มีเพียงพี่เลี้ยงขึ้นไปสบตาและปลอบใจในยามเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่หลวง.

 

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ในเขตเมืองสงขลาและเมืองหาดใหญ่วันนี้มีเมฆฝนจึงเห็นบรรยากาศเอียงข้างไปทางเย็น ๆ อาจจะเห็นสายฝนโปรยปรายลงมาช่วงใกล้ค่ำก็เป็นไปได้...ช่วงปิดเทอมเมื่อวันวานพวกเด็ก ๆ เพื่อนของลูกชายวัยซนยกโขยงมาเล่นบนบ้านเล่นกันไปต่อจิ๊กซอร์กันไปแล้วเล่นต่อสู้กันเสียงดังสนั่นลั่นห้องพอเหนื่อยแล้วก็เฮโลไปเปิดตู้เย็นดื่มยาคูกินขนมดื่มนมกล่องอิ่มพุงกันไปตาม ๆ กัน...

เด็ก ๆ เหล่านี้เป็นครูสอนผู้ใหญ่ได้เหมือนกันนะ...อย่างธรรมขัอหนึ่งคือให้ผู้ใหญ่เรียนรู้ธรรมะแห่งความอดทน...

 แวบคิดถึงการต่อสู่กันของคนเรา...ชกมวยโลก...ยามเช้าเมื่อวานนักชกเจ้าถิ่นเดนหมากกับนักชกชาวอังกฤษฉายางูเห่าจอมเย็บแบบฉก ๆ ผู้ไม่เคยแพ้ใครและเป็นแชมป์ด้วย...

เริ่มชกดูสีหน้าและแววตาคนเป็นแชมป์ว่าตนเองชนะแน่...และผู้ท้าชิงคนเจ้าถิ่นก็ดูเหมือนว่าตนเองยังแพ้แต้มอยู่ เลยขยันชกขยันทำ...

ภาพฉายไปที่เมียของนักชกเจ้าถิ่นผู้ท้าชิงเห็นสีหน้าและแววตาเธอเป็นกังวลส่ายหัวกลัวสามีเจ็บเอามาก ๆ และกลัวการแพ้อย่างเห็นได้ชัด...แถมสามีเธอมีคิ้วแตกเป็นทางยาวประมาณ 2นิ้วอีกแต่เวลาและการกระทำเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าใครคือผู้มีชัยในการชก...

ยกท้ายสุดนักชกเจ้าถิ่นได้แรงเชียร์และขยันชกคู่ต่อสู้...และกรรมการยกมือให้เขาชนะเป็นแชมป์คนใหม่ในรุ่นนี้...เห็นรอยยิ้ม...

ขณะอีกคนเศร้า ๆ งง ๆ มีเพียงพี่เลี้ยงขึ้นไปสบตาและปลอบใจในยามเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่หลวง...แง่คิดคือ...โลกคนเรานี้ยังจะมีการต่อสู้คนกับคนอย่างนี้ไปอีกนานไหม..? เป็นการกีฬาหรือว่าสร้างความทำลายล้างคนเราด้วยกันให้แบ่งเป็นฝ่าย..?