คุณภาพที่พอเพียงที่มีฐานมาจากหลักการแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพที่ยั่งยืน

          การพัฒนาคุณภาพที่พอเพียงเป็นไปตามหลังการแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯที่มีพระเมตตา ทรงคิดค้น ทดลองใช้และใช้ได้ประโยชน์ พร้อมทั้งพระราชทานให้แก่ประชาชนชาวไทย และประชากรโลกที่กำลังประสบกับผลของการพัฒนาที่ผ่านมา หลักคิดสำคัญที่นำมาเป็นพื้นฐานของการพัฒนาคุณภาพในโรงพยาบาลแบบพอพอเพียง ได้แก่ ความพอประมาณ (Moderation) ความมีเหตุผล (Reasonableness) และภูมิคุ้มกันในตัว (Self-Immunity) ที่เป็นแนวคิดเดียวกันกับหลักการแนวความคิดเศรษฐกิจพอเพียง โดยเห็นว่า "คุณภาพที่พอเพียงที่มีฐานมาจากหลักการแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพที่ยั่งยืน "การนำพาการเรียนรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตากใบ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยจัดขึ้นที่ ห้องประชุมชญานิศ ภายในโรงพยาบาลฯ  ที่อาจารย์ที่ทำหน้าที่ใมหาวิทยาลัยฯ สอนนักศึกษาในสาขาวิชาบริหารโรงพยาบาล ได้ใช้เวลาช่วงหยุดภาคฤดูร้อน ปี 2553 ออกให้การบริการวิชาการ

พอได้เวลา 13.00 น. นพ.นายแพทย์สมชาย   ศรีสมบัณฑิต ผู้อำนวยการกล่าวตอนรับ และอาจารย์จิราวรรณ  พรหมเพชร ผู้ประสานงานคุณภาพที่ได้ทำการประสานและไปรับจากบ้านพักที่อำเภอสุไหโกลก จนทำให้มีวันนี้เกิดขึ้น แนะนำตัวผมนิดหน่อย แล้วยกเวทีให้ผม

                      

            

          หลักการและแนวความคิดในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเป็นหลักในการดำรงชีวิต พร้อมทั้งได้ชี้แนะในการเนินชีวิตให้แก่ประชาชนชาวไทยมาเป็นเวลามากกว่า 30 ปี จนในปี พ.ศ. 2542 ปลายปี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมกัน ประมวล กลั่นกรองกระแสพระราชดำรัส เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำบทความดังกล่าวไปเผยแพร่ จนมาถึงวันนี้มากกว่า 10 ปี อีกทั้งขยายออกไปนอกเหนือจากเรื่องเศรษฐกิจ ไปสู่การบริหาร การพัฒนาต่างๆอีกมากมาย ทั้งองค์กรตั้งแต่องค์กรขนาดเล็กจนถึงองค์กรขนาดใหญ่  ความสำคัญดังกว่าถูกบรรจุไว้ในแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 เป็นต้นมา(พ.ศ.2545-2549) การยึดเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเป้าหมายของการพัฒนาก็เพื่อจะให้ประเทศเดินทางสายกลาง ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์  ความพอเพียงหมายถึง ความพอประมาณ  ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี (คณะอนุกรรมการขบเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง, 2550. หน้า 4)

         การพัฒนาคุณภาพในโรงพยาบาลก็เช่นเดียวกัน หากนำหลักการเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ก็จะทำให้เห็นการพัฒนาคุณภาพที่สมเหตุ สมผล พอประมาณตามบริบท(Context) ของโรงพยาบาลและชุมชนที่โรงพยาบาลร่วมอยู่ และที่สำคัญก็คือเราได้กลับมาทบทวนความมีคุณค่าในองค์กร สังคมที่เรายึดถือกันมายาวนานเป็นเกาะกำบังเป็นภูมิคุ้มกันของแต่ละคนที่เกี่ยวข้องและของโรงพยาบาลเพื่อนำพาทุกท่านไปสู่ความยั่งยืนของโรงพยาบาลต่อไป

          การนำเอาหลักหลักการเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล โดยเริ่มต้นด้วยเชิญชวนให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจ การพัฒนาคุณภาพอย่างพอเพียง เสียก่อน ซึ่งเป็นการพัฒนาด้วยตัวเองได้อย่างไม่เดือดร้อน โดยการพึ่งพาซึ่งกันและกันกับภาคีหุ้นส่วน มากกว่าพึ่งพาคนอื่น พร้อมทบทวนว่าองค์ประกอบทั้ง 3 ประการที่ได้กล่าวมาแล้วว่าเราควรนำพาสิ่งใดมาเรียนรู้ก่อน  ที่ประชุมมีความเห็นที่หลากหลายและเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นว่า ภูมิคุ้มกันในตัว (Self-Immunity) ควรนำมาเรียนรู้ก่อน  ซึ่งสิ่งนี้เปรียบเสมือน DNA ที่อยู่ในทุกท่านและเป็นสิ่งขับเคลื่อนการดำรงชีวิตให้ได้แสดงพฤติกรรมออกมาในทางที่เหมาะสม เป็นสิ่งกำกับอยู่จิตใจของเราเอง ที่มีการหล่อหลอมเรามาตั้งแต่มนุษย์เกิดขึ้นมานั้นคือ ความเป็นมนุษย์ (Humanized) ซึ่งได้แก่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ค่านิยมทางสังคมคุณธรรม จริยธรรม จริยธรรมวิชาชีพ จรรยาบรรณ ความมีสติ ที่รู้ว่าทำและไม่ทำอะไร ที่ปรากฏออกมาเป็นความรัก ความเมตตา ความกังวลเมื่อเห็นเขาได้รับทุกข์ ความเกื้อกูล รวมถึงความยินดีปรีดาเมื่อเห็นเขามีความสุข เป็นต้น นี้เป็นสิ่งกำกับให้เราได้ทำความดี ความงามฝากไว้ในระบบบริการสุขภาพของเรา  จะเห็นว่าในบางครั้งบางคราว การรับรู้ที่ขาดการระลึกรู้ อย่างเท่าทัน ก็จะทำให้จิตใจเราเตลิดไปตามการรับรู้ภายใต้ความคิดของเรา  และบางครั้งก็ไปสร้างความทุกข์ให้แก่ผู้อื่น ดังนั้นการภูมิคุ้มกันดังกล่าวคือที่ได้กล่าวมาแล้ว เป็นพื้นฐานทำให้เกิดความมีสติระลึกรู้ จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนทุกท่านควรได้รับการฝึกฝนให้รู้เท่าทันจิตใจของตนเอง ในช่วงนี้ผมเลยลองชวนให้มาทบทวน การเดินทางของความติดของแต่และคน (การทำงานของจิต) ซึ่งแต่ละท่านมีธรรมชาติของความนึกคิดที่เหมือนกัน แต่ทุกท่านก็มิได้แสดงออกที่ไปในทิศทางเดียวกัน  นั้นหมายถึงท่านที่ควบคุมความคิดจิตใจได้ก็จะไม่คิดอะไรเพลิดเพลินไปกับการรับรู้ที่ผ่านเข้ามา มีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นแล้ว ในขณะเดียวกันบางท่านที่ยังกำกับความคิดของตังเองไม่ได้ก็ต้องฝึกจิตใจของตนเอง “จิตตัง ทันตัง สุขาวหัง”  “จิตที่ฝึกมาดีแล้วย่องนำพาความสุขมาให้” เฝ้าลมหายใจตนเองเป็นอีกบทเรียนที่เราได้เรียนรู้ร่วมกันในการเฝ้าความคิดให้จดจ่อในเรื่องใกล้ตัวของเรา (ผมอยากสร้างบทเรียนพลังของความคิดที่ถูกต้อง (สัมมาทิฐิ)ที่ทรงพลังนุภาพ นี้ต่อ  แต่เวลาจำกัด) ตรงนี้เป็นผลของภูมิคุ้มกันนั้นจะทำให้ทุกท่านมีพลังทางความคิดในการต่อสู้กับการรับรู้เรื่องราวต่างๆ พร้อมทั้งใช้พลังตรงนี้ นำพาให้ตัวเรา งานของเราที่จะตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับผลงานทั้งภายในโรงพยาบาล และภายนอกที่ได้มอบความไว้วางใจให้ดูแลร่างกาย สุขภาพและจิตใจ ให้ทีมเราได้ช่วยดูแลในระบบบริการสุขภาพของเราต่อไป

(ประการที่ 2 และ ประการที่ 3 จะเอามาลงในโอกาสต่อไปครับ)