ไม่พบสุนัขตัวเดิมที่คอยวิ่งไล่

ด้วยเหตุที่ตัวเองเปลี่ยนมาออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน  ทำให้ต้องใช้บางเส้นทางเป็นประจำ  จึงมีโอกาสได้กลิ่นหอมของดอกไม้ไทยที่บางบ้านปลูกไว้ เช่น ดอกราชาวดี ดอกมะลิ ดอกจำปี ฯลฯ  ที่สำคัญต้องเจอทั้งผู้คน และสัตว์ประเภทต่าง ๆ  ที่ดูเหมือนจะมีกันเป็นพื้นฐาน คือ สุนัข   ซึ่งต้องคอยสังเกตพฤติกรรมเมื่อเข้าใกล้ว่า  แต่ละตัวจะแสดงอาการอย่างไร  พร้อมกับประเมินต่อไปอีกว่า มันพร้อมที่จะทำอย่างไรเมื่อผ่านมันไป 

จากเหตุข้างต้น  ได้พบกับสุนัขบางตัวละแวกร้านขายยา ใกล้ ๆ โรงแรมราชพฤกษ์ ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก ที่มักจะรอคอยผู้คนที่ผ่านไปมาด้วยการหมอบนิ่ง ๆ หน้าร้าน ครั้นพอเข้าใกล้ จะไล่เห่าทันที  วิธีการที่จะไม่ให้เกิดเหตุใด ๆ ระยะนั้น  มักจะต้องคอยมองกระจกหลัง  เมื่อไม่มีรถสัญจรตามมา  จะใช้วิธีปั่นออกมาไกล ๆ จนเกือบจะถึงเส้นแบ่งครึ่งถนน  เพื่ออยู่ให้ห่างสุนัขตัวดังกล่าวให้มากที่สุดครับ

แต่ประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านไป  เมื่อผ่านไปละแวกนั้นอีก  กลับไม่พบสุนัขตัวเดิมที่คอยวิ่งไล่  สอบถามคนขายน้ำเต้าหู้แถวนั้น  ยืนยันเช่นกันว่า ไม่ได้เห็นสุนัขตัวนั้นมาหลายวันแล้วเช่นกัน  ได้แต่นึกเอาเองว่า มันอาจจะถูกเจ้าของนำไปไว้ที่อื่น หรือด้านลบที่สุด  อาจจะตายไปแล้วก็ได้  เมื่อไม่มีมันไล่เห่า  ผู้คนที่เคยถูกไล่กลับนึกถึงสุนัขตัวนี้  คงเพราะขาดสิ่งคุ้นชินไป 1 เรื่อง นั่นเอง       

ช่วงกลางคืนวันที่ 23 เมษายน 2553 เวลาประมาณ 22.30 น. ฝนได้เทกระหน่ำเป็นหนที่สองในรอบเดือนเมษายนอีก ทั้ง ๆ ที่ช่วงกลางวัน และตอนเย็นไม่มีทีท่าว่าจะเกิดฝนตกขึ้นมา

การตกของฝนครั้งนี้  ตก ๆ หยุด ๆ ลมไม่ค่อยพัดกระโชก  แต่ตกต่อเนื่องจนถึงประมาณ 2.00 น.  และตกอีกครั้งในช่วงเช้าตรู่  จึงทำให้วันที่ 24 เมษายน 2553  ไม่ได้ไปออกกำลังกายครับ   วันนี้พอจะมีเวลา จึงประมวลภาพสิ่งสวยงามระหว่างเส้นทางที่ใช้ออกกำลังกายเป็นประจำมาให้ทุกท่านชม

(ชมรมจักรยานตำบลหัวรอ  ออกกำลังกายตอนเช้า)

(ชายสูงอายุ รดน้ำผักบริเวณริ่มตลิ่งแม่น้ำน่าน)

และภาพต่อไปนี้ไปดอกไม้สารพันชนิด  ที่บางชนิดรู้จักชื่อ  บางชนิดไม่รู้จักครับ

สองภาพสุดท้าย น่าจะเป็นดอกพุทธรักษาครับ  ยามที่ออกดอกใหม่ ๆ จะมีสีเหลืองสด แต่พอนานวันขึ้นสีจะออกส้ม  ทั้งนี้ใน 1 ต้น จะมีคละกันทั้งดอกออกใหม่และดอกเก่า