สมัยผมเป็นเด็กแม่จะสอนว่าเมื่อกินข้าวเสร็จต้องไปบ้วนปากล้างปากถูสบู่ แล้วจึงกินน้ำ โปรดสังเกตว่าคนบ้านนอกปักษ์ใต้ไม่ดื่มน้ำนะครับ เรากินน้ำ และกินจากขัน ดังนั้นน้ำขันเดียวกันเรากินร่วมกันหลายคน
ที่บ้านผมมีขันน้ำกินอยู่ขันเดียว ล้างขัดสะอาดอยู่เสมอ ผมเข้าใจว่าการบ้วนปากและล้างปากถูสบู่ก็เพื่อให้ปากสะอาด เวลาดื่มน้ำจากขันจะได้ไม่เปื้อนขัน ถือเป็นนิสัยเพื่อสุขภาพอย่างหนึ่ง
ที่บ้านนอกเวลาดื่มน้ำเรากินหรือ “มึก” มึกน่าจะแปลว่าดื่มอย่างเร็ว คือเอาขันจ่อปากและดื่มอั้กๆ ผมคงจะติดนิสัยมึกน้ำมาจนอายุประมาณ ๑๐ ขวบ พ่อพามาเที่ยวกรุงเทพ ในโอกาสที่พ่อมาซื้ออะไหล่รถยนตร์ที่เชียงกง ระหว่างนั่งรถไฟ (ชั้น ๓ แน่นอนอยู่แล้ว) พ่อเอาขันน้ำเล็กๆ ให้ผมมึก ปรากฎว่าน้ำที่เหลือในขันมีเศษข้าวอยู่เต็ม ผมจึงเลิกมึกน้ำเป็นนิสัยมาจนบัดนี้
เดี๋ยวนี้เราไม่ล้างปากหลังอาหารกันแล้ว เราเช็ดปากด้วยกระดาษทิชชู แต่ผมสังเกตว่าปากไม่สะอาด เพราะที่ขอบแก้วจะมีกลิ่นอาหารติดอยู่ เมื่อดื่มครั้งหลังจะได้กลิ่น วัฒนธรรมเช็ดปากของสมัยนี้จึงสู้วัฒนธรรมล้างปากฟอกสบู่ (ซันไลท์) ในสมัยผมเป็นเด็กไม่ได้
ขอหมายเหตุว่า สมัยผมเป็นเด็กสบู่เป็นของฟุ่มเฟือยนะครับ และอย่างดีก็สบู่ซันไลท์ ที่เลวลงไปคือสบู่กรด ส่วนสบู่หอม (ตรานกแก้ว) นั้นเป็นของผู้มีอันจะกินเขาใช้กัน สมัยนั้นแถวบ้านผมคนซื้อเข็มเย็บผ้าทีละเล่ม (อัน) นะครับ และหาซื้อยากด้วย มีคนขายของเร่มาขายตอนวันตลาดนัด คือวันอาทิตย์กับพฤหัส
แถมอีกนิด ว่าน้ำดื่มคือน้ำฝน น้ำบ่อกินไม่ได้เพราะกร่อย น้ำฝนจืดอร่อยกว่ากันอย่างเทียบไม่ได้เลย ที่บ้านผมจึงมีไหน้ำฝนตั้งอยู่รอบบ้าน และรองน้ำฝนจากชายคา คือชายคาบ้านเราไม่มีรางน้ำแบบชายคาบ้านสมัยใหม่ หรือมีก็เป็นรางสังกะสีมุงหลังคา เอามาหักตามยาว ใส่ลงในไหน้ำ รองน้ำที่ตกจากชายคาลงไห แล้วผมก็มีหน้าที่ตักน้ำจากไหนั้นไปไหอื่น จนกว่าน้ำจะเต็มทุกไห โปรดสังเกตว่าเราไม่มีโอ่งนะครับ เพราะโอ่งเป็นภาษากรุงเทพ
ที่บ้านนอกเวลาดื่มน้ำเรากินหรือ “มึก” มึกน่าจะแปลว่าดื่มอย่างเร็ว คือเอาขันจ่อปากและดื่มอั้กๆ ผมคงจะติดนิสัยมึกน้ำมาจนอายุประมาณ ๑๐ ขวบ พ่อพามาเที่ยวกรุงเทพ ในโอกาสที่พ่อมาซื้ออะไหล่รถยนตร์ที่เชียงกง ระหว่างนั่งรถไฟ (ชั้น ๓ แน่นอนอยู่แล้ว) พ่อเอาขันน้ำเล็กๆ ให้ผมมึก ปรากฎว่าน้ำที่เหลือในขันมีเศษข้าวอยู่เต็ม ผมจึงเลิกมึกน้ำเป็นนิสัยมาจนบัดนี้
เดี๋ยวนี้เราไม่ล้างปากหลังอาหารกันแล้ว เราเช็ดปากด้วยกระดาษทิชชู แต่ผมสังเกตว่าปากไม่สะอาด เพราะที่ขอบแก้วจะมีกลิ่นอาหารติดอยู่ เมื่อดื่มครั้งหลังจะได้กลิ่น วัฒนธรรมเช็ดปากของสมัยนี้จึงสู้วัฒนธรรมล้างปากฟอกสบู่ (ซันไลท์) ในสมัยผมเป็นเด็กไม่ได้
ขอหมายเหตุว่า สมัยผมเป็นเด็กสบู่เป็นของฟุ่มเฟือยนะครับ และอย่างดีก็สบู่ซันไลท์ ที่เลวลงไปคือสบู่กรด ส่วนสบู่หอม (ตรานกแก้ว) นั้นเป็นของผู้มีอันจะกินเขาใช้กัน สมัยนั้นแถวบ้านผมคนซื้อเข็มเย็บผ้าทีละเล่ม (อัน) นะครับ และหาซื้อยากด้วย มีคนขายของเร่มาขายตอนวันตลาดนัด คือวันอาทิตย์กับพฤหัส
แถมอีกนิด ว่าน้ำดื่มคือน้ำฝน น้ำบ่อกินไม่ได้เพราะกร่อย น้ำฝนจืดอร่อยกว่ากันอย่างเทียบไม่ได้เลย ที่บ้านผมจึงมีไหน้ำฝนตั้งอยู่รอบบ้าน และรองน้ำฝนจากชายคา คือชายคาบ้านเราไม่มีรางน้ำแบบชายคาบ้านสมัยใหม่ หรือมีก็เป็นรางสังกะสีมุงหลังคา เอามาหักตามยาว ใส่ลงในไหน้ำ รองน้ำที่ตกจากชายคาลงไห แล้วผมก็มีหน้าที่ตักน้ำจากไหนั้นไปไหอื่น จนกว่าน้ำจะเต็มทุกไห โปรดสังเกตว่าเราไม่มีโอ่งนะครับ เพราะโอ่งเป็นภาษากรุงเทพ
ขอหมายเหตุว่า สมัยผมเป็นเด็กสบู่เป็นของฟุ่มเฟือยนะครับ และอย่างดีก็สบู่ซันไลท์ ที่เลวลงไปคือสบู่กรด ส่วนสบู่หอม (ตรานกแก้ว) นั้นเป็นของผู้มีอันจะกินเขาใช้กัน สมัยนั้นแถวบ้านผมคนซื้อเข็มเย็บผ้าทีละเล่ม (อัน) นะครับ และหาซื้อยากด้วย มีคนขายของเร่มาขายตอนวันตลาดนัด คือวันอาทิตย์กับพฤหัส
แถมอีกนิด ว่าน้ำดื่มคือน้ำฝน น้ำบ่อกินไม่ได้เพราะกร่อย น้ำฝนจืดอร่อยกว่ากันอย่างเทียบไม่ได้เลย ที่บ้านผมจึงมีไหน้ำฝนตั้งอยู่รอบบ้าน และรองน้ำฝนจากชายคา คือชายคาบ้านเราไม่มีรางน้ำแบบชายคาบ้านสมัยใหม่ หรือมีก็เป็นรางสังกะสีมุงหลังคา เอามาหักตามยาว ใส่ลงในไหน้ำ รองน้ำที่ตกจากชายคาลงไห แล้วผมก็มีหน้าที่ตักน้ำจากไหนั้นไปไหอื่น จนกว่าน้ำจะเต็มทุกไห โปรดสังเกตว่าเราไม่มีโอ่งนะครับ เพราะโอ่งเป็นภาษากรุงเทพ
อ่านสนุกดีค่ะ
คิดถึงตอนไปเที่ยวบ้านคุณย่าที่สิชล ก็ยังทานน้ำฝนกับขันค่ะ เย็นดี ชอบค่ะ