เขตการค้าเสรี หรือ ข้อตกลงเขตการค้า( FTA) อาจจะดูเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทยแต่ในความเป็นจริงแล้ว FTA อยู่คู่กับคนไทยมานานแล้ว โดยที่ FTA ฉบับแรกที่คนไทยทำขึ้น คือข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน โดยมีผลใช้บังคับมาตั้งแต่ปี2535

   เขตการค้าเสรี คือ ความตกลงระหว่าง 2 ประเทศขึ้นไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกันให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้เกิดการค้าเสรีระหว่างกัน และในปัจจุบันประเทศต่างๆก็ได้พยายามขยายขอบเขตของ FTA ให้ครอบคลุมการค้าด้านบริการ อาทิ การบริการท่องเที่ยว การรักษาพยาบาล  การสื่อสาร การขนส่ง เป็นต้นพร้อมกับให้ความร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น การลงทุน การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการอำนวยความสะดวกทางด้านการค้า

      ในการเจรจาการค้าระดับพหุภาคี การเปิดเสรีการลงทุน เป็นประเด็นหนึ่งที่ได้รับการต่อต้านจากประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมาก เพราะประเทศพัฒนาแล้วต้องการให้รัฐโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาให้สิทธิกับนักลงทุนต่างชาติ เช่นเดียวกับนักลงทุนในประเทศตนเอง ซึ่งขัดกับหลักปฏิบัติปกติที่แต่ละรัฐมีสิทธิที่จะกำหนดกฏเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุนตามสภาพของแต่ละประเทศ

       การเปิดเสรี คือ การกำจัดเงื่อนไขและกฎระเบียบเดิมของรัฐที่ใช้กับนักลงทุนและการลงทุนจากประเทศคู่ค้า รวมทั้งเพิ่มระดับการปฏิบัติกับนักลงทุนหรือการลงทุนต่างชาติให้ถึง มาตรฐานการปฏิบัติขั้นต่ำ(ตามกฎหมายระหว่างประเทศซึ่งรวมถึงการให้ความคุ้มครองและมั่นคงเต็มที่และการปฏิบัติที่เป็นธรรมและเท่าเทียมกัน) เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า หัวใจสำคัญของการเปิดเสรีการลงทุนคือ การลดอำนาจรัฐและอำนาจนักลงทุนในชาติ

       และนอกจากนี้ FTA ถือเป็นเครื่องทางการค้าที่สำคัญที่ประเทศต่างๆสามารถใช้เพื่อขยายโอกาสในการค้าและสร้างสัมพันธมิตรทางเศรษฐกิจ พร้อมๆกับเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคาให้แก่สินค้าของตนเนื่องจาสินค้าที่ผลิตใน FTA จะถูกเก็บภาษีสินค้าขาเข้าในอัตราที่ต่ำกว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศอื่นๆที่ไม่ใช่สมาชิก FTA จึงทำให้สินค้าที่ผลิตภายในกลุ่มได้เปรียบในด้านราคากว่าสินค้าจากประเทศนอกกลุ่ม

                         ลักษณะที่สำคัญของ FTA

     FTA จะมีลักษณะอย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับประเทศคู่สัญญา FTA จะตกลงกัน แต่ถึงกระนั้นก็ดี ทุก FTA จะต้องมีลักษณะพื้นฐานที่เหมือนกันอยู่ 3 ประการคือ

         1 มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกทางด้านการค้า และไม่สร้างอุปสรรคทางการค้าเพิ่มต่อประเทศอื่นๆที่ไม่ใช่สมาชิก

         2 ครอบคลุมการค้าระหว่างประเทศมากพอ ซึ่งเป็นกติกาที่ WTO กำหนดไว้เพื่อปกป้องและป้องกันผลกระทบของ FTA ที่จะมีต่อประเทศอื่นๆที่ไม่ใช่สมาชิกของ FTA นั้นๆ

        3 มีตารางการลดภาษีหรือเปิดเสรีที่ประเทศคู่สัญญา FTA เจรจากันว่าจะลดภาษีให้แก่กันในสินค้าประเภทใดบ้าง ลดอย่างไร และใช้เวลานานเท่าไรในการลด

         ซึ่งจากลักษณะของ FTA ตามรายละเอียดที่ได้กล่าวไว้แล้วในข้างต้นทำให้สามารถมองได้ว่า FTA มีลักษณะเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจระหว่างประเทศเป็นอย่างมากทั้งนี้เพราะโดยเนื้อหาส่วนใหญ่แล้ว FTA เป็นเรื่องเกี่ยวกับการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ และนอกจากนี้ ณ เวลานี้ เรื่องของการจัดตั้งเขตการค้าเสรีของไทยกับประเทศต่างๆ เช่น กรณีของประเทศอเมริกา ยังมีปัญหาให้ถกเถียงกันอยู่ในหลายประเด็นว่าไทยควรจะจัดทำเขตการค้าเสรีด้วยหรือไม่ เพราะฉะนั้นจะต้องคอยติดตามกันต่อไปว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร

ที่มา  1 www.FTAWATCH.org     2 www.nesac.go.th/fta/fta_board     3 www.MFA.go.th