ค ร ก

         

         ถ้าพูดถึงภาษาไทย บางคนเริ่มทำท่าจะหลับ

บางคนหนักกว่านั้นคือเผลอหาวไปแล้วด้วย!!!!!!!!

แต่ตามความคิดของเราแล้ว เราว่าภาษาไทยน่ารักมากกกก

เพราะสามารถพลิกแพลง สับขาหลอก บางทีภาษาทำให้เราเห็นภาพได้ด้วย

ฟังสรรพคุณมามากแล้วเดี๋ยวจะหาว่าโม้.......

วันนี้เลยนำเรื่องสนุกๆที่รู้จักใช้ภาษาไทยมาพลิกแพลง เล่นคำ

 ได้อย่างน่ารัก น่าหยิกมาให้อ่านกัน

 

 

ค  ร  ก

       ไอ้กะทิ หนุ่มน้อยแห่งดงมะพร้าวเตี้ย  แอบมีความรักกับหนูแป้ง  สาวสวยประจำหมู่บ้านซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของผู้ใหญ่บ้าน  ทั้งคู่เจอกันวันลอยกระทง  และสัญญากันต่อหน้าพระจันทร์ ไม่ว่าข้างหน้าแม้จะมีอุปสรรคขวางกั้นเพียงใด ทั้งคู่ก็จะขอยึดมั่นความรักแท้ที่มีต่อกันชั่วฟ้าดินสลาย   ไอ้กะทิ ก้มหน้าก้มตาเก็บหอมรอมริบหาเงินเพื่อมาสู่ขอลูกสาวจากผู้ใหญ่บ้าน แต่กลับถูกปฏิเสธแถมยังโดนผู้ใหญ่ส่งชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธครบมือมาลอบทำร้าย  แต่ไอ้กะทิก็ไม่ว่ากระไร  มันพาร่างอันสะบักสะบอมกลับไปบ้าน นอนหยอดน้ำข้าวต้มซะหลายวัน  แต่ใจยังตั้งมั่นว่า วันหน้าจะมาสู่ขอหนูแป้งใหม่จนกว่าผู้ใหญ่จะใจอ่อน 

         แต่แล้วความฝันของไอ้กะทิ ก็พังพินาศเมื่อผู้ใหญ่ยก หนูแป้ง ลูกสาวคนสวยให้แต่งงานกับปลัดหนุ่มจากบางกอก  ไอ้กะทิ รู้ข่าวจึงรีบกระเสือกกระสนหมายจะมายับยั้งการแต่งงานครั้งนี้   ซึ่งผู้ใหญ่บ้านก็วางแผนป้องกันไว้แล้ว  โดยขุดหลุมพรางดักรอไว้ แต่แม่แป้งแอบได้ยินแผนร้ายเสียก่อน จึงลอบหนีออกมาหมายจะห้ามหนุ่มคนรักไม่ให้ตกหลุมพราง 

          คืนนั้นเป็นคืนเดือนแรม หนูแป้งวิ่งฝ่าความมืดออกมาเพื่อดักหน้าไอ้กะทิ   ไอ้กะทิเห็นหนูแป้งวิ่งมาก็ดีใจทั้งคู่รีบวิ่งเข้าหากัน  ฉับพลัน!!...ร่างของหนูแป้งก็ร่วงหล่นลงไปในหลุมพรางของผู้ใหญ่ฯผู้เป็นพ่อ  ต่อหน้าต่อตาไอ้กะทิ  อารามตกใจนายกะทิก็รีบกระโดดตามลงไปเพื่อช่วยเหลือหนูแป้ง  อารามดีใจสมุนชายฉกรรจ์ของผู้ใหญ่บ้านซึ่งแอบซุ่มอยู่   ก็รีบเข้ามาโกยดินฝังกลบหลุมที่ทั้งคู่หล่นลงไป  เพราะคิดว่าในหลุมมีเพียงไอ้กะทิผู้เดียว ... 

          รุ่งเช้าผู้ใหญ่บ้านสั่งให้ขุดหลุมเพื่อดูผลงาน  แทบไม่เชื่อสายตาเบื้องล่างปรากฏร่างของ ไอ้กะทิตระกองกอดทับร่างหนูแป้งลูกสาวของตน  ทั้งสองนอนตายคู่กันอย่างมีความสุข  เมื่อรอยยิ้มถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตา  ผู้ใหญ่บ้านรำพึงต่อหน้าศพของลูกสาวว่า.."พ่อไม่น่าคิดทำลายความรักของลูกเลย"

          ตั้งแต่นั้นมาอนุสรณ์แห่งความรักที่กระทำสืบทอดกันมาจนเป็นประเพณี ทุกแรม ๖ ค่ำ เดือน ๖ ชาวบ้านที่ศรัทธาในความรักของไอ้กะทิ กับ แม่แป้ง ก็จะตื่นตั้งแต่เช้ามืด เข้าครัวเพื่อทำขนมที่หอมหวานปรุงจากแป้ง และกะทิ บรรจงหยอดลงหลุม  พอสุกได้ที่ก็แคะจากหลุม แล้วนำมาวางคว่ำหน้าซ้อนกันเป็นสัญลักษณ์ว่า "จะได้อยู่ร่วมกันตลอดไป"  ขนมนี้จึงถูกเรียกขานกันในนาม "ขนมแห่งความรัก" หรือ ขนม คน-รัก-กัน ต่อมาถูกเรียกย่อ ๆ ว่า 'ขนม ค-ร-ก' นั่นเอง

ที่มา; www.everykid.com/nitan2/thelover/index.html

 

ต้องขอบคุณพ่อแป้งกับแม่กะทิเค้าจริงๆที่ทำให้ได้กินขนมครกจนทุกวันนี้ (หุหุ)

 

 

 

สระ กับ สระ

         สระ  กับ สระเป็นพี่น้องกันแต่ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นพี่หรือน้อง
เพราะพวกเขาเกิดพร้อมกัน  มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกัน
ถ้ามายืนคู่กัน \"สระ\" กับ \"สระ\"
จะไม่มีใครบอกได้ว่า สระ ยืนซ้าย หรอ สระ ยืนขวา (งง แหะ)
สระกับสระ มักอาศัยความเหมือนแกล้งคน
เมื่อเล็กๆ สระกับสระไปแกล้งใครก็ดูน่ารัก แต่พอโตขึ้นก็กลายเป็นความน่ารำคาญ
ดังนั้นพวกเขาจึงถูกไล่ออกจากหมู่บ้าน จนกว่าจะสามารถทำคุณประโยชน์ได้
สระ ชอบใช้แรงงาน ชอบขุดบ่อ  แอ่งน้ำ เพื่อกักเก็บไว้ใช้ในหน้าแล้ง
ส่วน สระ ชอบสอนหนังสือ

 ผลงานคือครูสอนเด็กตระกูลพยัญชนะทั้ง 44 คน จนออกเสียงได้     
เช่น ก + อะ=กะ
ตั้งแต่นั้นเมื่อมีใครพบสระอยู่ริมน้ำ
หรือพบสระที่อยู่กับเด็กๆ
ก็จะบอกได้ว่าใครเป็น สระ  ใครคือ สระ  

ที่มา; นิทานบัวไร

 

"แต่ตอนนี้เรายังแยกไม่ออกระหว่างสระกับสระเลย"