เบื้องหลังของชีวิตที่ทำให้คิดได้


Be kind,for everyone you meet is fighting a harder battle

        ในชีวิตของคนหนึ่งคน อาจพานพบเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะดีหรือร้าย สุขหรือทุกข์ ทุกคนล้วนต้องผ่านสิ่งเหล่านี้ไปทั้งสิ้น ความสุขกับความทุกข์เป็นของคู่กัน เมื่อพบเจอกับความสุขก็ต้องพบเจอกับความทุกข์ปะปนกันไป นั่นอาจเรียกได้ว่าเป็นสีสันของชีวิต

         สำหรับตัวผู้เขียนเองก็ คิดว่าตัวเองได้ผ่านเรื่องราวมามากมายพอสมควรอยู่เหมือนกัน แต่พอมองย้อยกลับไปทบทวนชีวิตตัวเองดู ก็เกิดคำถามกับตัวเองว่า สิ่งที่เราเรียกมันว่าความสุขนั้นเป็นความสุขที่แท้จริงแล้วหรือ แล้วสิ่งที่เราเรียกมันว่าความทุกข์นั้นคิดว่าเป็นความทุกข์จริงหรือไม่

       เมื่อก่อนนั้น เราคิดว่าเราอยากมีรถยนต์  อยากมีบ้าน อยากมีเงินเยอะ ๆ แต่พอมาปัจจุบันนี้ หลังจากได้ดูวีดิทัศน์ ในชั่วโมงเรียนของอาจารย์ Ongkuleemarn ทำให้คิดได้ว่า เราจะอยากได้อยากมีอะไรมากมายหนอชีวิต ทั้ง ๆ เมื่อเราตายไป เราก็เอาอะไรติดตัวไปไม่ได้เลย แม้แต่เหรียญบาทที่ใส่ไว้ให้ถึงในปากศพ สัปเหร่อก็ยังมาเอาออกไป 

      แต่สิ่งหนึ่งที่จะติดตัวเราไป ไม่มีใครมาพรากออกจากตัวเราได้นั้นคือคุณงามความดีที่เราได้ทำไว้ มันจะตามติดตัวเราไปจนตาย เพราะฉะนั้นผู้เขียนตั้งใจไว้แล้วว่าจะเปลี่ยนความอยากได้อยากมีในทรัพย์สินเงินทอง มาเป็นอยากทำความดีเพื่อให้ความดีนั้นคงอยู่และติดตัวไปตลอดแม้จะหมดลมหายใจแล้วก็ตาม  ไม่รู้ว่าจะยังทันอยู่ไหม แต่ก็จะพยายามค่ะ


      ต่อมาความทุกข์เมื่อก่อนผู้เขียนเคยอกหักรักคุด (อายจัง) เสียอกเสียใจเป็นอย่างมาก รู้สึกเจ็บปวดมาก กินก็ไม่ได้นอนก็ไม่หลับ รู้สึกว่านี่คือความทุกข์ แต่ขณะเดียวกันนั้น พ่อแม่ของเพื่อนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เพื่อนของผู้เขียนเสียใจเป็นอย่างมาก  คุณยายของเพื่อนได้เข้ามาปลอบและบอกว่า "ไม่ต้องทุกข์ใจ เสียใจไปหรอกลูก ความตาย การจากลา เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องพบเจอไม่ว่าจะเสียใจเพียงไหนเราก็ต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้ คิดเสียว่านี่เป็นบททดสอบบทหนึ่งของชีวิตเท่านั้น" จากคำพูดในวันนั้นของคุณยายทำให้ผู้เขียนเกิดกำลังใจ ฮึดสู้ขึ้นมามากเลยทีเดียว และอดคิดไม่ได้ว่าความทุกข์ใจ เสียใจของเพื่อนกับสิ่งที่เราเรียกมันว่าความทุกข์ของเรา มันช่างเทียบกันไม่ได้เลยสักนิด  กลับคิดว่า แหม ช่างทำไปได้นะเรา

      นอกจากนี้ยังเกิดความคิดที่ว่าถ้าเราเกิดความทุกข์เมื่อใด ให้หันไปมองคนที่ทุกข์กว่าลำบากกว่าจะทำให้เรามีกำลังใจขึ้นมามาก ไม่ใช่ว่าเห็นคนทุกข์ยากลำบากแล้วจะมีความสุขหรอกนะคะ แต่คิดว่าเมื่อเค้าทุกข์ยากลำบากขนาดนั้นเค้ายังสู้และดำเนินชีวิตต่อไปได้แล้วเราล่ะจะมัวยืนทำอะไรอยู่ ก้าวต่อไปข้างหน้าบ้างดีกว่า

       แต่เดี๋ยวก่อน ก่อนที่จะก้าวอย่าลืมนะคะว่า ไม่ว่าท่านจะทุกข์หรือสุขเพียงใดคนที่ยืนเคียงข้างท่านเสมอคือใคร พ่อและแม่ของเรานั่นเอง ดังนั้นจึงควรจะดูแลเอาใจท่านมาก ๆ ในตอนที่มีท่านอยู่ด้วย จะได้ไม่มานั่งเสียใจทีหลังเพราะอดีตไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีกแล้ว ตอนนี้ไม่ว่าทุกข์หรือสุขผู้เขียนมั่นใจและตั้งใจแล้วว่าจะก้าวผ่านสิ่งเหล่านั้นไปให้ได้อย่างแน่นอน
       ช่วยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะทุกคน ขอบคุณค่ะ

หมายเลขบันทึก: 351189เขียนเมื่อ 12 เมษายน 2010 10:22 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 13:37 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (7)

สวัดดีจะกระเจี๋ยบเธอเขียนดีจังเลย เดินทางกลับขอให้โชค D นะจะ

สวัสดีจ๊ะ

เห็นด้วยกับความเห็นข้างบนจ๊ะ เธอเขียนดีจัง

อ่านแล้วซึ้งเลย

ยังไงคนเป็นครูก็ต้องมีความดีเนอะ จะได้นำพาให้ลูกศิษย์มีอนาคตที่ดี

สู้ๆนะจ๊ะ

สวัสดีจ้า กระเจี๊ยบ

ข้อความดีใจจังเลย อ่านแล้ว ก็รู้ว่าซึ้งใจจริงๆๆ

ขอบคุณจ้า

สวัสดีค่ะ

อ่านแล้วเหมือนตัวเอง

อีกแล้ว เป็นกำลังใจให้ค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณนางสาวฤทัยรัตน์ , คุณดาวดอกคูณสายเหนือ ,

คุณประกายฟ้า และ คุณ pinpetch

ขอบคุณที่มาเป็นกำลังใจให้นะคะ

หวังว่าเราคงได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีครับ

เขียนได้ประทับใจจริงๆครับ ถ้าไม่รู้จักนึกว่าเป็นนักเขียนแน่ๆครับ

สวัสดีค่ะ คุณชายอ้วน

ตกลงว่าชมกันใช่ไหมคะเนี่ย

แต่ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมนะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี