ธรรมะเพื่อชีวิต (5) มนุษย์มาจากไหน ? ตายแล้วไปไหน ?


อย่าให้การมีโอกาสเป็น "คน" ของเราต้องสูญเปล่า

มนุษย์มาจากไหน  ?   ตายแล้วไปไหน  ?

       มนุษย์ในโลกยุคแรก แม่เป็นผู้นำมาปล่อยไว้เอง เพื่อให้มาสร้างสังคมมนุษย์ พวกเขาจะต้องมาเกิดๆตายๆไม่มีหยุด จนกว่าจะสามารถบรรลุมรรคผล คิดไม่ถึงว่าเมื่อมาจุติแล้วกลับลืมจิตเดิมแท้เสียหมด จนไม่รู้หนทางกลับสวรรค์ ไม่ยอมปฏิบัติธรรม ขัดเกลากายและใจ รู้แต่จะเสพสุขจากวัตถุธาตุที่เห็นด้วยตา หารู้ไม่ว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นภาพลวงตาเอาแต่หลงใหลคลั่งไคล้อย่างไม่ลืมหูลืมตา ที่ได้สตินั้นนับว่ามีน้อยมาก ดังนั้นผู้ที่บำเพ็ญธรรมจนบรรลุมรรคผลมีเป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่ยังคงดำผุดดำโผล่อยู่ในวังวนแห่งทะเลทุกข์อันเวิ้งว้าง ไฉนจะไม่ให้แม่เศร้าสลดได้อย่างไร....ดังนั้น ผู้จะขัดเกลาจิต จำต้องละทิ้งเลห์เหลี่ยมกลโกงต่างๆขอแต่เพียงซื่อตรงเท่านั้น ไม่ว่าชายหญิงหรือเด็กหรือคนชรา หากทำได้ดังกล่าว ย่อมสามารถบำเพ็ญธรรมได้ ถึงจะไม่เสียชาติเกิด มนุษย์เป็นหนึ่งในสามสิ่งประเสริฐ คือ ฟ้า ดิน และมนุษย์ ดังนั้นถ้ามนุษย์สามารถขัดเกลาจิตจนรู้แจ้งเห็นธรรม ก็จักสามารถอยู่คู่ฟ้าดินได้ตลอดกาล แต่ถ้าหากจิตวิญญาณเดิมถูกบดบัง ละทิ้งความดี เหลือแต่ความชั่วร้ายย่อมห่างไกลอนุตตรธรรม

            ท่านทั้งหลาย ถ้าหากทราบว่ามนุษย์นั้นเกิดตามกรรม ก็ควรที่จะรีบเร่งบำเพ็ญธรรมเพื่อขัดเกลาจิตใจให้คืนสู่สภาวะจิตเดิมแท้ (จิตบริสุทธิ์ดุจจิตทารก) มิเช่นนั้น คงไม่อาจหนีพ้นนรกอบายภูมิ วนเวียนอยู่ในหกภูมิกำหนดสี่ (สัตว์สี่เท้า สัตว์ปีก สัตว์น้ำ มด แมลง) ตลอดไป ไม่มีวันได้กลับสวรรค์ถิ่นเดิม ซึ่งเป็นเรื่องน่าสลดอย่างยิ่ง เมื่อมีโอกาสได้เกิดเป็นคน ควรทำคุณประโยชน์แก่สังคม ส่วนรวม ประเทศชาติ แสดงออกถึงจิตอันดี มีคุณธรรมอันเป็นจิตดั้งเดิม อายุขัยของคนเรายืนยาวไม่กี่สิบชาติ ถ้าปล่อยให้วันเวลาล่วงไปโดยไม่ได้สร้างกุศลไว้ในโลก ย่อมไม่เป็นการปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง ก็จักไม่สามารถกลับสวรรค์ การมีโอกาสเป็นคนก็จะสูญเปล่าอย่างน่าเสียดาย

 

            เมื่อที่มาของมนุษย์เป็นเช่นนี้ หลังจากตายแล้ววิญญาณไปไหนเล่า 

            มนุษย์ในโลก เมื่อเกิดมาไม่รู้จักสร้างสมบุญญาบารมี อบรมบ่มจิต แต่กลับก่อกรรมทำชั่วมากหลายจึงต้องชดใช้หนี้กรรม เมื่อใดสิ้นลมหายใจบุตรหลานก็ไม่รู้จักสร้างบุญกุศลไถ่บาปผู้ตาย คิดแต่จะจัดงานศพใหญ่โต ฆ่าสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่เซ่นไหว้ แท้จริงเป็นการเพิ่มบาปกรรมแก่ผู้ตาย เพราะพวกสัตว์ก็มีชีวิตจิตใจเช่นกัน ชาติก่อนมันอาจเคยเกิดมาเป็นคน แต่ทำบาปมากจึงต้องเกิดมาเป็นสัตว์ ดังนั้น สัตบุรุษเห็นมันเกิด ย่อมไม่อาจทนดูมันตาย ได้ยินเสียงมันร้องย่อมไม่อาจทนกินเนื้อมัน ไฉนจึงต้องไปฆ่าสัตว์เป็น เพื่อเซ่นไหว้คนตาย

            ปกติคนหลังจากตายเจ็ดวัน จึงรู้ว่าตนตายแล้ว ก็เริ่มรู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่ตนได้กระทำเมื่อครั้งมีชีวิตอยู่  49 วันแรกวิญญาณของเขาจะต้องถูกกักอยู่ใรนรก เพื่อรอวันพิจารณาตัดสินคดี แลเพื่อดูว่าในช่วงระหว่าง 49 วันนั้น บุตรหลานในเมืองมนุษย์ได้สร้างกุศลหรือสร้างบาปกรรมเพิ่มให้แก่เขาหรือไม่ เมื่อครบ 49 วันแล้วทางยมบาลจึงจะดำเนินการพิจารณาไต่สวนโดยจะรวบรวมบาปและคุณที่เขาสร้างสมทั้งหมดมาหักลบกัน ถ้าฝ่ายบุญกุศลมีมากกว่าก็จะให้ไปเกิดเป็นคนอีก ถ้าฝ่ายบาปอกุศลมีมากกว่า ก็จะส่งไปที่นรกแต่ละขุม จัดการชำระตามโทษาณุโทษของเขาต่อไป คนจำพวกที่ไม่ยอมบำเพ็ญธรรม (ปฏิบัติธรรม) สร้างกุศล เมื่อตายแล้วจะต้องผ่านกระบวนการตามที่กล่าวนี้

            ดังนั้นผู้ที่มีปัญญา เจริญพากเพียรบำเพ็ญธรรม หมั่นสร้างสมบุญกุศล เมื่อตายลงก็จะแตกต่างจากวิญญาณทั่วไป เพราะเมื่อจิตวิญญาณของเขามีการขัดเกลาก็จักสว่างผ่องใส แม้กายเนื้อเขาจะตายแต่กายทิพย์(จิตวิญญาณ)เขายังคงอยู่ ดังนั้นจึงไม่ต้องตกนรกอันมืดมิด

            ธรรม  ชาวโลกไม่เข้าใจหลักการข้อนี้ เห็นการบำเพ็ญธรรมสร้างกุศลว่าเป็นการหลงเชื่องมงาย ซึ่งตามความเป็นจริงการไม่บำเพ็ญธรรม ไม่สร้างสมบุญญาบารมี เป็นการบดบังจิตเดิมอันดีงาม ต่อเมื่อตายลงจึงสำนึกได้ แต่ก็สาย

เสียแล้ว.....................................

      บันทึกไว้ในคืนอันเงียบสงบ ........เพื่อมวลมนุษย์ที่เข้าถึงธรรม

อาจารย์เก

 

หมายเลขบันทึก: 350337เขียนเมื่อ 8 เมษายน 2010 09:19 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 มิถุนายน 2012 16:45 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (4)
  • สวัสดีค่ะ
  • วันสงกรานต์นี้เที่ยวให้สนุกเดินทางด้วยความปลอดภัยนะค่ะ 
  • สุขสันต์วันสงกรานต์...ค่ะ

                        

ขอบคุณครับคุณบุษรา สงกรานต์นี้ไม่ได้ไปไหนหรอกครับ ทำบุญ เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานอยู่กับบ้าน

เช่นกันครับ ขอให้คุณบุษราจงมีแต่ความสุข ตลอดปี๋ใหม่เมืองของเฮา

อาจารย์เก

  • สวัสดีค่ะ อาจารย์
  • บุษราแวะมารับธรรมะเพื่อชีวิตค่ะ
  • อาจารย์แวะไปให้กำลังใจบุษราครั้งใดก็จะแฝงไว้ด้วยข้อคิดดี ๆ ที่นำไปฝากกันเสมอ ๆ บุษราซาบซึ้งในมิตรไมตรีที่อาจารย์หยิบยื่นให้ค่ะ  "สถิติมีไว้ทำลาย แต่หัวใจมีไว้ดูแลซึ่งกันและกันตลอดไปค่ะ"
  • ขอบพระคุณค่ะ

อันความงามมีอยู่ตามหมู่ซากผี อันความดีอยู่ที่ละ สละ ยิ่ง

ความเป็นพระอยู่ที่เพียรบวชเรียนจริง นิพพานสิ่งอยู่ที่ตาย...ก่อนตายเอย

ขอบคุณคุณบุษรามากครับ

อาจารย์เก

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง