ปัญหาที่ ๖


 พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ก็คำที่เธอว่า ผู้ที่จักกลับมาเกิดอีกก็มีนั้น  อะไรจักกลับมาเกิด


 พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร นามและรูปจักกลับมาเกิด


 ม. นามรูปอันนี้แลหรือจักกลับมาเกิด

 น. มิใช่นามรูปนี้, ขอถวายพระพร เป็นนามรูปอีกอันหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นเพราะบุญบาปอันนามรูปนี้ได้กระทำไว้


 ม. ก็ถ้ามิใช่นามรูปนี้ไปเกิดแล้ว ก็เป็นอันว่าหนีบาปกรรมที่ทำไว้ในชาตินี้พ้นละสิเธอ


 น. ขอถวายพระพร ถ้าไม่บังเกิดต่อไปอีกก็เป็นอันหนีพ้น แต่ถ้ายังต้องมาเกิดอีก ก็หนีไม่พ้น


 ม. เธอจงเปรียบให้ฟัง


 น. เหมือนคนลักมะม่วงเจ้าของจับได้ เมื่อคดีถึงศาลจำเลยแก้ตัวว่า มะม่วงต้นนั้น โจทก์มิได้ปลูกไว้ ต้นมะม่วงที่เขาลักผลเป็นของคนอื่นปลูกมาก่อน ขอถวายพระพร เมื่อจำเลยแก้ตัวเช่นนี้ จะพ้นโทษหรือไม่


 ม. ไม่พ้นสิเธอ

 น. ขอถวายพระพร เพราะเหตุไร

 ม. เพราะว่าจำเลยยังมีความผิดฐานลักขโมยอยู่ แม้ตัวจะปฏิเสธข้อหาของโจทก์ในคดีนั้นแล้วก็จริง  แต่ก็ยังชื่อว่ารับสารภาพความผิดในคดี ๑ จึงเป็นอันว่าลงโทษจำเลยได้


 น. นั่นแลฉันใด การที่จะเอานามรูปอื่นข้างหน้า มาเป็นเหตุหนีบาปกรรมที่ทำไว้ในชาตินี้ให้พ้น ก็ไม่ได้ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะว่านามรูปอื่นนั้นเกิดขึ้นเพราะบุญบาปที่นามรูปนี้เป็นผู้ก่อไว้


 ม. ของเธอจงเปรียบให้ฟังอีก

 น. เหมือนคนก่อไฟผิงในฤดูหนาว ครั้นแล้วไม่ไฟ หลีกไปเสีย ไฟนั้นก็ลุกลามไปไหม้ไร่นาของผู้อื่น เมื่อคดีถึงโรงศาล จำเลยแก้ตัวว่า ไฟที่เขาก่อขึ้นนั้นเป็นไฟอีกกองหนึ่งมิใช่ไฟที่ไหม้ไร่นาของโจทก์ ขอถวายพระพร เมื่อจำเลยแก้ตัวต่อศาลเช่นนี้ ศาลจะงดโทษให้หรือไม่

 ม. จะงดให้อย่างไรได้เธอ

 น. เพราะเหตุไร

 ม. เพราะไฟที่จำเลยก่อขึ้นนั้นเป็นต้นไฟ ตัวเลินเล่อปล่อยไว้ จึงลุกลามต่อไป  เพราะฉะนั้นศาลจึงตัดสินลงโทษจำเลยได้


 น. นั่นแลฉันใด บาปกรรมก็ตามลงโทษฉันนั้นเหมือนกัน เพราะแม้นามรูปนี้จะแปรไปเป็นนามรูปหน้าก็จริง แต่เหตุที่เป็นผู้ก่อบุญบาปไว้จึงเกิดมีนามรูปอื่นขึ้นแทน ฉะนั้นนามรูปอื่นนั้นจึงหนีบาปกรรมไม่พ้น


 ม. เธอว่านี้ชอบแล้ว

จบนามรูปปฏิสนธิคหณปัญหา