มาว่ากันต่อให้จบบทความนี้นะครับจะได้เล่าให้ฟังถึงการเดินทางไปเรียนซะที

 

3. สำนักความคิดด้านการกำหนดตำแหน่ง (The Positioning School)

                แนวคิดของสำนักความคิดด้านการกำหนดตำแหน่งมีนักวิชาการชื่อดังจาก Harvard Business School คือ Professor Michael Porter ผู้เขียนหนังสือ Competitive Advantage อันโด่งดังเป็นผู้นำ Porter เชื่อว่าเป้าหมายสูงสุดของบริษัทคือการที่บริษัทสามารถมีผลตอบแทนจากการลงทุนสูงสุด (ROI: Return on Investment) การที่บริษัทจะสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ บริษัทจำเป็นต้องมีความได้เปรียบเชิงแข่งขันที่ยั่งยืน (Sustainable Competitive Advantage) โดยการตอบสนองต่อลูกค้าด้วยคุณค่าที่คู่แข่งขันไม่สามารถตอบสนองได้ ซึ่งการที่บริษัทจะสามารถทำอย่างนี้ได้ บริษัทจะต้องกำหนดตำแหน่งของบริษัทให้อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่งขันในอุตสาหกรรมเดียวกัน ตัวอย่างของบริษัทที่ประสบความสำเร็จตามแนวความคิดนี้ได้แก่

บริษัท                           ตำแหน่งของบริษัทในอุตสาหกรรม

Gillette                    จำหน่ายมีดโกนหนวดและใบมีดโกนคุณภาพสูงใช้ได้หลายครั้ง

Bic                          จำหน่ายมีดโกนหนวดชนิดใช้แล้วทิ้งราคาถูก

Southwest Airlines    สายการบินต้นทุนต่ำ สำหรับผู้โดยสารที่เน้นเรื่องราคา

Singapore Airlines    สายการบินหรูที่มอบประสบการณ์การเดินทางทางอากาศด้วย

                             อาหารชั้นเลิศพร้อมบริการชั้นเยี่ยม

จุดแข็ง   แนวคิดของสำนักความคิดนี้เจาะไปที่ความได้เปรียบเชิงแข่งขัน(Competitive Advantage) และความเข้มงวดในการวิเคราะห์ ซึ่งเป็นแนวทางของ Professor Michael Porter ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์อุตสาหกรรมผู้เป็นเจ้าของแนวคิด Five Forces Model อันเลื่องชื่อในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

ข้อจำกัด   แนวคิดนี้ซึ่งยึดตาม Five Forces Model ถือเป็นตัวแบบที่นิ่งอยู่กับที่ (Static Model) คือ เจาะลงไปที่อุตสาหกรรมนั้นๆ ขาดการวิเคราะห์ตามความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้มองไม่เห็นแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมนั้นๆ นอกจากนั้นยังมีผู้วิพาก์วิจารณ์ว่าตัวแบบ (Model) นี้ มุ่งความสนใจไปที่ความน่าสนใจของอุตสาหรรม (Industry Attractiveness) มากกว่าการวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคเชิงลึก                                                         

4. สำนักความคิดด้านองค์การแห่งการเรียนรู้ (The Learning Organization School)

                ผู้นำทางความคิดของสำนักความคิดนี้ ได้แก่ Peter Senge (ผู้เขียนหนังสือ The Fifth Discipline), David Garvin (ผู้เขียนหนังสือ Learning in Action) และ Arrie de Gues (ผู้เขียนหนังสือ The Living Company) ซึ่งแนวคิดนี้ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของการวางแผนกลยุทธ์แบบเดิม (Traditional Strategic Planning) และนำเสนอแนวคิดที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างแนวคิดของบริษัท (Corporate Thinking) กับการปฏิบัติของบริษัท (Corporate Action) โดยยึดตามทฤษฎีของดาร์วิน ที่ระบุว่าความอยู่รอดของบริษัทในระยะยาวขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวของบริษัทอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป และการปรับตัวของบริษัทขึ้นอยุ่กับการเรียนรู้ที่มีประสิทธิผล (Effective Learning) ของบริษัท

                ความเชื่อมโยงอย่างสำคัญระหว่างการเรียนรู้กับการปรับตัวของบริษัท ทำให้บริษัทต้องหาวิธีในการสร้าง “องค์การแห่งการเรียนรู้” ขึ้น เพื่อจะเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างและแบ่งปันความรู้ภายในบริษัท ทั้งนี้ Arie de Geus เคยกล่าวไว้ว่า “ในอนาคต ความได้เปรียบเชิงแข่งขันที่ยั่งยืนของบริษัทจะอยู่ที่ความสามารถของบริษัทที่จะเรียนรู้ได้เร็วกว่าคู่แข่งขันเท่านั้น” ตัวอย่างบริษัทที่ประสบความสำเร็จโดยยึดตามแนวคิดนี้ได้แก่

บริษัท                                                     กลยุทธ์

Shell Company                              มีการวางแผนรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต

Buckman Laboratories                    สร้างระบบการแลกเปลี่ยนความรู้ที่ก้าวหน้า

                                                   เพื่อเผยแพร่แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best

                                                   Practices) ไปทั่วทั้งบริษัท

Cisco Systems                               สร้างกระบวนเรียนรู้จากลูกค้า วิศวกรและ

                                                  Suppliers แล้วนำความรู้ที่ได้มาเป็นแนวทาง

                                                  ในการจัดทำโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์      

                                                  (Product Development Program)

 

จุดแข็ง   แนวคิดนี้จะตอบโจทย์เรื่องความอยู่รอดอย่างยั่งยืนของบริษัทซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวของบริษัทผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิผล

ข้อจำกัด   มีผู้วิจารณ์ว่า ตามแนวคิดนี้บริษัทเรียนรู้แล้วมักจะหยุด ไม่สามารถที่จะนำสิ่งที่เรียนรู้นั้นไปสร้างกลยุทธ์ที่ดีได้

 

                จะเห็นด้วยกับสำนักความคิดไหนก็เชิญวิเคราะห์กันเองแล้วกันนะครับ