เราเกิดมาก็ถูกสอนว่า "ต้อง กับ อย่า ..?"
ต้อง หรือ อย่าอะไร..เยอะแยะมากมาย จนคิดเองไม่ค่อยจะไได้ เช่น
ต้องกินอันนั้นนะ อย่ากินอันนี้นะ ต้องทำอันนี้นะ อย่าทำอันนี้นะ ต้องใส่่ชุดนี้นะ อย่าใส่ชุดนี้นะ ต้องพูดคำนี้นะ อย่าพูดคำนี้นะ โตขึ้นต้องเป็นนี้นะ.. โอ้ยเยอะแยะมามาก สำหรับคำว่า "ต้อง และ อย่า"
สิ่งสำคัญสุด คือ ต้องมีงานดีๆนะ ต้องมีเงินเดือนเยอะๆ ต้องให้เก่งกว่าลูกเพื่อนแม่เพื่อนพ่อ ลูกคนข้างบ้าน จะได้ไปคุยอวดได้
ชีวิตอยู่ตรงไหน? คงไม่มีใครตอบได้สมบูรณ์ที่สุด สุดแล้วแต่ละคนว่า ถูกสอน "คำว่า ต้อง และ อย่าง" อย่างไร
ทำไม่นะไม่สอนกันเรื่อง "คุณค่าของชีวิต" ให้มากกว่าคำว่า "มูลค่า" นะ เอ่อ?
ทำงัยจะอยู่ในโลกนี้ขณะที่มีชีวิตแบบมีความสุข และมีคุณค่า
ถามว่า มูลค่า หรือ เงิน หรือ ทอง สำคัญมั้ย ... สำหรับผมตอบว่า "ก็จำเป็นอยู่" ไม่มีก็อยู่ได้ แต่ก็อยู่ลำบากนะ
สำหรับผมไม่ต้องการอาชีพอะไรที่เลิศหรู มีอาชีพที่สังคมยอมรับ มีอาชีพที่ดีกว่าคนข้างบ้าน หรือ เพื่อนพ่อเพื่อนแม่ หรือ มีอาชีพให้ดีกว่าเพื่อนๆ (กลัวอายเขา)...
แต่ขอ ให้ได้อยู่กะครอบครัว ดูแลพ่อ และ แม่ และ คนที่มีพระคุณกับเรา พอประมาณ .. และทำตัวเองให้มีค่าต่อสังคม กับงานที่ทำ กับคนรอบข้างบ้าง ไม่มากก็น้อย..
แค่นี้ผมก็พอ .. เลยมีคำถามว่า "สู่หนใำด?" กันหล่ะ
ผมไม่รู้นะคับ เพราะพื้นฐานของความคิดของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน แต่สำหรับผม ตั้งต้นความคิดมานานแล้ว คือ "ทำอะไรก็ได้ เงินเดือนเยอะหรือไม่เยอะ หรือมีศักดิ์ศรีของอาชีพ หรือไม่มีก็ตาม ก็ทำใ้ห้ตัวเอง มีคุณค่าก็พอ และที่สำคัญ ได้ตอบแทนบุญคุณของ พ่อ และ แม่ ถึงแม่ไม่ได้ให้เงินให้ทอง แต่ก็ขอให้ได้อยู่ด้วยกัน ก็ถือว่าตอบแทนคุณบ้างแล้ว"
..มีหลายคนถามผมว่า ทำไมไม่ไปเรียนต่อ PhD ทำไมไม่หางานใหม่ หรือ เปลี่ยนงาน ที่คนยกย่อง....
ผมตอบทันครันเลยว่า "ไม่ครับ" ผมพอใจแล้ว ณ จุดนี้ ได้ทำงาน ได้สร้างคุณค่าไม่น้อยก็มากต่อองค์การที่ผมรับใช้อยู
ได้อยู่กับครอบครัว กับ พ่อ และ แม่ นี้คือ สิ่งที่วิเศษสุดแล้ว...555
แล้วแต่นะครับ ใครจะดิ้นรนต่อไปก็ขอให้ได้ตามประสงค์ แต่ผม ฅน ชื่อ แจ๊ค กัมปนาท อาชา..พอใจแล้วครับ
กับคำว่า "สู่หนใด" สำหรับผม ถึงแล้วครับ แล้วครับ
ร่วมกู่สร้างสรรค์ พัฒนา ครับ
คุณค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน ไม่ว่างานอะไรก็ตามทั้งนั้น ฅนมีคุณค่าทั้่งสิ้น ...
เรียน ท่านJack ที่นับถือ
เรียน ท่านอาจารย์จิตเจริญ
เป็นธรรมดาที่ทุกคนย่อมขนขวาย หา สิ่งที่ชอบที่ชอบ ที่ดีกว่าเสมอ
ขอบคุณครับที่แวะเข้ามาทักทาย
ผมก็กำลังตัดสินใจเหมือนกันว่า "จะไปสู่หนใด"
ด้วยความเคารพรักครับ
แจ๊ค
ขอบคุณครับสำหรับข้อคิด..มันใช้ได้กับทุกที่แม้กับสถานณการณ์ต่างๆหรือสิ่งแวดล้อมต่างในประเทศ
เป็นสิ่งที่กำลังบอกว่าประโยชน์ของตนหรือเพียงตนนั้นสำคัญเพียงใด..ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นแต่สำคัญนั้นคือตน..ผมเป็นเพียงนักศึกษาคนหนึ่งซึ่งศึกษาอยู่ที่ต่างประเทศ..มักใช้เวลาส่วนใหญ่กับการคิดวิเคราะห์การดำเนินชีวิต
ผมอยากขอบคุณและอยากฝากสิ่งที่ผมคิดไว้เช่นกัน
ผมให้หัวข้อปรัชญาไว้ว่า (ปรัชญาดำเนินชีวิต..ปรัชญาธรรมชาติ)
การอยู่ร่วมกับผู้อื่นไม่ว่าจะจำนวนน้อยหรือว่ามากนั้น.. สิ่งที่ควรมีอยู่ใน "คน"นั้นควรเหมือนกันทั้งสิ้นแม้แต่อยู่ผู้เดียวก็ตาม
สิ่งที่ควรมีในคนนั้นคือความเป็น มนุษย์ ซึ่งก็เกิดแต่เมื่อมนุษย์นั้นเริ่มรู้จักคิดและวิวัฒนาการ
หากแต่ความคิดแรกหรือความคิดสุดท้ายนั้นไม่ได้สำคัญ..เพราะสิ่งที่สำคัญนั้นอยู่ในช่วงทุกช่วงของความคิดของการดำรงชีวิต
หากคิดไตร่ตรองให้ดีก็จะรู้เห็นว่า..เหตุที่คนเรานั้นจากก่อนเคยอยู่ผู้เดียวและต้องการผู้อื่นอยู่ด้วยในเวลาต่อมานั่นเกิดเพื่อการดำรงชีวิตที่สุขสบายกว่าแต่ก่อน
ถ้าจะลองคิดให้ดีว่าการที่จะมีผู้อื่นมาอยู่ด้วยได้จริงๆนั้น สิ่งแรกที่ควรคิดและทำคือสิ่งใด
สิ่งที่ควรคิดได้นั่นคือไม่มีผู้ใดต้องการอยู่กับคนที่ไม่มีประโยชน์หรือคบกันโดยที่ไร้ความรู้สึกใดๆเลย
ด้วยเหตุนั้นเอง คนที่อยู่ด้วยตนเองผู้เดียวนั้นต้องหาประโยชน์จากตนให้ได้ก่อนเพื่อที่จะดำรงชีวิตอยู่ต่อได้
สิ่งต่อมาที่เกิดขึ้นคือ เนื่องจากคนผู้หนึ่งที่มีประโยชน์และอยู่ได้ด้วยตนแล้วนั้น...ได้มาพบกับคนอีกผู้หนึ่งซึ่งเป็นผู้ที่สามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตนเองเช่นกัน ทำให้เกิดการดำรงชีวิตอยู่อย่างสุขสบายขึ้น
เพราะนั่นทำให้เกิดการแบ่งปันได้ด้วยความทัดเทียมจากคุณค่าที่แต่ละบุคคลได้มี
ด้วยเหตุนี้เอง...หากอยากอยู่อย่างสุขสบายนั้นจงพึ่งตนเองและอยู่ด้วยประโยชน์ของตนให้ได้ก่อน
จากนั้นจึงแบ่งปันหรือแลกเปลี่ยนกับผู้ที่มีประโยชน์และพึ่งตนเองเป็นแล้ว ซึ่งจะเกิดซึ่งความทัดเทียมแท้จริงนั่นเอง
แต่ถ้าหากจะพูดว่าคนเรานั้นเกิดมาต่างวาสนานั้น..ควรไตร่ตรองเสียใหม่ เนื่องจากคนเรามีพื้นฐานจิตใจที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับร่างกายที่ซึ่งสามารถเป็นผู้คิดได้..ควรคิดให้ได้เพื่อเปลี่ยนแนวความคิดของตนให้อยู่ในที่พึ่งของตนในความที่เหมาะสม
เพราะเนื่องด้วยความเหมาะสมนั้นจะทำให้คนเราดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขและสบายในพื้นฐานของแต่ละบุคคลนั้นๆ
และด้วยความเหมาะสมในพื้นฐานของแต่ละบุคคลที่มีนั้นเอง ทำให้คนผู้นั้นเองสามารถตั้งอยู่ในรากที่มั่นคงในการดำเนินชีวิตได้
สุดท้าย..คนเราที่มีความเหมาะสมและพอควรแล้วนั้น ทุกคนที่มีคือผู้ทัดเทียมอย่างแท้จริง เพราะด้วยประโยชน์ที่ตนมีแล้วนั้น เป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิตของตนและสามารถแบ่งปันหรือแลกเปลี่ยนกับผู้อื่นได้อย่างแท้จริงแล้วนั้นเอง