่งเป็นพื้นที่ทำมาหากินของชาวบ้าน สัตว์น้ำที่อาศัยและมีบ้านอยู่อย่างสงบสุข หากถูกรบกวนด้วยเสียงเครื่องและใบพัดเรือจะหนีหายหมด จะเรียกความอุดมสมบูรณ์กลับมาดังเดิมคงไม่ได้ แล้วลูกทะเลที่ทำมาหากิน วางอวนบริเวณนั้น จะทำอย่างไร ทั้งอวนลอยหน้าน้ำปีละ ๘ เดือน เรือเชฟรอนจะวิ่งผ่านและทำลายเครื่องมือชาวบ้านถึง ๓๐ ปีเชียวหรือ
๗. พื้นที่ทำมาหากินและระบบบนิเวศน์ ๓ น้ำรอบท่าเรือ ปากน้ำกลาย ถือเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่หนึ่งเพราะเป็นบริเวณปากแม่น้ำ ถือเป็นบริเวณระบบนิเวศน์ ๓ น้ำ น้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม ดังนั้น เชฟรอน ต้องไม่มักง่าย ที่จะทำลายระบบนิเวศน์พื้นที่ปากแม่น้ำเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ เพราะตามหลักการทั่วไปบริเวณปากแม่น้ำ จะสร้างผลกระทบใดๆไม่ได้ เพราะจะกระทบในวงกว้าง หากเชฟรอนใส่ใจสิ่งแวดล้อมจริง พื้นที่ปากน้ำกลาย ปากน้ำแห่งชีวิตและระบบนิเวศน์ ต้องไม่มีการสร้างท่าเรือที่นี่อย่างเด็ดขาด
๘.กองปะการังเทียม บริเวณหน้าท่าตำบลกลาย อบจ.ได้วางกองปะการังเอาไว้ ในรายงายของเชฟรอน ยังไม่ได้ระบุ ว่าจะทำลาย เคลื่อนย้าย หรือมีผลกระทบอย่างไรต่อกองปะการังเหล่านี้ กองปะการังถือว่าเป็นบ้านสัตว์น้ำที่สร้างคุณค่าอย่างมากต่อระบบนิเวศน์และการทำมาหากินของชาวประมงแถบนี้มาอย่างยาวนาน เชฟรอนจะรื้อหม้อข้าวหม้อแกงของชาวบ้านหรอกหรือ หรือจะละเลยและทำไม่รู้ไม่ชี้ต่อไป
๙. แจกของ โฆษณาชวนเชื่อ เชฟรอนถือว่าเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ทรัพย์สินและผลประโยชน์ที่เอาจากประเทศไทยนับล้านล้านบาท แต่ขาดจริยธรรมและธรรมมาภิบาลขั้นพื้นฐานอย่างยิ่ง เพราะเน้นโฆษณาภาพลักษณ์ของบริษัท แจกของในงานต่างๆ รวมทั้งก่อสร้างวัตถุ ทั้งนี้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของบริษัท เพื่อโฆษราชวนเชื่อทั้งสิ้น ขาดความจริงใจต่อพี่น้องประชาชนชาวนครศรีธรรมราช เพราะขณะนี้โครงการยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ การแจกของเหมือนกับการซื้อเสียง จึงเป็นการดูถูกประชาชน ดูถูกนักการเมืองในพื้นที่อย่างร้ายแรง ความเป็นจริง เชฟรอนควรนำเสนอว่าจะดำเนินการโครงการในพื้นที่ว่าจะดำเนินการอะไรบ้าง ผลได้ ผลเสียอย่างไร ดังนั้น เชฟรอนเล่นเอาเงินฟาดหัวประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของนายทุนระดับนี้ ขาดจริยธรรมตั้งแต่ต้นจะสร้างการยอมรับได้อย่างไร
๑๐. ชายทะเลสาธารณะ ชายฝั่งทะเลถือเป็นพื้นที่สาธารณะด้วย อบต.กลาย ถือว่าเป็น อบต.ในพื้นที่ มีสิทธิในการจัดการพื้นที่สาธารณะ จะยกหรือไม่ยอมให้ใครมาจัดการก็ย่อมได้ ดังนั้น การก่อสร้างของเชฟรอน หาดทรายที่ผู้คนท่องเที่ยว พักผ่อน ทำมาหากินจะจัดการอย่างไร หรือปล่อยให้มีการปิดตาย ชายหาดถือว่าเป็นที่ดินสาธารณะ อบต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลประโยชน์ของลูกหลานในพื้นที่ ย่อมมีสิทธิ์ปฏิเสธอย่างชอบธรรมด้วย
๑๑. เป็นพื้นที่เป้าหมายเดียวกับพื้นที่สร้างนิคมอุตสาหกรรม พื้นที่ ต.กลาย ต.ตลิ่งชัน ถูกกำหนดไว้ว่าจะก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมนับหมื่นไร่ ดังนั้น เชฟรอน สร้างทางเลือกเพียงทางเลือกเดียวในการก่อสร้าง คือ พื้นที่ ต. กลาย จึงปฏิเสธความเกี่ยวข้องไม่ได้ เพราะเชฟรอนก็เป็นหนึ่งในบริษัทเอกชน ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล อีกทั้งเชฟรอนยังเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีครบวงจร มีบริษัทลูกอีกมากมาย เนื่องจากรัฐบาลมีแผนการก่อสร้างท่อส่งก๊าซ มายังพื้นที่ อ.ท่าศาลา และพื้นที่ อ.สิชลอยู่แล้ว นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังระบุพื้นที่ ต.กลาย ก่อสร้าง โรงกลั่นและโรงแยก และคลังเก็บผลิตภัณท์ปิโตรเคมี การยอมให้มีท่าเรือเชฟรอน โครงสร้างพื้นฐานแรก จึงเป็นการเปิดประตูเมือง ให้แก่นิคมอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่จะตามมาอีกมาก
หากอยากสร้าง เชฟรอนกล้าทำสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร ที่มีผลบังคับทางกฎหมาย เพื่อเป็นหลักประกันของชาวบ้านที่ว่า เชฟรอนจะไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับนิคมอุตสาหรรมที่จะเกิดขึ้น เชฟรอนสร้างจะไม่มีผลกระทบใดๆต่อชุมชน เชฟรอนสร้างไม่ม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หากให้ชาวบ้านเชื่อ ชาวบ้านมั่นใจ การทำอีไอเอ หรือที่เรียกทั่วไปว่าการทำการบ้านส่งครูโดยที่ปรึกษารับจ้างคงไม่พอ หากอยากสร้าง ต้องกล้าสร้างหลักประกันที่มั่นคงด้วย
ดังนั้น การไม่มีท่าเรือเชฟรอน คนกลาย และคนนคร ถือว่าไม่มีประโยชน์อะไรเลย ไม่มีท่าเรือเราก็อยู่สบายดีอยู่แล้ว ไม่สร้างความขัดแย้งในพื้นที่ ไม่สร้างผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เราจะยอมสูญเสียผืนแผ่นดินเพื่อประโยชน์ของนายทุนต่างชาติได้อย่างไร
ข้อเท็จจริงที่รายงานนั้นน่าเศร้านะคะ ประเทศไทยเรายังมุ่งที่จะพัฒนา โดยที่ไม่มองว่าการพัฒนาดังกล่าวเราต้องสูญเสียอะไรไป
ใช่ครับ
นายทุนต่างชาติทุ่มทุน มากมากๆๆๆ นักการเมืองเอาด้วยก็เลยเป็นแบบนี้ครับ