ประเด็นที่ 8 อภิปรายเรื่อง เด็กโง่กับเด็กฉลาดมีลักษณะเช่นไร 1. ให้บอกลักษณะทั้งเด็กโง่กับเด็กฉลาด ภายใน 1 ข้อคิดเห็นเลยนะครับ 2. ทำคนละ 1 ข้อคิดเห็นนะครับ
เด็กโง่ : ไม่สนใจการเรียนการสอนทั้งที่ครูผู้สอนได้ตักเตือนก็ยังไม่สนใจ และผลการเรียนก็ยังไม่ดี
เด็กฉลาด : เด็กที่สามารถเข้าใจในการสอนของครูผู้สอน แม้จะไม่เข้าใจก็พยายามสอบถามและทำความเข้าใจ
เด็กโง่:ด็กขาดความสามารถขาดความเชื่อมั่น จึงไม่กล้าแสดงออกและไม่อยากเรียนรู้ต่อสิ่งต่าง ๆ
ด็กฉลาด :มีความเชื่อมั่นความสามารถในตนเอง จึงเกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
เด็กโง่ : ไม่สนใจใฝ่รู้ ไม่มีการประยุกต์นำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เชื่อในสิ่งที่ฟังโดยไม่คิดไตร่ตรอง
เด็กฉลาด : ใฝ่รู้ใฝ่เรียน นำความรู้ที่ได้ไปปรัใช้ในชีวิตประจำวันได้ รู้จักคิดแยกแยะสิ่งต่างๆ รู้จักคิดอย่างมีวิจารณญาน
เด็กโง่ : เด็กที่สอนแล้วไม่เคยจำ ไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
เด็กฉลาด : เรียนรู้ได้เร็ว ความจำดี กระตือรือร้น เก่งวิชาการและประสบการณ์
เด็กโง่ : เด็กที่มีพัฒนาการทางด้านความคิดและสติปัญญาช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน
เด็กฉลาด : เด็กที่มีพัฒนาการทางด้านความคิดและสติปัญญาดี มีไหวพริบปฎิภาณดีทั้งในด้านความคิดและการกระทำ
เด็กโง่ คือ เด็กที่ไม่มีการคิดและวิเคราะห์มี่แต่รับอย่างเดียว
เด็กฉลาด คือเด้ก ที่มีการคิดเพื่อทำการวิเคราะห์หาเหตูและผลที่ตามมา และกระทำการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง
เด็กโง่ เด็กที่มีสติปัญญาช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน
เด็กฉลาด เด็กที่มีพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว มีความจำดี
เด็กโง่ : พัฒนาการทางด้านร่างกายและสติปัญญา จะช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน สมาธิสั้น ไม่จดจำในสิ่งครูสอน
เด็กฉลาด : เป็นคนช่างสังเกต มีความรู้สึกไว และรับรู้ได้เร็ว สามารถเรียนรู้ได้ดีและเร็ว
เด็กโง่ : เด็กที่มี IQ หรือความสามารถทางเชาว์ปัญญาน้อยกว่าเด็กในวัยเดียวกันมาก
เด็กฉลาด : เด็กที่มี IQ หรือความสามารถทางเชาว์ปัญญามากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน
เด็กโง่ : เด็กที่มีพัฒนาการทางด้านสมอง สติปัญญา ช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกันในทุก ๆ ด้าน
เด็กฉลาด : เด็กที่มีพัฒนาการด้านสมอง สติปัญญา เร็วกว่าเด็กในวัยเดียวกันในทุก ๆ ด้าน
เด็กโง่ :เด็กที่มีพัฒนาการทางด้านร่างกายและสติปัญญา จะช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน เชื่องช้า คิดช้า
เด็กฉลาด : เด็กที่มีพัฒนาการทางด้านร่างกายและสติปัญญา มีความรู้สึกไว
และรับรู้ได้เร็ว สามารถเรียนรู้ได้ดีและเร็ว
เด็กโง่ : เด็กที่ไม่ใส่ใจการเรียน ชอบทำแต่เรื่องไม่ดี ไม่เคารพครู อาจารย์
เด็กฉลาด : เด็กที่ตั้งใจเรียน ใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ ทำผิดแล้วปรับปรุงแก้ไข
เด็กโง่ : เด็กที่มีพัฒนาการทางด้านการเรียนรู้ช้า กว่าเด็กในวัยเดียวกัน
เด็กฉลาด : เด็กที่มีการเรียนรู้เร็วกว่าเด็กในวัยเดียวกัน มีความใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
ลักษณะของเด็กฉลาดนั้น ถ้าจะมองในแง่ภาพรวมแล้ว จะมีลักษณะ 4 เรื่องที่โดดเด่นกว่าเด็กปกติ ดังนี้
1. ภาพพจน์ที่ดีต่อตัวเอง เด็กจะมองตัวเองว่าเป็นคนที่มีความสามารถเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่คิดว่าตัวเองเป็น
คนล้มเหลวทำอะไรไม่สำเร็จ ข้อนี้เป็นปัจจัยพื้นฐานที่จะทำให้เด็กพัฒนาต่อไปได้ดี
2. มองปัญหาได้อย่างเหมาะสม เด็กฉลาดมักจะมองเห็นปัญหาที่น่าสนใจอยู่เสมอ ในขณะที่เด็กอื่นมองข้ามไป
หรือมองไม่เห็นความน่าสนใจนั้น ๆ เด็กจะเรียนรู้ปัญหาและ แก้ปัญหา และสามารถเอาชนะปัญหานั้นได้ เมื่อพิชิต
ปัญหาได้แล้ว ก็มองหาปัญหาอื่น ๆ ต่อไป เช่น การฝึกสมองประลองปัญหาตลอดเวลา
3. รับรู้ปัญหาได้ตามความเป็นจริง ไม่คิดว่าปัญหานั้นยากหรือง่ายเกินไป เด็กจะเรียนรู้จากการคิดและลองทำดู
โดยไม่มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ความวิตกกังวล คำพูดของคนอื่น ฯลฯ ดังนั้นเด็กจึงแก้ปัญหาตามปัจจัยที่มี
ของปัญหาโดยตรง ไม่มีอคติใด ๆ
4. สามารถทบทวนสิ่งที่ทำไป เด็กฉลาดจะมีการตรวจสอบการแก้ปัญหาของ ตนเองอย่างเป็นขั้นตอน เมื่อพบข้อผิดพลาด
จะแก้ไขทันที หรือเมื่อได้รับข้อมูลใหม่ จะนำมาพิจารณาและปรับปรุงการแก้ปัญหาให้ดีขึ้น จะมีการตรวจทานผลลัพธ์อยู่เสมอ ผิดกับเด็กอื่นที่อาจจะทำเสร็จแล้วปล่อยทิ้งไปเลย
ส่วนลักษณะของเด็กโง่นั้นจะตรงข้ามกับลักษณะของเด็กฉลาด คือ ไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง เรียนรู้ได้ช้า รับรู้ได้ช้า ฯลฯ
ชื่อ พิมประภา ธีระวาสน์
เด็กโง่ : เด็กโง่จะไม่ยอมรับรู้อะไรเลย มีความคิดที่อยากจะเล่นไม่อยากเรียน
เด็กฉลาด : ชีวิตก็จะเป็นวิชาการตลอดเวลา ในบางครั้งก็โลกส่วนตัวสูง
อนุสรณ์ ถนอมบุญ
เด็กโง่:เด็กที่มีการแสวงหาในเรื่องสิ่งใหม่ๆ มุ่งมั่นกับสิ่งนั้นๆ ไม่มีการยอมรับความคิดของคนอื่น
เด็กฉลาด:มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ยอมรับสิ่งใหม่ๆ
เด็กโง่ : เป็นเด็กที่ไม่ชอบถาม เงียบไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง เรียนรู้ได้ช้า รับรู้ได้ช้า
เด็กฉลาด : เป็นเด็กที่กล้าแสดงออก ชอบสังเกตและถามบ่อยๆ มีความจำดี มีการพัฒนาทางด้านสติปัญญา รับรู้เร็ว
ปัจจัยที่ทำให้เด็กโง่คือ 1.ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมของเด็กนั้นๆ 2. ปัจจัยด้านครอบครัว 3. วัฒนธรรมและความเชื่อ เพราะเขาไม่มีโอกาสที่เรียนรู้สิ่งดีๆๆหรือ อาจเป็นคนที่ไม่มีการแสวงหาความรู้ที่อยู่ใกล้ตัว
ปัจจัยที่ทำให้เด็กฉลาด 1. เขาได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ครอบครัวที่อบอุ่น ที่คอยช่วยสอนและดูแลอย่างใกล้ชิด และมีการกล้าแสดงออกในทางที่ดีงามตามมา
ขอบคุณคะ
นางสาวปัญชรีย์ วชิรถาวรชัย
เด็กโง่ คือ เด็กที่เรียนรู้ได้ค่อนข้างช้า และไม่ค่อยมีความรับผิดชอบต่อการเรียน ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง
ไม่สนใจเรียน ชอบเล่นในเวลาเรียน และนั่งหลับอยู่เสมอๆ เด็กขี้เกียจมาเรียนหนังสือ เบื่อหน่ายการเรียน
เด็กกลุ่มนี้ชอบเก็บตัว เช่นอยู่ตามมุมห้องเรียน หรือหลังห้องเรียนเพื่อหลบสายตาครู
ปัจจัยที่ทำให้เด็กโง่ คือ 1 ขาดการกระตุ้นทางความคิดจากผู้ปกครอง และครู ขาดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
2. เด็กไม่ได้ฝึกฝนทักษะทางการคิด ไม่ชอบคิด ชอบแต่ทำตามคนอื่นอย่างเดียว
3. เด็กไม่เห็นคุณค่าของการศึกษา ไม่รู้่ว่าจะเรียนไปทำไม
4. เด็กขาดการใฝ่รู้ ไม่รักการเีรียนรู้และโอกาสที่จะก้าวหน้า ทางการเรียนหรือเรื่องอื่นๆ
5. สิ่งแวดล้อมรอบตัวไม่เอื้ออำนวยต่อการเีรียนรู้ เช่น พ่อแม่หาเช้ากินค่ำ ไม่มีเวลาเอาใจใส่ดูแลลูก
เด็กฉลาด คือ เด็กที่ชอบคิดและทำอะไรด้วยตัวเอง ไม่ชอบพึ่งพาคนอื่น มั่นใจในตัวเองสูง ใฝ่หาความรู้และสิ่งแปลกใหม่ให้ตัวเองเสมอๆ ช่างซักถาม ขี้สงสัย ช่างสังเกต
ปัจจัยทีี่่ทำให้เด็กฉลาด คือ 1. พ่อแม่เอาใจใส่ เสริมสร้างความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ให้ลูก ปลูกฝังความมีวินัย
เช่น สรรหาสิ่งดีๆมาให้ลูก เช่น เอาหนังสือดีๆมาให้อ่าน หาหนังดีๆมาให้ดู
หาที่เรียนเสริมความรู้ เข้าค่าย ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับคนอื่นอยู่เสมอ
2. พ่อแม่และครู ไม่เบื่อหน่ายในการตอบคำถามของเด็กช่างรู้ ช่างถาม
3.พ่อแม่และครู กระตุ้นความยากรู้อยากเห็นของเด็กอยู่เสมอ
4. เด็กมีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่และโตกว่าอายุ รักที่จะเรียนรู้และรักความก้าวหน้า เพื่อพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
5. สภาพแวดล้อมของเด็ก ถ้าเป็นลูกคนมีฐานะดี จะได้รับการศึกษาที่ดี และเด็กก็จะฉลาดตามไปด้วยเพราะพ่อแม่มีเงิน ที่จะส่งให้ลูกเรียนรู้อะไรได้หลายอย่าง เช่น เข้าโรงเรียน นานาชาติ ออกค่าย เป็นต้น