คนอย่างลุงวิน ไม่พลิก ไม่เปลี่ยน เด็ดขาด อยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนเสมอ ชีวิตนี้ยอกแลกด้วยชีวิต พลีชีพก็ยอม หากประชาชนและพี่น้องให้ทำ”

ลุงวิน คนกล้า ท้าชนไปไหน ไปหมด  เรื่องอนุรักษ์ทรัพยากร 

เรื่อง/ภาพ : สานศรัทธา
ที่มา ศูนย์ข่าวพลเมืองฅนคอน ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 15 ธันวาคม 52 – 15 มกราคม 53
 
                ชายฉกรรจ์ ร่างกายสูงใหญ่ เต็มไปด้วยอุดมการณ์ และความห้าวหาญ ทำเรื่องอนุรักษ์ป่าชายเลน ต่อสู้เรื่องประมงชายฝั่ง และสิ่งแวดล้อมมากว่า ๑๕ ปี
               “ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า สวัสดี”  นี่คือคำพูดที่ต้องพูดก่อนทุกครั้ง
                “ผมอยู่ ๒ กระทรวง ๒ กรม คือกระทรวงทรัพยากรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็น ทสม. และของกรมประมง เป็นประมงอาสา”  แม้จะเป็นแค่อาสาสมัครเล็ก แต่คนหัวใจโตสร้างคุณค่า และคุณาปการทางสังคมมาอย่างยาวนาน
                คนนั้นเป็นใครไม่ได้ นอกจากลุงวิน จินดานิล คนกล้า ท้าชน แห่งสิชล และนครศรีธรรมราช ในเวทีที่ต้องการประชาชนเข้าร่วม แค่รู้ข่าว ได้ถุงยาเส้น และเงินค่ารถโดยสารติดกระเป๋าไม่กี่บาท พร้อมเดินทางทันที
                “ลุงวิน ให้เขาเชิญแล้วไปหมด ไม่เชิญถ้ารู้และเกี่ยวข้องก็ไป  ไปแล้วต้องได้แหลง (พูด) ไม่งั้นกลับมานอนไม่หลับ ปากเขามีไว้ให้แหลง ถ้าไม่ได้แหลงไปทำไหร”  ดังนั้นไปเวทีไหนๆ ลุงวิน กล้าพูด กล้าชน กล้าแสดงออก เพราะมีข้อมูลต่างๆ ชัดเจน
                แล้วลุงวินเป็นใคร มาจากไหน หลายๆคนคงอยากรู้จัก หน่วยงานรัฐบอก เป็นนักพัฒนาเอกชนก็มี (เอ็นจีโอ) หลายคนบอกเป็นข้าราชการเกษียณ หลายคนบอกเป็นนักประชุม  แต่ก็มีหลายๆคนบอกว่าแกบ้า.....เพราะชีวิตแกไม่เห็นทำอะไร เห็นทุกเวที ค้านโน่นค้านนี่ ต่อต้านสิ่งไม่ถูกต้องไปทั่ว นั่นคือ มุมมองของหลายๆ คน แต่ที่แน่ๆ ลุงวิน คือ นักอนุรักษ์ตัวยง ยากที่ใครทัดเทียมในยุทธจักรนคร
                “ลุงไม่มีปัญหา  ทำอะไรก็ได้ เพราะเมียรวย เมียเข้าใจ”  ผมเลยมีโอกาสเข้าไปเที่ยวที่บ้าน ถามไปถามมา ปรากฏว่า เมียแก รวยจริง เพราะชื่อ “รวย” (ฮา)  “ป้าไม่รู้ทำไงกับลุงวิน ใครชวนไปไหนก็ไปหมด ห้ามแกยากแล้ว เพราะแกเป็นอย่างนี้ เป็นความสุข ไม่ไปไหนแกก็ทำงาน ทำนั่นทำนี่ ดีที่ดีไม่นอกลู่นอกทาง รักษ์สัตว์ รักษ์สิ่งแวดล้อม” ป้ารวยภรรยาเล่าความในใจให้ฟัง หันไปรอบบ้านก็เลี้ยงหมาฝรั่งหลายตัว แต่ละตัวก็อ้วนพี  “เมื่อก่อนคนแถวๆบ้านเขาไม่เข้าใจก็หาว่าแกบ้า แต่ตอนนี้เขาบอกว่า บ้าก็เข้าท่า (เข้าเรื่อง) เป็นประโยชน์ต่อหมู่บ้าน” นี่คือคำบอกเล่าของความรู้สึกคนเป็นภรรยา
                ถามไปถามมาเรื่องนี้เรื่องจริง ไปไหนไปหมดแต่ไปคนเดียว หากจะมีสักครั้งในชีวิตที่พาภรรยาไปด้วย ก็ตอนไปลุ่มน้ำปากพนังที่หัวงาน เมื่อไม่กี่เดือนนี้เอง สร้างความฮือฮาในวงการพอสมควร ที่ลุงวิน ชวนสตรีหมายเลขหนึ่งไปด้วย (ฮา)  “เวลาลุงวินไปไหนป้าไปด้วยไม่ได้ เพราะต้องเลี้ยงหลาน เคยไปแต่ปากพนังเท่านั้น ไม่ว่าลุงวินทำอะไรป้าก็ให้ทำ ลูกที่อยู่เมืองนอกก็ชอบ และสนับสนุนให้ทำต่อ ทำในเรื่องดี เรื่องที่ถูกต้องก็ให้ทำไป แต่หากแกเป็นอะไรไปก็เสียใจ แต่ก็ภาคภูมิใจที่แกเป็นแบบนี้” น้ำเสียงบอกถึงความจริงใจ เข้าใจและหนักแน่น
                เรื่องไปไหนไปหมด นี่มาจากเมื่อประมาณปี ๒๓  ลุงวินได้รับการเชิญชวนขึ้นรถ ปรากฏว่า ไปเสียหลายปี เพราะไปเป็น “คอมมิวนิสต์” นักรบปลดแอกแห่งประเทศไทย แล้วไม่กลับมาจนเพื่อที่อยู่บนเขาต้องลงมาบอกภรรยา ว่า ลุงวินสบายดีและไปดีแล้ว ไปเรียนรู้ลัทธิมาร์คอยู่หลายปี ก่อนออกมาทำงานมวลชนโดยมีเอ็มแฝด เป็นเพื่อคู่กาย ตอนอยู่บนเขา ลุงวินเองก็บุกเดี่ยวอยู่เสมอ หากมีการประชุมเพื่อปฏิบัติการใคร ที่ไหน ประชุมไม่ทันเสร็จ ลุงวินแอบหนีไปจัดการก่อนเสมอ
                ออกมาจากป่าก็ทำงานรับจ้างก่อสร้าง จนเมื่อมิถุนายน ปี ๓๗ ได้ร่วมต่อสู้การปล่อยขี้หมูให้น้ำเน่าเสีย จนมาชนะในปี ๔๑ จากนั้นต่อสู้เรื่องบบุกรุกป่าชายเลน จนผันตัวมาปลูกป่าชานเลนเป็นนิสัยจนถึงปัจจุบัน
               จากวัยหนุ่ม ย่างเข้าวัย ๖๑ จนใครๆ ก็เรียกลุงบ้าง ตาบ้าง ก็ยังคงเดินทางทำงานเพื่อประชาชน ตามอุดมการณ์เดิม จากแบกปืน มาถือถุงยาเส้น แต่พลังและความสามารถยังเต็มเปี่ยม......
                ถ้าถามว่าทำไมต้องทำ “ถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำ จะบอกให้คนอื่นทำได้ไง ใครไม่ทำก็ช่างแต่ลุงวินทำ ลุงเชื่ออย่างนี้ ใครอย่ามาห้าม ใครอย่ามาหยุด ลุงไม่เห็นด้วยกับทุนนิยม ลุงต้องทำลายมัน ชื่อ วิน อย่างไรก็ชนะ เชฟรอนก็เชฟรอน” จากคนความรู้แค่ ป.๒ แต่ยึดมั่นอุดมการณ์เต็มเปี่ยม แล้วถามว่าลุงจะทำถึงเมื่อไหร่ “ลุงจะทำจนเดินไม่ไหว เหลือแต่ปากลุงวินก็จะพูด วันนี้ลุงวิน ภาคภูมิใจมากๆ ที่เห็นเพื่อน เห็นพี่น้องลุกขึ้นมาสู้กับโครงการขนาดใหญ่ มีเรื่องๆหนึ่งที่ลุงวินภูมิใจมากๆ ที่พี่น้องประมงท่าศาลา และนายกเอ นายก อบต.ท่าศาลา ลุกขึ้นมาต่อสู้เรื่องทรัพยากร และออกข้อบัญญัติเป็นที่แรกของไทย ถ้าบ้านเราเป็นอย่างนี้หมด ลุงวินไม่ต้องเหนื่อยแล้ว”
                กว่า ๑๕ ปีที่ผ่านมา ใครจะมองอย่างไรก็ช่าง แต่เพื่อนๆรอบข้างลุงวิน เข้าใจแกเสมอ ไปไหนไม่อดข้าว แต่จะเสียวหลังอยู่เสมอๆ เพราะความมุทะลุ จริงใจ มักจะพาดพิงและโจมตีฝ่ายตรงข้ามเสมอๆ แต่ที่แน่ๆลุงวิน ไม่เคยตกเป็นเครื่องมือใคร ลุงวินมีแนวทางและความเชื่อเป็นของตัวเอง
                “คนอย่างลุงวิน ไม่พลิก ไม่เปลี่ยน เด็ดขาด อยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนเสมอ ชีวิตนี้ยอกแลกด้วยชีวิต พลีชีพก็ยอม หากประชาชนและพี่น้องให้ทำ” แม้แต่เรื่องนี้ถึงขั้นพลีชีพ มองว่าเป็นเรื่องหนัก แต่คนที่อยู่รอบข้างเชื่อว่าแกกล้าทำ
               ลุงวิน คนกล้า หาญท้าชน                               
ทั่วตำบล คนอนุรักษ์ จักถามถึง
ทุ่มเทกายจิต คิดคำนึง                      
ชีวิตนี้นึกถึงประชาชน
              หากจะมีใครสักคนในโลกนี้             
จักทำดี ในชีวิต คิดสักหน
กล้าพูด กล้าคิด กล้าท้าชน               
จารึกคน ชื่อวิน จินดานิล
                ความดีและความกล้าของคนๆเดียวคงไม่พอที่จะเปลี่ยนแปลงสังคม และต่อต้านปัจจัยคุกคามในวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมได้ นอกจากหลายๆคนจะร่วมแรงร่วมใจก้าวผ่านความเสียสละ และจิตใจที่อาสาเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมอย่างห้าวหาญ  ศูนย์ข่าวพลเมือง ฅนคอน พร้อมเป็นแรงหนุนและกำลังใจ กับทุกคนครับ