ช่วงเว้นวรรคของชีวิตเป็นการหยุดเพื่อทบทวนชีวิตที่ผ่านมา

ชีวิตเมื่อเกิดมาแล้วต้องพบเจอสิ่งต่างๆ มากมาย มีทั้งดีและไม่ดี  สิ่งดีหลายท่านก็อยากจะจำ แต่กลับลืม สิ่งไม่ดี อยากลืมแต่กลับจำ ดังนั้นในชีวิตของคนเรา ควรจะมีสักช่วงหนึ่ง ที่ต้องกลับมาทบทวนชีวิตที่ผ่านมา ดิฉันอยากจะเรียกว่า ช่วงเว้นวรรคของชีวิต เป็นการหยุดเพื่อทบทวนชีวิตที่ผ่านมา ว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีสิ่งใดที่ต้องประสบความสำเร็จ และมีสิ่งใดที่พบกับความล้มเหลว เราได้รับบทเรียนอะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตปัจจุบัน สำหรับดิฉันแล้วก็มีบทเรียนมากมาย ซึ่งบทเรียนเหล่านี้อาจจะได้มามาจากทางที่ตัวเรากระทำเอง หรือผู้อื่นกระทำให้ บางบทเรียนก็เป็นบทเรียนที่เรานั้นไม่อยากจะพบเจอ แต่ก็ต้องเจอ บางบทเรียนก็เป็นบทเรียนที่ดีเลิศ เมื่อผ่านการใช้ชีวิตในหลายๆ รูปแบบแล้ว ดิฉันเชื่อว่าไม่ว่าใครก็ตามที่ผ่านการใช้ชีวิตในหลายๆ รูปแบบก็คือ มีทั้งดีและไม่ดี สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่สร้างชีวิตของเราแต่ละคนขึ้น ในแบบฉบับที่ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใครในโลกนี้ 

แต่อย่างไรก็ดี ชีวิตเป็นสิ่งที่ต้องมีสังคมร่วมกับผู้อื่น มีความสัมพันธ์ร่วมกับผู้อื่น ในชีวิตของดิฉันเจอกับเพื่อนที่มีลักษณะหลายรูปแบบมากมาย บางคนก็ดีกับเรา บางคนก็ดีบ้างไม่ดีบ้าง ปะปนกันไป แต่เมื่อมาทบทวนชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ถ้าถามว่า มีเพื่อนแท้กี่คน ก็มีไม่กี่คน ซึ่งถ้าเทียบกับระยะเวลาการใช้ชีวิตที่ผ่านมาก็น้อยมาก ดังนั้นในการดำเนินชีวิตของดิฉันที่ผ่านมา เป็นแบบช่วยเหลือตัวเองตลอด บางครั้งต้องอยู่ในสังคมที่เรานั้นไม่รู้จักใคร บางครั้งเราต้องอยู่ในสังคมที่มีแต่การเอาชนะกัน ทำให้ดิฉันนั้นต้องมีการแข่งขันกับตัวเองกับผู้อื่น กับสภาพต่างๆ ตลอดเวลา เมื่อมีเวลามานั้งทบทวนชีวิตของตัวเองแบบนี้ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือ "เหนื่อย" เพราะเป็นระยะเวลาที่นาน และต้องใช้ความอดทนอีกมากมาย กว่าจะผ่านมาได้ และต้องพบกับการร้องให้ หัวเราะ ดีใจ เศร้า ฯลฯ  สิ่งเหล่านี้ ดิฉันพูดได้คำเดียวว่า "ขอบคุณพระเจ้า" ในฐานะที่ดิฉันเป็นคริสเตียน และขอบคุณหลายสิ่งหลายอย่างที่เข้ามามีส่วนในการสร้างชีวิตหนึ่ง ให้เป็นชีวิตที่ยังคงสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมจนถึงปัจจุบันอย่างที่ควรจะเป็น