การสัมผัสกับคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้ ต้องใช้ความอดทน
ผมเคยอ่านมาที่ไหนสักแห่ง เขาแบ่งคนออกเป็น ๔ ประเภท ครับ
๑. รู้ว่าตัวเองรู้
๒. รู้ว่าตัวเองไม่รู้
๓. ไม่รู้ว่าตัวเองรู้
๔. ไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้
ในชีวิตจริงลองสังเกตดูนะครับ ก็ไม่พ้นคนทั้ง ๔ ประเภท ลองมาวิเคราะห์ดูนะครับ ว่าแต่ละประเภท เป็นอย่างไร และ เราควรมีท่าทีอย่างไรกับคนประเภทนั้น
ประเภทที่ ๑ คนรู้ว่าตัวเองรู้ ประเภทนี้ สบาย ๆ ครับ ทำงานด้วยแล้วสบายใจ
ประเภทที่ ๒ คนรู้ว่าตัวเองไม่รู้ ประเภทนี้น่าชื่นชมครับ พัฒนาง่าย และ น่าพัฒนา แต่ค่อนข้างหายาก เพราะคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยยอมรับว่าตัวเองไม่รู้
ประเภทที่ ๓ ไม่รู้ว่าตัวเองรู้ คนประเภทนี้เราต้องช่วยดึงเอาความเก่งหรือความรู้เขาออกมาครับ เขามองตัวเองไม่ออก เราต้องช่วยเขา ก็พัฒนาได้ไม่ยากครับ
ประเภทที่ ๔ ไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้ คนประเภทนี้ละครับ พัฒนายากและทำความหนักใจอย่างมากๆในการทำงาน คือ ไม่รู้แล้วไม่ชี้ก็ยังพอทนนะครับ ประเภทไม่รู้แล้วชอบชี้นี่ ต้องตามไปแก้ให้เหนื่อยขึ้นไปอีก และ การพูดคุยกับคนประเภทนี้ต้อง "ทำใจ" ให้มากๆ ครับ เพราะเขาพูดมาด้วยความไม่รู้ โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้ จะพูดคุยด้วยเหตุผลก็ไม่มีประโยชน์ครับ เสียเวลาเปล่า จะไปโกรธเขาก็ไม่ได้ เพราะเขาก็มีเจตนาดีนะครับ เพียงแต่ว่าเป็นเจตนาดีที่ไม่รู้ จะสอนจะบอกเขาก็ไม่รับหรอกครับ เพราะเขาคิดว่าเขารู้
คนประเภทที่ ๔ นี่ น่ากลัวนะครับ ต้องระวังให้มาก ถึงแม้ว่าเขาจะมีเจตนาดีเพียงใดก็ตาม เพราะเขาไม่รู้แล้วชอบชี้ ข้อสำคัญ คือ ต้องทนเขาให้ได้โดยไม่โกรธ
มีประเภทที่ห้าครับ "ไม่ยอบรับรู้ ครับ"
ประเภทที่ห้านี่ หนักเลยนะครับ
ขอบคุณมากครับ ที่เข้ามาเติมให้อีก ๑ ประเภท
สวัสดีค่ะท่านรองฯ มารับสาระดีๆค่ะ..ตกลงมี 5 ประเภทนะคะเพราะมีมากขึ้นจากการอยู่ในวงล้อมขณะนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.small man
"รู้ว่าตัวเองไม่รู้ ย่อมเสริมสร้างพลัง"
ขอบคุณมุมคิดดีดีค่ะ
ครับ ประเภทที่ห้านี่ หนักมากๆเลยนะครับ
ขอบคุณครับ
คนรู้ว่าตัวเองไม่รู้ ยอดเยี่ยมมากเลยครับ
รู้ว่าตัวเองไม่รู้ ย่อมเสริมสร้างพลัง"
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
บางที เด็กๆหลายคน เขาก็ไม่รู้นะครับ ว่าตัวเองรู้อะไร เก่งอะไร ทั้งๆที่เขามีแฝงอยู่ คงต้องช่วยกันค้นหาครับ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเสริมเคิมเต็ม
กลุ่มที่ 5 ที่ท่านอาจารย์ JJ กล่าวถึง...น่ากลัวที่สุด
แล้วพวกที่รู้แล้วยังทำ จัดอยู่พวกไหนดีครับ ฮาๆๆ
ขอบคุณครับ
เห็นด้วยกับอาจารย์
JJ
เพราะตอนนี้ในที่ทำงานก็มีคนเพื่อนร่วมงานคนนึงเป็นประเภทที่ห้านี่แหละค่ะ
รู้ก็ไม่ยอมรับรู้ ให้อะไรไปก็ไม่ทำ อ้างว่าไม่รู้ลูกเดียวค่ะ แต่ถ้าเป็นงานส่วนตัวนะ คุณเธอรู้ทุกเรื่องอย่างดีเลยละค่ะ ใครมีวิธีแก้ไขคนแบบนี้บ้างด้วยบอกด้วยนะคะ
ไม่รู้แล้วอยากเรียนรู้..สอนได้และสอนง่าย
ไม่รู้แต่อวดว่ารู้...สอนไม่ได้และสอนยาก
ไม่รู้และไม่อยากรับรู้..แบบนี้ต้องปล่อยให้ตายไปกับกรรมเถอะ
...น่าสงสารนะคะ..บางคนคิดว่ารู้..แต่ความจริง..ไม่รู้
ผมว่าในระบบการศึกษา ควรมีกระบวนการ การเรียนการสอนที่เน้นให้คนตระหนักซึ่งสิ่งที่ไม่รู้ครับ เช่นกระบวนการ Dialogue และ World Cafe ครับ จะช่วยได้มาก KM ก็ดีครับ น่าจะทำกันตั้งแต่เด็กๆเลย
ผมว่าการรู้และไม่รู้นี้เป็นเรื่องสำคัญอยู่นะ่ครับ ผมว่าน่าจะหาทางให้ท่านเหล่านั้นทั้งที่รู้แล้วไม่ทำ ไม่รู้แล้วทำ และไม่รู้ไม่ทำ ให้ท่านเหล่านั้นได้มองเห็นตัวท่านเหล่านั้นก่อนน่าจะดีกว่านะครับ
เห็นตัวตน ก็เห็นตัวคน เห็นตัวงาน เห็นปลายทางของตนเอง
ประเภท ๕ ประมาณว่า ไม่หือ ไม่อือ น่าหนักใจครับ
ขอบคุณครับ
รู้ ไม่รู้ สลับกันไปมา มีหลายอย่างเลยนะครับ ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเสริมเติมเต็ม
สรุปว่าที่สำคัญ ต้องรู้ที่ตัวเองก่อนนะครับ
ขอบคุณมากครับ
รู้แล้วยังทำนี่ เอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะครับ พวกใหนดีละครับ
ขอบคุณมากครับ