วิวัฒนาการของระบบราชการไทย ตอนที่ 5


วิวัฒนาการของระบบราชการไทย ตอนที่ 5

"วิวัฒนาการของระบบราชการไทย ตอนที่ 5"

ระบบราชการในระหว่าง ปี พ.ศ. 2540 - พ.ศ. 2545

สาเหตุสำคัญในการปฏิรูประบบราชการเนื่องจาก

1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540

2. กระแสโลกาภิวัตน์

3. วิกฤติเศรษฐกิจ

1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ได้แก่

1. แยกฝ่ายบริหารออกจากฝ่ายนิติบัญญัติ

2. ปรับปรุงวิธีการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา

3. ตั้งองค์กรอิสระเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

4. คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน

5. กระจายอำนาจไปสู่ประชาชน

6. สนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรี

2. กระแสโลกาภิวัตน์ ได้แก่

1. สังคมไทยรับรู้ความเป็นไปของโลกและอยู่ในกระแสการเปลี่ยนแปลง

2. เกิดความคาดหวังต่อรัฐและระบบราชการ

3. การเรียกร้องบริการที่มีคุณภาพจากภาครัฐเพิ่มขึ้น

3. วิกฤติเศรษฐกิจ ได้แก่

1. การดำเนินนโยบายการเงินการคลังส่งผลต่อฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศ

2. เกิดการล่มสลายของภาคการเงินในระบบธุรกิจ การส่งออกลดลง ธุรกิจล้มละลาย อัตราการว่างงานสูงขึ้น

3. ฐานะทางการคลังของประเทศประสบปัญหาจนต้องปรับลดงบประมาณรายง่ายประจำปี

4. ระบบราชการต้องเร่งปรับตัวให้เป็นแกนหลักในการพาประเทศฝ่าฟันกระแสวิกฤติเศรษฐกิจ

แนวคิดการจัดการภาครัฐแนวใหม่ (New public Management, NPM) ได้แก่...

1. ให้บริการที่มีคุณภาพแก่ประชาชน

2. ลดการควบคุมจากส่วนกลาง

3. วัดและให้รางวัลในการปฏิบัติงาน

4. สร้างระบบสนับสนุนทั้งด้านบุคคลและด้านเทคโนโลยี

5. สร้างโอกาสการแข่งขันในการให้บริการ

ปัญหาภายในระบบราชการ ได้แก่

1. การขยายตัวของระบบราชการ

2. การมีกฎหมาย ระเบียบ วิธีการและขั้นตอนมาก

3. ข้าราชการได้รับค่าตอบแทนต่ำกว่าภาวะค่าครองชีพ

4. การทุจริตประพฤติมิชอบและขาดคุณธรรม

5. ค่านิยมในการเป็นเจ้าขุนมูลนาย

6. การรวมอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง

7. ส่วนราชการต่าง ๆ มีหน้าที่ความรับผิดชอบที่ซ้ำซ้อนกัน

8. ขาดการวัดผลงานและการตอบสนองต่อสังคม

แผนแม่บทการปฏิรูประบบราชการและแผนปฏิรูประบบบริหารภาครัฐ ได้แก่

1. แผนแม่บทการปฏิรูประบบราชการ

2. แผนปฏิรูประบบบริหารภาครัฐ

1. แผนแม่บทการปฏิรูประบบราชการ ได้แก่...

1. ประกาศใช้แผนแม่บทการปฏิรูประบบราชการ

2. คณะกรรมการปฏิรูประบบราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบในการดำเนินการเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

2. แผนปฏิรูประบบบริหารภาครัฐ ได้แก่...

1. แผนการปรับเปลี่ยนบทบาท ภารกิจและวิธีการบริหารงานของภาครัฐ

2. แผนการปรับเปลี่ยนระบบงบประมาณ การเงินและการพัสดุ

3. แผนการปรับเปลี่ยนระบบบริหารบุคคล

4. แผนการปรับเปลี่ยนกฎหมาย

5. แผนการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมและค่านิยม

ผลการปฏิรูประบบราชการ ได้แก่

1. พระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542

2. ยุคเริ่มต้นของ E - Government

3. ลดขนาดกำลังคนของภาครัฐ

4. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 และพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545

พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 ได้แก่

1. การบริหารราชการต้องใช้หลักธรรมาภิบาล (Good Governance)

2. ให้มีการจัดตั้งส่วนราชการที่ไม่มีฐานะเป็นกรม ไม่เป็นนิติบุคคลแต่มีหัวหน้าส่วนราชการมีฐานะเป็นอธิบดี

3. ในแต่ละกระทรวงมีรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวงที่เป็นหัวหน้ากลุ่มภารกิจและอธิบดีเป็นผู้ปฏิบัติการ กรมที่อยู่ในกลุ่มภารกิจเดียวกันต้องวางแผนและประสานกิจกรรมการใช้งบประมาณและทรัพยากรร่วมกัน

4. ให้หน่วยงานระดับเหนือมอบอำนาจในการทำนิติกรรมและการฟ้องคดีให้หน่วยงานระดับรองและหน่วยงานในภูมิภาคได้

5. กำหนดให้การบริหารราชการในต่างประเทศบริหารงานอย่างเป็นเอกภาพ

6. ให้มีคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ได้แก่

1. กระทรวงเดิม ชื่อเดิม แต่ปรับปรุงภารกิจ

2. กระทรวงเดิม แต่เปลี่ยนชื่อและปรับปรุงภารกิจ

3. กระทรวงตั้งใหม่ ภารกิจใหม่

องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่

1. องค์กรจัดสรรคลื่อนความถี่วิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และวิทยุโทรคมนาคม

2. คณะกรรมการการเลือกตั้ง

3. ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา

4. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

5. ศาลรัฐธรรมนูญ

6. ศาลยุติธรรม

7. ศาลปกครอง

8. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

9. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

ที่มา : ความรู้เกี่ยวกับราชการไทยและการเป็นข้าราชการ

สำนักงาน ก.พ.

หมายเลขบันทึก: 350426เขียนเมื่อ 8 เมษายน 2010 14:46 น. ()แก้ไขเมื่อ 3 เมษายน 2016 07:10 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี