กลับบ้านช่วงสงกรานต์ ได้ข้อคิดอะไรดีๆ มาบ้างเหมือนกัน นั่งๆ อยู่ก็เกิดภาพของสายน้ำในลำธารที่ไหลไปเรื่อยๆ จนออกสู่ปากแม่น้ำไป ลองพิจารณาถึงกลางลำธารที่มีน้ำจากต้นน้ำไหลมาช่วงหนึ่งน้ำในลำธารก็ไหลผลักกันไปเรื่อยๆ ผ่านชุมชน ผ่านบ้านเรือนรับเอาสิ่งสกปรกลงมาในลำน้ำ แต่สุดท้ายก็ก็ไหลออกสู่ปากอ่าวไปในที่สุด ก็มานังคิดว่าเออแฮะ ถ้าเราทำจิตใจของเราให้เหมือนกับลำธารน้ำไหลได้มันก็คงดี จริงอยู่ที่ชีวิตของเราในแต่ละวันมันมีเรื่องให้คิด เข้ามาสะกิดใจอยู่ไม่หยุดหย่อน ก็ไม่เป็นไรให้มันเข้ามาเถอะ แต่เมื่อมันเข้ามาแล้วเหมือนสิ่งสกปรกที่ถ่ายทิ้งจากบ้านเรือนชุมชนก็จำเป็นที่จะต้องให้มันไหลออกไปซะบ้าง เหมือนน้ำที่ไหลออกมาจากต้นน้ำยังไม่ถูกปนเปื้อน น้ำที่ใส สะอาด เย็นชื่น ไหลไปไล่ล้างชำระสิ่งสกปรกที่ตกลงมาสู่ลำน้ำให้ไหลออกไปจากลำน้ำ เทียบได้กับความคิดดีๆ ที่เราใส่ลงไปในหัวใจของเราให้มันเจือจางความคิดไม่ดีความทุกข์ในทั้งหลายให้มันเบาบางลง พูดง่ายๆ ก็มองโลกในแง่ดี เติมทัศนคติด้านบวกเข้ามาในความคิดจิตใจของเราให้มันดีขึ้นๆ ให้ความคิดดีๆ เบียดความคิดไม่ดี เติมพื้นที่ของความคิดดีๆ เข้ามาในหัวใจลุกไล่ให้ความไม่ดีออกไปจากหัวใจ และมีความความสุขกับชีวิตที่เราเป็นอยู่ หาความสุขเล็กน้อยจากชีวิตรอบด้านของเรา ทุกข์ได้แต่อย่าทุกข์นาน
เก็บเอาสิ่งรอบข้างมาใช้ในชีวิต ทีละเล็กละน้อย ค่อยๆ สอนตัวเอง โชคดีหนักหนาแล้วได้เกิดมาเป็นมนุษย์ที่มีศักยภาพในการพัฒนาตนเอง สอน เตือนตนเองได้ด้วยตนเอง อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน เปลี่ยนตัวเอง ปรับปรุงตัวเอง มองโลกในแง่ดี ชีวิตดีๆ มันก็มีให้เราเห็นได้ทุกหนทุกแห่ง