เคยมีผู้กล่าวไว้ว่าเรื่อง ศาสนา  การเมือง  ความเชื่อ   เราไม่ควรนำมาพูดคุยกัน   แต่ผู้เขียนรู้สึกคันไม้คันมืออยากเขียนเรื่องนี้มานานแล้ว       และหากข้อเขียนนี้ไปกระทบความรู้สึกของผู้อ่านบางท่านต้องขออภัย     มิได้มีเจตนาลบหลู่แต่อย่างไร      หากแต่ต้องการเสนอความคิดเห็นบางอย่าง....เพื่อบอกเล่าความในใจเท่านั้น

                   หลายปีที่ผ่านมา  ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นมีการสร้างวัตถุมงคลที่เราคาดไม่ถึงหลายอย่าง    เช่น  "ชูชกมหาลาภ"  ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้ค้าขายดี  มีเสน่ห์ ขออะไรแล้วจะประสบความสำเร็จ  แถมดึงดูดเพศตรงข้ามและไม้ป่าเดียวกันอีกต่างหาก ยิ่งอ่านสรรพคุณก็มองเห็นว่าคนบูชาหวังผลเพื่อตนเองทั้งสิ้น   ซึ่งเป็นวิถีทางของคนโลภโดยแท้

ชูชกมหาลาภ

                                 ภาพจาก   http://shopping.sanook.com/buy/buy_detail.php?nitemID=4473102

                   ทำไมไม่สร้างเหรียญพระเวสสันดร  ใครมีเหรียญนี้บูชาจะเป็นผู้ให้ มีจิตเสียสละ บำเพ็ญทานบารมี  มิดีกว่าหรือ ?

                  อนึ่งเมื่อเรามาวิเคราะห์ถึงชูชก     อดีตชาติของพระเทวทัตต์ซึ่งสร้างบาปกรรมอย่างหนักเป็นอนันตริยกรรมจนธรณีสูบลงสู่มหาอเวจีนรก        แต่มีคุณความดีจาก
การบำเพ็ญบารมี  และจะได้เกิดเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าในอนาคต     แล้วถามว่าชูชกมีดีตรงไหน ?  นอกจากมีศิลปะในการขอเท่านั้นเองหรือ ?    แล้วคนช่างขอจะเป็นที่รักของผู้ถูกขอได้อย่างไร ?                  

                  กระแสชูชกมหาลาภยังไม่ทันจางหาย         สองสามวันที่ผ่านมา ก็มีข่าวฮือฮาเกี่ยวกับ"เหรียญขุนแผนโคโยตี้"ซึ่งสร้างความฮือฮาให้ผู้พบเห็น       และวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา  ขึ้นอยู่กับจริตของผู้วิจารณ์

                   ขุนแผนเป็นใคร       ว่ากันว่ามีตัวตนจริงตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย    มีความสามารถในเชิงรบ          และเชิงรักแต่สิ่งที่ไม่ควรเลียนแบบก็คือการประพฤติตนไม่เหมาะสมตั้งแต่เป็นสามเณร     แล้วก็มีความเก่งกล้าสามารถในเรื่องของคาถาอาคม       มีของดีสามอย่างได้แก่  ดาบฟ้าฟื้น  ม้าสีหมอก  และกุมารทอง  พฤติกรรมบางอย่างของขุนแผนไม่ควรเลียนแบบเช่นความเจ้าชู้      การฆ่านางบัวคลี่เพื่อผ่าท้องนางนำลูกมาทำกุมารทอง   เป็นต้น

                   เดิมทีใครก็ตามที่ห้อยเหรียญขุนแผนจะทำให้เป็นคนมีเสน่ห์  ใครเห็นใครก็ชอบโดยเฉพาะผู้ชายบางคนที่อาจขาดเสน่ห์ประจำตัวจึงต้องหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย       มาบัดนี้รูปแบบเหรียญขุนแผนพัฒนาตามยุคตามสมัย  เพราะกิเลสของคนสร้างจึงมีเรื่องของ
สาวโคโยตี้เข้ามาเกี่ยวข้อง   โดยอ้างสรรพคุณในเรื่องของการค้าขายจะมีโชคลาภ   และให้เหตุผลในการสร้างว่าเป็นศิลปะ   เด่น สะดุดตา      จนลืมคิดไปว่า  "ระหว่างศิลปะกับอนาจาร" เป็นสิ่งที่คาบเกี่ยวกันแล้วแต่ว่าจะมองมุมไหน ?       แต่ศิลปะชั้นสูงต้องทำให้ผู้เสพเกิดปัญญาลดละความทยานอยากในกามมิใช่หรือ ?

091120222196fc007278c1596b.jpg

              ภาพจากhttp://www.khalong.com/board/viewthread.php?tid=91

                          _MG_2542 copy.jpg 

                    สุดท้ายก็อยากฝากพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย  แท้จริงแก่นแท้แห่งคำสอนของพุทธศาสนา  ไม่เคยสอนให้ศรัทธาเครื่องรางของขลัง     ไม่เคยสอนให้งอมืองอเท้าโดยพึ่งพาผู้อื่น   ไม่เคยสอนเรื่องพิธีกรรมเรื่องการปลุกเสกต่าง ๆ ที่เราติดยึด แล้วใครหนอที่ทำให้ศาสนาผิดเพี้ยน ?   พระพุทธเจ้าสอนในเรื่องของการดำเนินชีวิตอย่างผู้มีปัญญา  สอนให้เราเชื่อผลแห่งการกระทำ  โชคลาภย่อมไม่มีแก่ผู้เกียจคร้าน   เสน่ห์เกิดจากการมีสังคหวัตถุ ๔ นั่นคือ รู้จักให้  มีวาจาอ่อนหวาน  รู้จักบำเพ็ญประโยชน์  และทำตนเสมอต้นเสมอปลาย   เพียงแค่นี้แม้ไม่มี "ชูชกมหาลาภ"  ไม่มี "ขุนแผนโคโยตี้"  ท่านก็มีเสน่ห์และร่ำรวยได้หากดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  รักษาศีลห้าและหลีกเลี่ยงอบายมุขทุกชนิด....