
แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 2009-11-20 09:59:02
ศูนย์นาโนมหิดลประสบความสำเร็จสร้างผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ ขยับนิ้วสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าระยะไกลแทนรีโมต หวังอำนวยความสะดวกให้คนชรา-ผู้พิการ
นายนัษฐพงษ์ ทองรอด นักศึกษาศูนย์นาโนเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ทีมวิจัยประสบความสำเร็จจากการพัฒนาต้นแบบผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ เป้าหมายเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกคนชราและผู้พิการ ให้สามารถสั่งงานควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านระยะไกล จากคลื่นสัญญาณที่ส่งออกจากผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์
ห้องปฏิบัติการวิจัยของหลายประเทศต่างสนใจพัฒนาผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะญี่ปุ่นได้เผยความก้าวหน้าในการพัฒนาผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์อยู่บ่อยครั้ง เป้าหมายของงานวิจัยดังกล่าว เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นใช้แทนมนุษย์ในงานเสี่ยงอันตราย อาทิเช่น การควบคุมระยะไกลทางทหาร เก็บกู้ระเบิดจากถุงมือควบคุมและหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่ยากต่อการคาดเดา ในส่วนของศูนย์นาโนมุ่งพัฒนาเพื่อช่วยเหลือคนชราและผู้พิการให้ใช้ชีวิตสะดวกขึ้น
"ผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์จะอยู่ในรูปถุงมือ หรือ Data Glove เป็นอุปกรณ์ส่งสัญญาณควบคุมทางไกล เพียงแค่ขยับนิ้วมือจะเกิดสัญญาณส่งไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้า การทำงานจะเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์สำหรับตรวจจับท่าทางและการเคลื่อนไหวของนิ้วมือ" นายนัษฐพงษ์ กล่าวและว่า งานวิจัยนี้เริ่มต้นจากการจำลองผิวหนังตามคุณสมบัติเชิงกล อาทิเช่น ลักษณะการงอของนิ้วมือ เพื่อศึกษาในรายละเอียด ก่อนออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมการทำงาน
หัวใจสำคัญของการพัฒนาผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ คือ ตัวรับสัญญาณหรือเซ็นเซอร์ ซึ่งจำเป็นมากสำหรับสั่งการควบคุม แต่เนื่องจากเซ็นเซอร์ที่นำเข้าจากต่างประเทศมาใช้มีราคาสูง ทีมวิจัยจึงเปลี่ยนมาพัฒนาเซ็นเซอร์ขึ้นเอง โดยอาศัยคุณสมบัติของพลาสติกหรือโพลีเมอร์นำไฟฟ้า มาสร้างเซ็นเซอร์ผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์
"เทคโนโลยีในปัจจุบันก้าวหน้า จนเราสามารถทำวงจรอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นจากหมึกพิมพ์อิงค์เจ็ตได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อเซ็นเซอร์ที่นำไปติดบนถุงมือ เกิดการงอตัวขณะกระดิกนิ้ว สัญญาณไฟฟ้าจะถูกส่งออกไปเพื่อสั่งงานทันที" เขาอธิบายและบอกว่า นอกจากผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ที่ทีมวิจัยพัฒนาขึ้นแล้ว ยังได้พัฒนาซอฟต์แวร์ หรือโปรแกรมที่ใช้ควบคุมการทำงานถุงมืออัจฉริยะด้วย
หลังจากทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของถุงมือต้นแบบ ซึ่งบรรจุผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ไว้ภายใน ปรากฏว่าสามารถใช้งานได้จริง โดยส่งข้อมูลไร้สายระยะทาง 1 กิโลเมตร ชาร์จแบตเตอรี่แบบเดียวกับโทรศัพท์มือถือ
"แม้จะได้ผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ต้นแบบที่สามารถใช้งานได้จริงแล้ว แต่ยังต้องเดินหน้าพัฒนาต่อ ในด้านประสิทธิภาพการใช้งาน ตลอดจนรูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งจำเป็นต้องปรับปรุงก่อนนำมาใช้งานจริง" นักศึกษาศูนย์นาโนเทคโนโลยีกล่าว
นอกจากนี้ ผลการพัฒนาผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ จะนำไปใช้เสริมงานวิจัยโครงการพัฒนาฟาร์มอัจฉริยะ อาทิเช่น ตรวจสอบการเจริญเติบโตของพืชไร่ โดยทำงานแทนมนุษย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในความตั้งใจของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ที่เดินหน้าพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายตัวเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเกษตร
เช่น จมูกอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ดมกลิ่นจำแนกเกรดไวน์ ระบบปลูกผักในโรงเรือน เซ็นเซอร์ตรวจวัดความชื้นในข้าวเปลือก รวมถึงโรงเพาะเห็ด ขณะที่ผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์จะเป็นหนึ่งในผลงานวิจัยที่เพื่อใช้ในโครงการนี้ด้วย