positive thinking, positive psychology

"ชมเชย" ย่อมดีกว่า "ดุว่า"

  

มาเรียนรู้ วิธีดุว่าและชมเชยที่แสนแยบยล กันดีกว่าค่ะการดุด่าว่าคนโดยปราศจากความปรารถนาดี ใช่ว่าจะกระตุ้นให้คนๆนั้นลุกขึ้นมาพิสูจน์ตัวเองให้ดูเสมอไปค่ะ

 

 

 

ตัวอย่างวิธีการดุว่าและชมเชย

 

[ห้าม! ดุว่าคนตอนที่กำลังโมโหเลือดขึ้นหน้า หรือว่าโกรธจัด]

ในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น มีแม่ทัพคนหนึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการกองทัพเรือ แม่ทัพคนนี้กล่าวไว้ว่า "หากไม่ทำให้ดู ไม่พูดให้ฟัง ไม่ให้ลองทำดู และ ไม่ชื่นชม ก็จะไม่สามารถซื้อใจลูกน้องได้" พอลองมาคิดตามคำพูดนี้แล้วก็รู้สึกว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆค่ะ

 

คนที่เป็นหัวหน้าผู้อื่นต้องเรียนรู้วิธีที่จะเริ่มต้นของการตักเตือนลูกน้องให้ดีค่ะ และต้องสามารถควบคุมความอารมณ์ของตนให้ได้ด้วย มีผู้จัดการคนหนึ่งเคยเรียกลูกน้องที่ทำงานผิดพลาดเข้าไปดุว่าในห้องทำงานด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดว่า "คนระดับพวกแก ทำไมถึงทำงานผิดพลาดแบบนี้ได้ ! น่าจะไปผูกคอตายบนต้นไม้โน่น"  พร้อมกับชี้ไปที่ด้านนอกของตึกแล้วพูดต่อว่า " ไหนๆก็จะตายอยู่แล้ว ก่อนจะตายลองแวะร้านเหล้าข้างทาง ดื่มสักแก้ว แล้วค่อยๆ ไตร่ตรองดูว่าทำผิดอย่างนั้นได้ยังไง ! " พร้อมกับยื่นเงินให้ลูกน้องคนนั้นไป

 

ถึงแม้ว่าจะเป็นการดุว่าที่รุนแรงแต่ก็แฝงไปด้วยความห่วงใยบางอย่างค่ะ  คนฟังคงรู้สึกประทับใจอยู่ลึกๆค่ะ

 

[คนที่ยังมีคนคอยดุว่าต้องถือว่าโชคดีแล้ว ! ]

เจ้าของบริษัทชื่อดังบริษัทหนึ่งตอนที่ดุว่า ผู้บริหารของบริษัท ได้บอกว่า "พวกคุณน่ะ ต้องถือว่าโชคดีมากที่ยังมีคนคอยตักเตือน ดูอย่างผมซิ ต่อให้ทำผิดพลาดแค่ไหน ลับหลังถึงจะมีคนบ่นว่า แต่ต่อหน้ากลับไม่มีใครกล้าพูดเลยสักคน ก็เลยทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก แก้ตัวใหม่ไม่ได้สักที แต่พวกคุณยังโชคดีตรงที่ยังมีผมและกรรมการท่านอื่นคอยตักเตือนดุว่าอยู่ โอกาสเหล่านี้ ยิ่งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเท่าไร ยิ่งหมดไปเรื่อยๆ ดังนั้น จึงต้องเห็นคุณค่าของโอกาสอันประเสริฐที่ยังถูกดุว่านี้ให้มาก"
 
เห็นแบบนี้แล้วคนที่ถูกดุว่าคงจะโกรธไม่ลง ตรงกันข้ามคงจะรู้สึกซาบซึ้งในความจริงใจ และความหวังดีของผู้พูดมากกว่าค่ะ
 

[ชมเชยย่อมดีกว่าดุว่า]

ณ ที่หน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่งขณะที่พวกพนักงานของโรงพยาบาลกำลังอู้งานและจับกลุ่มคุยกันอยู่นั้น ท่านเจ้าของโรงพยาบาลได้บังเอิญผ่านมาเห็นเข้าพอดี จึงเดินเข้าไปหาพนักงานเหล่านั้น พอพนักงานเหล่านั้นเห็นคุณปู่ก็กลัวและคิดไว้ว่าท่านคงจะโกรธและต้องถูกตำหนิว่าอู้งาน แต่ท่านเจ้าของโรงพยาบาลกลับกล่าวว่า "ขอบคุณๆ ที่มาจับกลุ่มคุยกันด้านหน้าโรงพยาบาลแบบนี้ ทำให้โรงพยาบาลของเราดูคึกคักขึ้นเยอะเลย ทำดีมาก !!"
 
แทนที่จะดุว่ากลับชมเชยแบบนั้น ทำให้พนักงานเหล่านั้นซาบซึ้งใจ และสำนึกในความผิดของตนเอง หันมาตั้งใจทำงานมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ
 
เป็นไงบ้างคะข้อคิด ชมเชย ย่อมดีกว่า ดุว่า ท่านที่อ่านแล้วเห็นด้วยหรือเปล่าคะ ?
 
 
ที่มาหนังสือ "กลับหัวคิด มองชีวิต 80%"