“ตอนแรกที่เขาเข้าไปสำรวจพื้นที่ให้ชาวบ้านเซ็นยินยอม ตอนหลังมารู้ว่าเป็นการสร้างเขื่อน พี่พรมีเอกสารยืนยันชัดเจนว่าเขื่อนที่จะสร้างเอาน้ำไปทำนิคมอุตสาหกรรม เราจะไม่ยอมให้สร้าง การมายื่นหนังสือคราวนี้เพื่อให้ทางราชการรู้ว่าชาวบ้านคัดค้านการสร้างเขื่อน

ชาวท่าทนรุกชลประทาน ยื่นหนังสือคัดค้านสร้างเขื่อน

 เรื่อง /ภาพ : ใบไผ่ลู่ลม
ที่มา ศูนย์ข่าวพลเมืองฅนคอน ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 15 ธันวาคม 52 – 15 มกราคม 53

 

       ประชาชนประมาณ 20 คนจาก อ.สิชลเดินทางไปเรียกร้องให้สำนักงานชลประทานที่ 15 ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.ปากพนัง        จ.นครศรีธรรมราช ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือเรียกร้องให้หยุดการสร้างเขื่อนคลองท่าทน ซึ่งขณะนี้ได้มีการศึกษาเพื่อออกแบบการสร้างเขื่อนแล้วเพื่อรองรับการเกิดนิคมอุตสาหกรรม  ชาวบ้านซึ่งเป็นคนที่ยืนหยัดในการปกป้องทรัพยากรท้องถิ่น ปกป้องบ้านเกิด ยืนยันไม่ยินยอมให้มีการสร้างเขื่อน
       เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ที่ผ่านมา ชาวบ้านจากคลองท่าทน อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือให้กับหัวหน้าชลประทานที่15 เพื่อเรียกร้องให้มีการหยุดสร้างเขื่อนโดยมีตัวแทนมารับหนังสือแทน จากการหารือร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับชาวบ้านก็ไม่ได้ข้อสรุปอะไร นอกจากการรับหนังสือไว้และจะนำเสนอต่อหัวหน้าสำนักงานชลประทานต่อไป
      รักษาการผู้อำนวยการและเป็นตัวแทนที่มารับหนังสือกล่าวว่า "เดี๋ยวนี้จะทำโครงการอะไรก็จะต้องรับฟังชาวบ้านขอให้รวมตัวกันให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง"
      ทางด้านชาวบ้านที่มาร่วมยื่นหนังสือได้แสดงความไม่เชื่อมั่นว่าหนังสือที่ยื่นไปจะได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจังหลังจากนี้จะต้องมีการติดตามกันต่อและคงกลับมาทวงความชัดเจนอีกครั้งหนึ่งเร็วๆนี้
          “ผมได้ลงลายมือชื่อเพื่อเป็นหลักฐานว่าทางราชการได้รับหนังสือไว้แล้ว และเราจะกลับมาติดตามกันต่อว่าได้มีการดำเนินการตามข้อเรียกร้องในหนังสือหรือไม่” อ.ไพบูลย์ แกนนำชาวบ้านกลุ่มรักษ์คลองท่าทน
       หากย้อนกลับไปพิจารณาการเกิดขึ้นของการสร้างเขื่อนคลองท่าทนจะพบว่า สร้างเขื่อนเพื่อเอาน้ำไปทำอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่อำเภอสิชลและอำเภอท่าศาลา ตามการวางแผนของสภาพัฒน์ฯและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งกำหนดให้พื้นที่เหล่านี้เป็นสถานที่ก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม ตามแผนงานการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้
       พื้นที่ของการสร้างเขื่อนจะพบว่าพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก ทั้งป่าไม้แม่น้ำลำคลอง เป็นแหล่งน้ำของการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งสามารถเลี้ยงดูประชากรได้นับหมื่น บริเวณสองฝั่งคลองท่าทน เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่เลี้ยงชีวิตคนหลายครอบครัว และที่สำคัญคลองท่าทนเป็นแหล่งต้นน้ำที่หล่อเลี้ยงคนข้างล่างอีกจำนวนมาก
        การสร้างเขื่อนนั้นเกี่ยวข้องกับการเกิดขึ้นของนิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอย่างแยกไม่ออกเพราะเขื่อนคือโครงสร้างพื้นฐานที่จะนำไปสู่การเกิดนิคมตามมาและในการศึกษาของกรมชลประทานก็ระบุชัดเจนว่า ต้องการนำน้ำไปสนับสนุนนิคมอุตสาหกรรม โดยการต่อท่อลำเลียงน้ำไปเก็บไว้ที่ค่าย ตชด. เพื่อจัดการส่งต่อไปยังนิคมอุตสาหกรรมต่อไป
        “ตอนแรกที่เขาเข้าไปสำรวจพื้นที่ให้ชาวบ้านเซ็นยินยอม ตอนหลังมารู้ว่าเป็นการสร้างเขื่อน  พี่พรมีเอกสารยืนยันชัดเจนว่าเขื่อนที่จะสร้างเอาน้ำไปทำนิคมอุตสาหกรรม เราจะไม่ยอมให้สร้าง การมายื่นหนังสือคราวนี้เพื่อให้ทางราชการรู้ว่าชาวบ้านคัดค้านการสร้างเขื่อน” พี่พร แกนนำอีกคนกล่าวยินยันความตั้งใจ
         แกนนำชาวบ้านยืนยันว่า  “หลังจากนี้จะกลับมาใหม่ โดยอาจจะมีการชุมนุมใหญ่กว่านี้ถ้าไม่มีการตอบสนองจากภาครัฐ ทั้งนี้เพราะว่าที่ผ่านมาคำพูดของภาครัฐยังขาดความรับผิดชอบอย่างจริงจัง การมาคราวหน้าจะระดมชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อนมาให้มากกว่านี้ เพื่อแสดงพลังให้ภาครัฐเห็นว่าชาวบ้านไม่เอาเขื่อนคลองท่าทน”
        หลังจากนี้จึงต้องติดตามดูกันต่อไปว่าการสร้างเขื่อนคลองท่าทนพี่น้องในพื้นที่จะดำเนินการอย่างไรต่อและภาครัฐจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องอย่างไร
       ในโครงการศึกษาความเหมาะสมของการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ ๒๕๕๑ (กนอ.) ระบุว่า ต้องจัดหาแหล่งน้ำเพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรมโดยระบุการจัดทำอ่างเก็บน้ำคลองท่าทน บ้านเผียนบน ต.เทพราช อ.สิชล และ การทดน้ำจากคลองพุมดวงโดยส่งทางระบบท่อ  กลุ่มบริษัทใหม่ อีก ๓ บริษัทที่ศึกษา ในปี ๒๕๔๕ ทั้งยังระบุไว้ในวัตถุประสงค์ข้อที่ ๔ ว่า เป็นแหล่งน้ำดิบสำรองในการอุปโภคบริโภคและอุตสาหกรรมต่างๆ และระบุชัดว่า หัวงานเขื่อนและอ่างเก็บน้ำฝั่งขวาอยู่ในหมู่ที่ ๑๐ บ้านเผียนบน ตำบลเทพราช และฝั่งซ้ายอยูในเขตหมู่ที่ ๑๐ บ้านวังสร้าน ตำบลฉลอง พื้นที่อ่างเก็บน้ำ ๘๕๕ ไร่ พื้นที่ก่อสร้างหัวงานเขื่อน ๓๖๐ ไร่ พื้นที่อ่างเก็บน้ำไปด้านเหนือ ๒ กิโลเมตร ประมาณ ๘๑ ไร่ อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์(C) อีก ๗๔๗ ไร่ อยู่ในเขตป่าเศรษฐกิจ (E) ความยาวเขื่อนประมาณ ๑,๐๖๐ เมตร ความสูง ๓๙.๕๐ เมตร นอกจากนี้ยังระบุเพิ่มเติมว่า บ่อพักน้ำดิบเพิ่มพื้นที่เป็น ๒๐๐ ไร่ เพื่อรองรับน้ำจากเขื่อนคลองกลายด้วยและ ยังพบการระบุไว้ในเอกสาร แผนพัฒนาจังหวัด นครศรีธรรมราช  พ.ศ. ๒๕๕๓ – ๒๕๕๖ ชื่อ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองท่าทน โครงการก่อสร้าง ๒ ชลประทานที่ ๑๕ งบประมาณ ปี ๒๕๕๔ จำนวน ๓๐๐ ล้าน ปี  ๒๕๕๕ จำนวน ๕๓๘ ล้าน ปี ๒๕๕๖ จำนวน ๕๓๘ ล้าน
        “ถ้าสร้างเขื่อนได้นิคมอุตสาหกรรมก็จะตามมาและจะสร้างความเสียหายให้กับประชาชน สิ่งแวดล้อม เพราะเราเห็นตัวอย่างจากมาบตาพุดมาแล้ว จะไม่ยอมให้เกิดขึ้นที่บ้านเรา” ลุงเอียดอดีตผู้ใหญ่ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ที่มารับหนังสือ
        ก่อนหน้านี้ช่วงต้นปี กรมชลประทานมีการออกหนังสือให้ประชาชนในพื้นที่ยินยอมเพื่อให้รังวัดที่ดิน แต่ปัจจุบันหายเงียบไปหลังจากประชาชนในพื้นที่คัดค้านอย่างหนัก