สิ่งหนึ่งที่เป็นพื้นฐานความรู้และทักษะที่ทุกคนควรเรียนรู้ เป็นทักษะชีวิต ที่นักศึกษาก็ควรได้เรียน คือ Positive Psychology ถือเป็นพื้นฐานสำหรับชีวิตอันอุดม ชีวิตสร้างสรรค์ ชีวิตที่มีความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชีวิตที่มีความสุขเพื่อผู้อื่น

          ผมเคยเขียนเรื่องนี้เมื่อกว่าปีครึ่งมาแล้วที่นี่   วันนี้ได้หนังสือ Changing Lives, Changing Communities : How the Mae Fah Luang Foundation inspired us to change the world 2010   มาจาก มรว. ดิศนัดดา ดิศกุล   อ่านแล้วติดใจมาก เพราะได้ทราบว่าที่ NYU มีรายวิชาเรื่องนี้ และผมกลับมาบ้านมาค้น อินเทอร์เน็ต พบรายวิชา  Social Entrepreneurs : Change the World Through Coaching and Social Action อ่านได้ที่นี่   เท่ากับเป็นวิชาที่สอน นศ. ระดับปริญญาตรีให้เป็นนักเปลี่ยนแปลงโลก   ผมอ่านรายละเอียดของรายวิชาคร่าวๆ แล้ว อยากให้เมืองไทยเรามีวิชาเลือกนี้บ้าง   นั่นเป็นรายวิชาเบื้องต้น   ยังมีรายวิชาต่อเนื่องหรือก้าวหน้า ที่เน้นภาคปฏิบัติ อ่านได้ที่นี่ 

 

          Wikipedia ได้ให้สาระเรื่องนี้ไว้ที่นี่

          กลับมาที่หนังสือข้างต้น   มีบทหนึ่งเล่าเรื่องหลักสูตร ว่าเขาเรียนโดยใช้ Theory of Transformative Action ของ Scott Sherman  ที่เอาแนวคิดมาจากมหาตมะคานธี   หลักสูตรนี้เน้นการเรียนรู้และฝึกทักษะ ๔ กลุ่ม  ได้แก่

๑. Connector skills หรือ relationship skills
๒. Liner Skills หรือ boundary skills  ทักษะในการรักษาระยะห่าง  ความพอเหมาะพอสม   มุ่งมั่นสู่ triple bottom line : people – planet – profit
๓. Conversation skills
๔. Strategic skills

          ทั้งหมดนี้อยู่ในหนังสือ Core 4 : The 4 Essential Skills For Changing Your World Inside and Out โดย Ellen McGrath 

          ผมตื่นเต้นมาก ที่ทราบว่าในต่างประเทศ มีการสอนวิชาเลือกสำหรับฝึกเป็นผู้เปลี่ยนสังคมเปลี่ยนโลก ในหลักสูตรปริญญาตรี   ที่จะเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการกระตุ้นพลังสังคมของนักศึกษาไทยที่หายไปหลัง พ.ศ. ๒๕๑๙   และน่าจะเหมาะสมมากสำหรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่นของเรา

          สิ่งหนึ่งที่เป็นพื้นฐานความรู้และทักษะที่ทุกคนควรเรียนรู้ เป็นทักษะชีวิต   ที่นักศึกษาก็ควรได้เรียน   คือ Positive Psychology   ถือเป็นพื้นฐานสำหรับชีวิตอันอุดม ชีวิตสร้างสรรค์ ชีวิตที่มีความสุข   โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชีวิตที่มีความสุขเพื่อผู้อื่น 

          ผมเอาเรื่องนี้มาเล่าให้หมอสุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐฟัง   ท่านบอกว่าในสหรัฐอเมริกามีสอนในมหาวิทยาลัยมากมาย เช่นลูกสาวของท่านเรียนอยู่ที่ สแตนฟอร์ด ก็มีสอน    และที่อังกฤษถึงกับตั้งเป็นกระทรวง 

          ที่อังกฤษมี School for Social Entrepreneurs ตั้งมาตั้งแต่ปี 1997   และมี Ministry for the Third Sector   มี Social Enterprise Day, Social Enterprise Award  

          ความตั้งใจของผมคือ จะผลักดัน ส่งเสริม ให้มีวิชา “การประกอบการทางสังคม” ในหลักสูตรปริญญาตรี   โดยเมื่อผมพบคุณชายดิศนัดดาเมื่อวันที่ ๒๖ มี.ค. ๕๓ ท่านบอกว่าท่านกำลังร่วมมือกับคณะพาณิชยศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เปิดวิชานี้   ช่วยกันหลายๆ ทาง สังคมของเราจะได้ดีขึ้น   ผู้คนเห็นแก่คนอื่นมากขึ้น

 

วิจารณ์ พานิช
๒๘ มี.ค. ๕๓