แนวคิดการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมคืออะไร
เมื่อบุคคลเกิดความคิดด้านลบต่างๆ ก่อให้บุคคลนั้นเกิดอารมณ์ที่ไม่เป็นสุขและส่งผลต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น อารมณ์เครียดง่าย วิตกกังวล กลัวสิ่งต่างๆ ส่งผลให้เกิดอารมณ์ซึมเศร้าได้
ทั้งนี้สอดคล้องกับแนวคิดของเบ็ค (Beck) ซึ่งมีความเชื่อว่า อารมณ์ซึมเศร้านั้น เป็นเพราะบุคคลมีกระบวนการคิดที่บิดเบือนอยู่ 3 ลักษณะ ได้แก่
F คิดอัตโนมัติทางด้านลบ ( Automatic thought)
F แบบแผนความคิดประจำตัวที่ไม่ยืดหยุ่น (Schemas)
F รูปแบบการคิดที่มองตนเอง มองโลก มองอนาคตด้านลบ (Cognitive triad)
โดยเบ็คเป็นผู้ริเริ่มแนวทางการช่วยเหลือเพื่อขจัดอารมณ์และพฤติกรรมต่างๆที่ไม่พึงประสงค์ เช่น อารมณ์โกรธ วิตกกังวล ซึมเศร้า เป็นต้น โดยใช้การบำบัดตามแนวคิดการปรับพฤติกรรมทางปัญญา (Cognitive Behavioral therapy) โดยมีวิธีการคือช่วยเหลือให้บุคคลนั้นสามารถแยกแยะความคิดทางด้านลบ หรือความคิดที่ไม่สมเหตุผลของตนเองและพยายามตั้งคำถามและโต้ตอบคำถามนั้นอย่างเป็นเหตุเป็นผล เป็นขั้นตอนจนเกิดความคิดใหม่ที่มีเหตุมีผลขึ้น
ความคิดอัตโนมัติด้านลบ
หมายถึง ความคิดทางด้านลบที่เกิดขึ้นเองอย่างอัตโนมัติ ซึ่งมีผลให้บุคคลนั้นแสดงอารมณ์และพฤติกรรมออกมา
คุณเคยมีความคิดอัตโนมัติด้านลบแบบนี้หรือเปล่า ?
เรามาฝึกปรับเปลี่ยนความคิดใหม่ให้มีเหตุผลกันเถอะ
คุณลองค้นหาเหตุการณ์หรือปัญหาที่ส่งผลให้คุณเกิดอารมณ์/ความรู้สึกไม่สบายใจ หลังจากนั้นลองค้นหาคำตอบต่อไปนี้
อะไรคือปัญหา ?
- แพทย์ไม่เพิ่มยาหรือปรับยาตัวใหม่
ปัญหาเกิดขึ้นที่ใดเมื่อไร?
- เกิดขึ้นในห้องตรวจในช่วงเช้า
ใครเป็นผู้ทำให้เกิดปัญหานี้
- แพทย์
คุณคิดกลัวผลอะไรที่จะเกิดขึ้นจากปัญหานี้ ?
- กลัวว่าแพทย์จะไม่ใส่ใจ กลัวถูกถอดทิ้ง
ให้คุณลองคิดดูซิว่าก่อนที่คุณจะเกิดความรู้สึกหรืออารมณ์เศร้าขึ้นนั้น ก่อนหน้านี้คุณคิดอะไรอยู่?
ความคิดอัตโนมัติด้านลบ คือ แพทย์คงเบื่อที่จะรักษาเราอีกแล้ว เพราะรักษาอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น ซึ่งเป็นความคิดที่สรุปในแง่ลบโดยไม่มีเหตุการณ์สนับสนุน
คุณจะปรับเปลี่ยนความคิดอย่างไรเพื่อให้คลายเศร้า
คุณลองคิด ดูซิว่า ถ้าคุณคิดแบบนั้นแล้วทำให้คุณเศร้า แล้วมันเกิดประโยชน์หรือไม่ ที่คุณจะคิดอย่างนั้น คุณลองปรับเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ที่เป็นเหตุเป็นผลขึ้น ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลองดูซิค่ะ ?
*แนวทางการโต้แย้งความคิดที่ไม่มีเหตุผล....ทำได้โดย: การตั้งคำถามที่ท้าทายและโต้ตอบคำถามนั้นด้วยตนเองอย่างเป็นเหตุเป็นผล ดังนี้
1) อะไรคือความคิดที่ไม่สมเหตุผลที่ต้องการโต้แย้งและยอมรับ ?
- แพทย์คงเบื่อที่จะรักษาเราแล้วเพราะเราเจ็บป่วยมานานรักษาอย่างไรก็คงไม่ดีขึ้น
(เป็นความคิดอัตโนมัติด้านลบที่คิดสรุปในแง่ลบโดยไม่มีเหตุการณ์สนับสนุน)
2) คุณมีเหตุผลที่สนับสนุนความคิดนั้นหรือไม่ (มีหรือไม่มี) : ไม่มี
3) เหตุผลที่แท้จริงของความคิดที่ต้องการโต้แย้งคืออะไร
- ไม่มีอะไรยืนยันว่าแพทย์ไม่อยากรักษาอีกแล้ว เพราะรักษาอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น เพราะแท้ที่จริงแล้ว การที่แพทย์ไม่ได้เปลี่ยนยาหรือเพิ่มยามีหลายสาเหตุ เช่น การรักษาต้องใช้เวลาสักระยะถึงจะเห็นผล ยาที่ให้อยู่มีความเหมาะสมและมีปริมาณเพียงพอแล้ว เป็นต้น
4) มีเหตุผลอื่นอีกไหม ที่ยังคงสนับสนุนความคิดเดิม : ไม่มี
5) อะไรคือสิ่งเลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้น เมื่อคุณมีความคิดที่ไม่มีเหตุผล
- กลัวถูกทอดทิ้ง กลัวไม่ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่
6) สิ่งดีๆ อะไรเกิดขึ้นเมื่อคุณไม่ยึดถือความคิดนี้ต่อไป
- ฉันสบายใจขึ้น ไม่คิดมองแพทย์ในแง่ร้าย และเข้าใจแนวทางการรักษาของแพทย์
คุณลองประเมินผลของความคิดและอารมณ์ที่เกิดขึ้นใหม่ว่าทำให้คุณสบายใจขึ้นหรือไม่
F ถ้าอารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นแสดงว่าคุณมีความคิดใหม่ที่มีเหตุผล
F
|
เราจะไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค |
ถ้าอารมณ์และพฤติกรรมไม่เปลี่ยนแปลงหรือเป็นไปในทางที่แย่ลง แสดงว่าคุณไม่สามารถขจัดความคิดเดิมได้ ดังนั้นอารมณ์และพฤติกรรมเดิมก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
สวัสดีค่ะ..คุณนิตยา..
คิดดี มีสุขค่ะ ขอให้คุณจำเนียรวดีมีความสุข สนุกกับงานนะค่ะ
สวัสดีค่ะ..คุณนิตยา
สวัสดีค่ะ..
ขอบคุณค่ะ มีข้อคิดเห็นดีมาฝากเสมอ