โลกนี้มันกว้างนัก :)

        เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันก่อน ฉันไปนั่งที่ร้านนมสดคนเดียว ซึ่งก็ได้มีผู้ชายคนนึง (เค้าก็มาคนเดียวเช่นกัน) ได้เค้ามาทักทายพูดคุยกับฉัน ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นการพูดคุยที่ถูกคอ และฉัน "ได้รับ" สิ่งพิเศษมากมายจากการแชร์ความคิดของเพื่อนคนนี้ เค้ามีรายละเอียดหลายอย่างที่สามารถเพิ่มพูนความรู้ในหัวสมองฉันได้มากมากกกกกก

           มีเรื่อง 3 เรื่อง ที่ถือเป็นเรื่อง "ทีเด็ด" ที่ทำให้ฉันสนใจจนนำมาศึกษาต่ออย่างจริงจัง ประกอบด้วย 1. into the wild 2. Dudesweet และ 3. Creative common ซึ่งประเด็นที่ฉันอยากนำมาแชร์ต่อกับทุกคนในวันนี้ก็คือ แนวความคิด Creative common

           เริ่มต้นจาก ความพยายามอันยาวนานของ "ผู้สรรสร้าง" ในการ "รักษาสิทธิ์" ในตัว "ผลิตภัณฑ์ (ทั้งในรูปแบบจับต้องได้และจับต้องไม่ได้)" ของตน

           แต่เนื่องจากการเคลื่อนไหวของโลกและมนุษย์โลกปัจจุบันมีความเร็วที่เพิ่มขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นสื่ออินเตอร์เนต การแชร์ แหล่งข้อมูล และพฤติกรรมมนุษย์ ที่ฉลาดเฉลียวในการเลียนแบบ หรือทำตัวเนียนมากขึ้น ทำให้ความพยายามเหล่านั้นไม่ได้บังเกิดผล

            ปรากฎการณ์เหล่านี้จึงเกิดเป็นที่มาของ "สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์" ที่มองในมุมกลับ ที่พลิก วัฒนธรรมการปกป้อง ไปในทิศทางตรงกันข้าม คือเป็น วัฒนธรรมการให้ ไปเลย

"สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ (Creative Commons Licenses) เป็นสัญญาที่จัดทำขึ้นเพื่อให้เจ้าของผลงานอันมีลิขสิทธิ์ สามารถเปิดให้สาธารณะนำงานของตนไปใช้ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต เพียงแต่ต้องทำตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เช่น อ้างที่มา ไม่ใช้เพื่อการค้า หรือ คงต้นฉบับไม่ดัดแปลง ทำให้การแลกเปลี่ยนไหลเวียนของไอเดียเป็นไปได้อย่างสะดวกรวดเร็ว"

credit by http://cc.in.th/

          ซึ่งถือเป็นไอเดียที่ใจกว้างมาก ในการพัฒนาสินค้า บริการ ความคิด ใหม่ๆขึ้นมา เปลี่ยนมุมมองจากการมองตัวเอง เป็นการมองคนอื่นอย่างน่ารักทีเดียว ความจริงแล้วปรากฎการณ์เช่นนี้ได้เกิดมาแล้วกับประเทศต่างๆทั่วโลก และในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องน่าดีใจมาก ที่ประเทศไทยของเราได้เกิดแคมเปญดีๆเช่นนี้ขึ้นมา

          ถ้าหากว่าทุกคนสนใจ การนำไอเดียนี้ไปใช้แบบรูปธรรมขึ้นมา ฉันขอแนะนำตัวอย่างที่เจ๋ง นั่นคือ วง Radiohead วงดนตรีฝั่งยุโรป ที่ได้นำเพลงของตนขึ้นแชร์ทางเวปไซต์ ในรูปแบบ Donation เพลงแลกเพลง โหลดได้ฟรี โดยอ้างอิงไอเดียหลักมาจาก Creative common นี้

           แล้ววันหลังฉันจะนำตัวอย่างการใช้ Creative commom ดีน่ารักๆมาแนะนำอีกค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ

 

            Ps, ฉันมารู้ในภายหลังว่า เพื่อนที่ฉันเจอใหม่นั้น เค้าเป็นนักร้องนำของวงอินดี้ในค่าย Desktop error ที่ชื่อ plot ค่ะ มหัศจรรย์มากๆเลย :)