การตี มีผลต่อพฤติกรรมของเด็ก

      วิทยากรในวันที่ 3  ได้สะท้อนผลของการตี หรือ ผลของการใช้ความรุนแรงทั้งกาย วาจา ด้วยการแสดงท่าทางบทบาทสมมติในภาพนี้ ครับ

 

                   พอเดาได้นะครับ  ว่าใครเป็นครู   ใครเป็นนักเรียน

 

          คุณครูยืนชี้นิ้วไปที่นักเรียน  เอามือเท้าเอว  

 

         นักเรียนนั่งคุกเข่า  มือข้างขวาแบมือไปยังคุณครู   มือข้างซ้าย  ซุกอยู่ข้างๆ  และชี้นิ้วไปที่คุณครู

 

        มองภาพแล้ว เดาออกไหมครับ  ต้องการสื่อถึงอะไร

 

          วิทยากรบอกให้ทั้งคู่  ค้างท่านี้ไว้นานๆ  ขณะที่ค้างก็ให้สังเกตดูความรู้สึกของตัวเองไปด้วยว่าอยู่สภาพนี้มีความรู้สึกอย่างไร 

 

        ความรู้สึกของคนที่แสดงคุณครู  คือ  ต้องการให้นักเรียนเป็นไปตามที่ตัวเองต้องการ  ต้องการให้ได้ดั่งใจ  เมื่อไม่ได้ดั่งใจ  ก็ต้องดุ ต้องด่า  ต้องตี  เพื่อให้นักเรียนมีพฤติกรรมตามที่ตัวเองต้องการ  ถึงแม้จะตี  แต่ก็ตีเพื่อให้อยากได้ดี  ความรู้สึกของตัวเองขณะนี้  ลึกๆแล้ว รู้สึกไม่ดีเลย ที่ต้องใช้อำนาจกับเด็ก   ความรู้สึกนี้  บางทีอยู่กับตัวเองข้ามวันข้ามคืน   

 

        วิทยากรถามความรู้สึกของคนที่เป็นนักเรียน บอกว่ารู้สึกไม่ดีเลย  รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ไม่มีความสามารถ  สิ้นหวัง ท้อแท้  หัวใจห่อเหี่ยว  วิทยากรได้เสริมเติมเต็มว่า  ท่าของนักเรียน คือ  เป็นท่าสยบยอม  ผายมือสยบยอมต่ออำนาจของครู  เพื่อความปลอดภัย  เพื่อเอาตัวรอด   ในขณะที่อีกมือหนึ่งแอบชี้นิ้ว นั่นคือ  จดจำความรุนแรงทั้งกายและวาจาที่คุณครูกระทำต่อเขา  

 

         ขณะที่ท่าเท้าเอวของครู คือ ท่าการใช้อำนาจ  การตำหนิติเตียน การดุด่าว่ากล่าว การลงโทษ

 

       ครับ  ท่านวิทยากรให้ความรู้ด้วยกระบวนการดังกล่าว  ก็ทำให้ผู้เข้าประชุมได้สะท้อนความคิดเห็นด้วยการตระหนักและเห็นโทษภัยของการใช้อำนาจ  เป็นเรื่องที่ส่งผลมาไม่ดีเลย ทั้งครู ทั้งเด็ก

 

       ในห้องเรียน  ถ้าครูและเด็ก  มีปฏิสัมพันธ์กันด้วยท่าท่างดังกล่าวอยู่เป็นประจำ   ที่เห็นชัดๆ คือ ก็จะทำให้ เด็กคิดไม่เป็น หรือ ไม่ต้องคิด   (ตรงกับที่ต่างประเทศเขามองว่าความสุขของคนไทย คือ ไม่คิด)  ต้องรอรับการสั่งการจากครู   สยบยอมต่ออำนาจของครู   ขณะที่สยบยอม ก็จะเก็บกดเอาไว้เป็นรอยแผลในใจ  อยู่ในจิตใต้สำนึก รอวันปะทุออก  เมื่อมีโอกาส

 

      ขณะที่คุณครูเอง  ก็สั่งสมการใช้อำนาจจนคิดว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องไปโดยไม่รู้ตัว  

 

      ครับ การตี  ส่งผลดีในระยะสั้น   แต่จะแปรผัน  ส่งผลเสียในระยะยาว

 

       จะให้เข้าใจเรื่องนี้  ต้องมองคนแบบ "ภูเขาน้ำแข็ง" ครับ