ถึงแม้ IR spot meter และกล้อง Thermograph จะเป็นอุปกรณ์วัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัสและใช้หลักการของอินฟราเรดเหมือนกัน แต่การจะนำอุปกรณ์ทั้ง 2 ชนิดนี้ไปใช้งานให้ถูกต้องจะมีความแตกต่างกัน ซึ่งบ่อยครั้งผู้ใช้ที่ขาดความรู้และความเข้าใจมักคิดว่าสามารถใช้แทนกันได้ แต่ในความเป็นจริงอุปกรณ์ทั้งสองมีความแตกต่างกัน ดังสรุปไว้ในตารางที่ 1

D:S (ใช้กับ IR spot meter) หรือ MFOV (ใช้ กับ Thermograph camera) ถ้ามองให้ความหมายอย่างกว้างจะหมายถึง อัตราส่วนของขนาดจุดวัดบนวัตถุ(ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของพื้นที่บนวัตถุที่ถูกวัดซึ่งกล้องจะต้องใช้เก็บคลื่นอินฟราเรด)ต่อระยะห่างระหว่างวัตถุที่ถูกวัดกับกล้อง
สมมุติค่า D:S เท่ากับ 8:1 จะหมายถึงที่ระยะห่างระหว่างกล้องกับวัตถุที่จะวัดเท่ากับ 8 เมตร กล้องจะต้องใช้พื้นที่ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับ 1 เมตรบนวัตถุที่ถูกวัดเพื่อเก็บคลื่นอินฟราเรดถึงจะทำให้ค่าการวัดถูกต้อง แต่ถ้าวัตถุที่ถูกวัดมีขนาดเล็กว่า 1 เมตร เช่น 0.5 เมตร ค่าการวัดที่ระยะ 8 เมตรจะผิดพลาดจำเป็นต้องลดระยะการวัดลงมาเหลือที่ 4 เมตร ค่าที่ได้จากการวัดถึงจะถูกต้อง
ความสำคัญของ D:S หรือ MFOV ที่มีต่อการใช้งาน พิจารณาจากตัวอย่าง เช่น วัตถุที่จะวัดซึ่งมีอุณหภูมิ 100 °C มีขนาด 2 เซนติเมตร และอุณหภูมิรอบวัตถุที่จะวัดมีอุณหภูมิ 20 °C ถ้าวัดที่ระยะห่าง 10 เซนติเมตร กับระยะห่าง 5 เมตร โดยใช้ IR spot meter ที่มีค่า D:S เท่ากับ 8:1 เปรียบเทียบกับใช้ Thermograph ที่มี MFOV เท่ากับ1.3 mm จะได้ผลตามรูปที่ 1 และตารางที่ 2

ตารางที่ 2 ผลที่ควรจะเป็นเมื่อนำ IR spot meter มาใช้เทียบกับ Thermograph ตามเงื่อนไขในตัวอย่างรูปที่ 1

จากตารางที่ 2 และรูปที่ 1 จะเห็นว่าทั้ง IR spot meter และ Thermograph เมื่อวัดที่ระยะ 10 เซนติเมตร ผลการวัดจะใกล้เคียงกันและใกล้เคียงกับอุณหภูมิของวัตถุจริงที่วัด (100°C) เนื่องจากขนาดจุดวัดของ IR spot meter จะเท่ากับ 1.25 เซนติเมตร ส่วน Thermograph จะเท่ากับ 0.013 เซนติเมตร ซึ่งจุดวัดทั้งสองจะมีขนาดไม่ใหญ่เกินกว่าขนาดของวัตถุที่จะถูกวัด (2 เซนติเมตร) แต่เมื่อเปลี่ยนระยะวัดมาที่ 5 เมตร ผลการวัดที่ได้จะแตกต่างกันโดยค่าอุณหภูมิที่ IR Spot meter อ่านได้จะมีค่าต่ำกว่าอุณหภูมิของวัตถุจริงที่จะวัด ในขณะที่อุณหภูมิที่อ่านได้จาก Thermograph จะใกล้เคียงกับอุณหภูมิของวัตถุจริงที่วัด ทั้งนี้เนื่องจากขนาดจุดวัดของ IR spot meter จะเท่ากับ 62.5 เซนติเมตร มีขนาดใหญ่กว่าขนาดวัตถุที่จะวัดจริงดังนั้นค่าอุณหภูมิที่วัดได้ของ IR spot meter เกิดจากการเฉลี่ยของอุณหภูมิของวัตถุที่วัด (100 °C) กับอุณหภูมิโดยรอบ (20 °C) ส่วน Thermograph ขนาดจุดจะเท่ากับ 0.65 เซนติเมตร ซึ่งยังเล็กกว่าขนาดของวัตถุที่จะวัด ทำให้ค่าที่ Thermograph วัดได้เป็นค่าอุณหภูมิของวัตถุที่วัด
การจะเลือกว่าจะควรจะใช้ IR spot meter หรือ Thermograph มาใช้วัดนั้น ถ้าพิจารณาอย่างง่ายก็ขึ้นกับระยะห่างของวัตถุที่จะถูกวัดกับขนาดของวัตถุที่จะถูกวัด เพราะถ้าระยะห่างของวัตถุที่จะถูกวัดมีระยะใกล้ และ ขนาดของวัตถุที่จะถูกวัดใหญ่พอ (ระยะห่างกับขนาดของวัตถุที่จะถูกวัดสอดคล้องกับอัตราส่วน D:S) ก็สามารถที่จะใช้ IR spot meter วัดได้ แต่ถ้าวัตถุที่จะวัดมีระยะไกล หรือ มีขนาดเล็ก การใช้ IR spot meter ก็คงไม่เหมาะสม