ปัญหาที่ ๕


 พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน สุขเวทนา (ความสุขกายสุขใจ) เป็นกุศลหรืออกุศล หรือเป็นอพยากฤต (เป็นกลางๆ ไม่ใช่ ๒ อย่างนั้น)


 พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร เป็นได้ทั้ง ๓ อย่าง

 ม. ตามธรรมดากุศลก็เป็นสุข อกุศลก็เป็นทุกข์ แต่นี่ไฉนเธอจึงว่าเป็นได้ทั้ง ๓ อย่างเล่า


 น. อาตมภาพจะเปรียบถวาย เหมือนคนเอาก้อนเหล็กแดงโชนวางลงในมือข้างหนึ่ง เอาก้อนลูกเห็บวางลงในมือข้างหนึ่ง ขอถวายพระพรนั่นเขาจะรู้สึกร้อนหรืออย่างไร
 

 ม. ร้อนสิเธอ
 

 น. ร้อนทั้ง ๒ มือหรือ
 

 ม. หามิได้
 

 น. หรือเย็นทั้ง ๒ มือ
 

 ม. จะว่าเย็นทั้ง ๒ ก็ไม่ถูก
 

 น. นี่แลขอพระองค์จงทราบว่า สุขเวทนาก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน คือเป็นได้ทั้งกุศลอกุศลทั้งอพยากฤต จะว่าเป็นแต่อย่างหนึ่งอย่างใดก็ไม่ถูก เพราะสุขล้วนก็มี สุขเจือทุกข์ก็มี สุขสถานกลางก็มี


 ม. เธอจงแจงให้ฟัง
 พระนาคเสนจึงถวายวิสัชนาว่า โสมนัสอาศัยความกำหนัด (สุขอิงโลก) มี ๖, อาศัยเนกขัมมะ (สุขห่างจากโลก) มี ๖, โทมนัสอาศัยความกำหนัด (ทุกข์เพราะระคนด้วยโลก) มี ๖, อาศัยเนกขัมมะ (ทุกข์เพราะพยายามจะห่างโลก) มี ๖,  อุเบกขา อาศัยความกำหนัด (ความวางเฉยเกี่ยวทางโลก) มี ๖, อาศัยเนกขัมมะ (ความวางเฉยเพราะห่างจากโลก) มี ๖, รวมเป็น ๓๖ แล้วจำแนกออกตามกาลทั้ง ๓ คืออดีต อนาคต และปัจจุบัน จึงบวกเข้าเป็น จำนวน  ๑๐๘


 ม. พิสดารจริง

      จบสุขเวทนาปัญหา