จิตวิทยาการขอ, psychology of persuasion
มาถึงวันนี้หลายๆคนอาจจะยังสังสัยว่า...
Blog จิตวิทยาการขอ หมายถึงอะไร ?
วันนี้มีแนวคิดมาอธิบายเพิ่มเติมค่ะ จิตวิทยาการขอ มีอะไรหลายๆอย่างคล้ายกับแนวคิด The Psychology of Persuasion จิตวิทยาชักจูงใจ (ขอ) คิดโดย Robert B. Cialdini ค่ะ
Robert B. Cialdini นักจิตวิทยาที่เชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งการชักจูง ได้แต่งหนังสือชื่อ Influence: The Psychology of Persuasion ซึ่งได้เขียนขึ้นจากประสบการณ์การที่เขาได้เข้าไปศึกษาเชิงลึก ในกลุ่มผู้ทำอาชีพต่างๆที่ต้องใช้ทักษะในการชักจูงใจคน
Cialdini ได้นำเสนอแนวคิดเรื่อง
Six "Weapons of Influence" หรือ อาวุธ 6 อย่างที่ใช้ในการชักจูงใจ คือ
1. Reciprocation -การตอบแทนแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน หรือการตอบแทนซึ่งกันและกันนั่นเองค่ะ มนุษย์เรานั้นส่วนใหญ่จะมีจิตสำนึกที่ดีกันทุกคน เมื่อเราได้รับการช่วยเหลือเราก็มักจะตอบแทนบางอย่างกลับไปนั่นเองค่ะ
เช่น ตอนที่เพื่อนเรามีปัญหาเรื่องการเงินในการทำธุรกิจเราให้เขายืมเงินไป ต่อมาภายหลังเราประสบปัญหาหมุนเงินไม่ทัน เพื่อนคนนั้นก็ให้ความช่วยเหลือเรากลับมาเช่นกัน หรือ ตอนที่ร้านค้าจัดรายการแจกสินค้าให้ทดลองฟรีแก่ลูกค้า สุดท้ายแล้วลูกค้าก็มักจะซื้อของที่ได้รับแจกไป เพราะเหมือนเป็นการตอบแทนซึ่งกันและกัน
กรณีของลูกหมีแพนด้า "หลิงปิง" ก็เช่นกัน ที่ทางการจีนได้ให้ความช่วยเหลือเรื่องวิธีการเลี้ยงดู และยอมให้ลูกหมีแพนด้าอยู่เมืองไทยได้ระยะเวลาหนึ่ง ทางประเทศไทยก็ได้จัดส่งเงินช่วยเหลือสนับสนุนแพนด้าที่เมืองจีน เป็นการช่วยเหลือตอบแทนซึ่งกันและกันนั่นเองค่ะ
2. Commitment and Consistency - การมุ่งมั่นแบบผูกมัดให้สำเร็จ และความแน่วแน่ที่ไม่เปลี่ยนแปลง เวลาที่คนเราตัดสินใจจะทำอะไรลงไปแล้วนั้นส่วนใหญ่ จะพยายามที่จะสร้างความกดดันตัวเองในด้านต่างๆ คอยหาเหตุผลมากระตุ้นหรือ สนับสนุนความคิดของตัวเอง ว่าสิ่งที่ตัวเองคิดและได้ตัดสินใจลงไปแล้วนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เป็นการบอกตัวเองว่าเราไม่ได้คิดผิด (ไม่ว่าจะถูกจริงหรือไม่ก็ตาม) และพยายามดำเนินการต่อในสิ่งที่ตัวเองได้ตัดสินใจไปแล้วให้สำเร็จลุล่วงไปให้ได้
หากมนุษย์เรามีความมุ่งมั่น รับปาก หรือสัญญาความคิดหรือเป้าหมายใดแล้วก็ตาม เขาก็จะพยายามรักษาสัญญานั้นๆไว้ ถึงแม้ว่าแรงจูงใจหรือสิ่งบันดาลใจจะถูกลดลงหลังจากได้ตกลงกันแล้ว พวกเขาก็จะยังคงรักษาสัญญาต่อไป เช่น ในการขายรถยนต์ ได้มีการตกลงถึงรายละเอียดซื้อขายไว้แล้ว ปรากฏว่าสุดท้ายแล้วถึงแม้ลูกค้าต้องจ่ายเพิ่มสูงกว่าราคาที่ตกลงกันไว้ ในตอนแรก ด้วยเหตุบางประการก็ตาม ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่ราคาที่สูงมากเกินไป ลูกค้าก็ยังคงซื้อรถคันนั้นอยู่เช่นเดิม
อีกตัวอย่างเช่น คุณต้องการไปเที่ยวต่างประเทศช่วงวันหยุด หลังจากที่คุณได้หาข้อมูลต่างๆจาก บริษัททัวร์ คุณตัดสินใจจะไปทัวร์เกาหลี กับบริษัท A ราคาแพ็คเกจทัวร์ 30,000 บาท ภายหลังต่อมาอีกวันถัดไป ทางบริษัททัวร์ได้โทรมาบอกคุณว่า ราคาทัวร์เกาหลี 30,000 ไม่สามรถจัดให้ได้เนื่องจากมีคนต้องการไปจำนวนมาก เขาจึงขึ้นราคาเป็น 32,000 บาท คนส่วนใหญ่ก็ยอมที่จ่ายและซื้อทัวร์เหมือนเดิมเพราะพวกเขาได้ตัดสินใจไว้แล้วตั้งแต่ต้น โดยพยายามหาเหตุผล หรือ ข้อสนับสนุนต่างๆมาช่วย ส่งเสริม กระตุ้น ทำให้รู้สึกว่าตัวเองได้ตัดสินใจถูกต้องแล้ว
(ดู Cognitive Dissonance การไม่ลงรอยกัน หรือความขัดแย้ง)
3. Social Proof - การพร้อมที่ยอมทำตามการยอมรับของสังคม
คนเรามักจะทำตามที่คนอื่นทำแล้วประสบความสำเร็จ เช่น เพื่อนของคุณไปติวหนังสือกับสถาบันแห่งหนึ่งแล้วสามารถสอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดังได้ คุณกับเพื่อนๆคนอื่นๆก็เลยไปลงเรียนติวหนังสือกับสถาบันนั้นบ้าง


ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
ศาสตร์นี้สามารถประยุกต์ใช้กับ "จิตวิทยาการขอ" ได้ดีเอามากๆเลยครับ ^^
ขอบคุณที่แวะมาอ่านจ้า ลองเอาไปประยุกต์ใช้ดูนะคะ
สวัสดีค่ะ
ได้ความรู้เพิ่มขึ้น เคยเหมือนกันค่ะบ่อยด้วยที่รีบซื้อสินค้าลดราคาวันสุดท้าย กลัวสินค้าหมดอดซื้อค่ะ
ขอบคุณบันทึกดีๆค่ะ
ขอบคุณ คุณ ถาวร ที่แวะมาค่ะ ยินดีและเต็มใจที่ได้แบ่งปันค่ะ
สวัสดีค่ะอร
เป็นความรู้ที่ใหม่ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ
แต่ว่า...
ทำไมเค้าชอบเลข 6 กันจังนะค่ะ ว่ามั๊ยเอ่ย
ขอบคุณมากค่ะ
_PangJung_
จงกล้า...ขอ
จงกล้า... เชิ่อ
จงกล้ารอเวลา....รับ
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณค่ะ แป้งจัง สงสัยเหมือนกัน ทำไมชอบใช้เลข 6 กันจังเลยคะ
ขอบคุณค่ะคุณ ราชิต กล้าขอ และ มีความอดทนที่จะรอผลที่ได้ เห็นด้วยค่ะ
ขอบคุณเช่นกันค่ะ คุณ มาตายี
เห็นลิ้งค์บนหัวเอ็มนึกว่ามีอะไรเด็ดๆ เลยเผลอเข้ามาครับ
อ่านแล้วดีครับ มีตัวอย่างให้ดู+อ่านเข้าใจง่าย แต่ถ้ามีรูปประกอบตัวอย่างด้วยจะดีมากๆเลยครับ เช่น ตัวการ์ตูนแพนด้าประกอบตัวอย่างแรก
ขอบคุณค่ะ พี่ปุ้ยที่แนะนำ จะลองนำไปปรับปรุงดูนะคะ ท่าทางจะชอบแพนด้านะคะ คนเชียงใหม่ ^^
อ่านแล้วได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลย
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะคะ :)