เคยนึกไหมว่าตั้งแต่เล็กจนโตเราต้องพบเจอคุณครูมากี่คน แล้วเคยนึกหรือไม่ว่าจริงๆ แล้วเราต้องการคุณครูแบบไหน คงไม่นึกกันหรอกเน๊าะ เราจะเลือกครูที่มาสอนเราได้ยังไงล่ะ จริงไหม
ฉันเองก็เหมือนกัน จริงๆ อยากสารภาพว่าฉันน่ะไม่ค่อยผูกพันกับครูคนไหนเลย เรียนจบแล้วก็จบกัน เดินผ่านก็แค่สวัสดีทักทาย ไม่รู้สินะเพราะฉันคิดว่าจะไปปรึกษาหรืออะไรก็เกรงใจครูเขาน่ะ แล้วอีกอย่างตอนเรียนเราก็มีเพื่อนด้วยไง มีอะไรก็คุยกับเพื่อนเอา เห็นเพื่อนบางคนเขาสนิทกับครูมีอะไรก็ไปหาครูเราก็ไม่เข้าใจว่ามีอะไรคุยกับครูมากมาย แต่ก็ช่างเขาเถอะ
แต่จะว่าไปแล้ว ฉันก็มีครูคนหนึ่งที่ประทับใจ ชื่อครูหนุ่ย ตอนนั้นเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนประจำอำเภอจำได้ว่าเรียนกับครูคนนี้แค่เทอมเดียว วิชาสังคมศึกษา ตอนเรียนก็ไม่ได้รู้สึกอะไรต่างจากครูคนอื่น แต่ที่จำและประทับใจ คือ ครูเขาเป็นครูฝ่ายปกครอง และถ้าพูดถึงครูฝ่ายปกครองคงมีแต่คนกลัวไม่อยากพบหน้า แต่สำหรับฉันกลับรู้สึกตรงข้าม อาจเป็นเพราะครูเป็นคนกันเอง ถึงจะถูกดุถูกทำโทษ แต่ครูก็จะยิ้มเสมอหน้าคล้ายๆ อาแปะยิ้ม ท่าทางใจดี พูดเล่นเป็นกันเองทำให้นักเรียนไม่เครียด และรู้สึกสนุก จำได้ครั้งหนึ่ง วันนั้นรู้สึกจะเป็นวันสำคัญอะไรสักอย่าง ทางโรงเรียนให้นักเรียนไปรวมกันที่หอประชุมเพื่อทำกิจกรรม ตอนนั้นฉันเรียนอยู่ชั้น ม.2/2 เพื่อนในห้องมีประมาณ 30 กว่าคน ก็นัดกันว่าพวกเราจะไม่เข้าหอประชุมกัน แต่ก็มีเพื่อนที่แสนดีสี่ห้าคนไปเข้าหอประชุม พวกเราก็อยู่กันเงียบๆ ในห้อง แล้วไม่นานเพื่อนที่ไปเข้าห้องน้ำก็วิ่งมาบอกว่า "ครูหนุ่ยมา ๆ " เท่านั้นแหละพวกเราทุกคนต่างก็วิ่งหนีกันไปคนละทิศละทางหาที่หลบกันยกใหญ่ ก็ทำความผิดไว้นี่หน่าก็ต้องหนีกัน และครูหนุ่ยก็วิ่งเร็วมากถึงจะค่อนข้างมีอายุ แต่เพราะครูเป็นคนตัวเล็กจึงได้วิ่งเร็ว พวกเราบางคนเข้าไปหลบในห้องน้ำ บางคนวิ่งไปหลบไกลถึงโรงอาหาร แต่ฉันหลบหลังกำแพงแถวๆ ห้องเรียนนั่นแหละ บางคนวิ่งหนีไม่ทันและวิ่งไปทางที่ครูวิ่งมาก็ถูกครูจับตัวไว้ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นถูกทำโทษทั้งหมด ก็ครูเล่นประกาศเสียงในโรงเรียนให้พวกที่หลบอยู่ออกมาหน้าเสาธงให้หมด ไม่งั้นจะทำโทษเพื่อนในห้องที่อยู่ในหอประชุมด้วย เอาละสิจะทำยังไงกันดี ถึงพวกเราจะเกเรแต่ก็ไม่อยากให้คนอื่นเดือดร้อนจึงจำใจต้องออกไปกัน ตอนนั้นมีความรู้สึกหลากหลายมากทีแรกสนุกที่ไม่ต้องเข้าหอประชุม ต่อมาก็ตื่นเต้นที่ได้วิ่งหนี และสุดท้ายก็อายมากๆ เพราะต้องเดินผ่านหอประชุมไปหน้าเสาธง คนที่อยู่ในหอประชุมหันมามองกันเป็นตาเดียว แล้วก็ถูกครูหนุ่ยทำโทษกันคนละ 2 ที ก่อนต้องไปเข้าหอประชุมเหมือนเดิม แต่ไม่มีใครโกรธหรือเจ็บใจอะไรเลย พวกเรากลับรู้สึกสนุกที่ได้สร้างวีรกรรม (ถึงแม้จะเป็นวีรกรรมที่ไม่สร้างสรรค์เท่าไหร่) ส่วนเพื่อนที่แสนดีสี่ห้าคนก็รอดตัวไป
จากนั้นมาพวกเราในห้อง และฉัน ก็รู้สึกเคารพรักครูคนนี้มาทันทีเดินไปไหนมาไหนในโรงเรียนก็จะพูดคุยพูดเล่นกับครูหนุ่ยได้อย่างสบายใจ และอาจเป็นเพราะครูคนนี้ที่คอยสร้างบรรยากาศและสีสันในโรงเรียนพวกเราถึงได้อยากมาเรียนทุกวัน
จริงๆ แล้ววีรกรรมของพวกเรากับครูฝ่ายปกครองยังมีอีกมาก แต่ที่จำได้และประทับใจก็เป็นเหตุการณ์นี้ คงเป็นเพราะว่า 1. เพื่อนในห้องร่วมใจกันไม่เข้าหอประชุม แม้แต่เพื่อนที่เรียนเก่งที่สุด เรียบร้อยที่สุด ขยันที่สุด ก็ยังไม่ไปเลย 2.นานๆทีได้ทำอะไรแบบนี้ก็สนุกดี 3.ทำให้พวกเราในห้องผูกพันกันมากขึ้น และ4.อาจเป็นเพราะครูหนุ่ยเป็นครูฝ่ายปกครองด้วยก็เป็นได้
หลังจากฉันเรียนจบก็ไม่ได้เจอครูอีกเลย เคยกลับไปที่โรงเรียนครั้งหนึ่งก็ไม่พบครูแล้วเพราะว่าครูได้ไปสอนที่โรงเรียนอื่นแล้ว ฉันอยากให้มีครูแบบนี้เยอะๆ นักเรียนจะได้ไม่เครียดและอยากมาเรียนทุกวัน ลองคิดดูสิถ้าเราไปโรงเรียนแล้วต้องไปเจอครูที่เคร่งเครียดเคร่งครัด และเคร่งขรึมตลอดเวลา เราจะเป็นยังไงไม่บ้ากันไปเลยเหรอ ถ้ามีแต่ครูที่ใจดีและเป็นกันเองนักเรียนก็อาจจะกล้าแสดงออกมากขึ้น เรียนดีขึ้นก็ได้ และก็ไม่ต้องมาค่อยวาดระแวงว่าจะต้องมาเจอยายแม่มดพ่อมดอีกแล้ว
มาคิดๆ ดูก็ตลกดี เพราะฉันเองก็ไม่รู้ว่าถ้าฉันได้เป็นครูจริงๆ แล้วฉันจะต้องเป็นครูแบบไหนกัน แต่รับรองว่าไม่ใช่ยายแม่มดแน่นอน และสุดท้ายขอให้เพื่อนทุกคนเป็นครูที่ดีเพื่อศิษย์ให้ได้นะ....สวัสดีจ้า
สวัสดีแมวดำลาย
เขียนนิดเดียวเองนะ มัวทำคลอดน้องแมวรึเปล่า ถ้าคลอดอีกขอรกด้วยนะ
สวัสดีจ้าลีลาวดี
ขอบใจนะที่เข้ามาอ่าน แต่จริงๆ แล้วยังทำไม่เสร็จหรอก กำลังเขียนอยู่แล้วมีงานเข้ามา
เลยบันทึกไว้ก่อน ก็เลยเขียนได้เท่าที่เห็น
วันนี้จะมาเขียนต่อแล้วจ้า