สรุปการอ่านงานวิจัยเรื่องที่  5

 

1.  ชื่อเรื่อง    ความสัมพันธ์ระหว่างความฉลาดทางอารมณ์กับพฤติกรรมการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 1 และเขต 2

 

2.  ผู้วิจัย     ฉัตรชัย  เทพขจร

 

3.  ปีที่วิจัย        พ.ศ. 2551

 

4.  วัตถุประสงค์ 

                1. เพื่อศึกษาความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่

การศึกษาปทุมธานี เขต 1 และ เขต 2

2. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน

เขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 1 และ เขต 2

3. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความฉลาดทางอารมณ์ กับพฤติกรรมการบริหาร

งานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 1 และ เขต 2

 

5.  วิธีวิจัย 

-  การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้เป็นการศึกษาค้นคว้าเชิงสำรวจ

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 

ประชากร   คือ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 197 คน จาก 197 โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 1 และเขต 2 ปีการศึกษา 2550 จำแนกเป็น

1.  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 1 ผู้อำนวยการสถานศึกษา 

จำนวน 120 คน จาก 120 โรงเรียน

2.  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2 ผู้อำนวยการสถานศึกษา

จำนวน 77 คน จาก 77 โรงเรียน

กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 1 และเขต 2 จำนวน 132 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างของ

ทาโร ยามาเน (Yamané. 1970 : 125)

 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังนี้

ตอนที่ 1 แบบสอบถามเกี่ยวกับสถานภาพ ของผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบ

ตรวจสอบรายการ (Check list)

ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษา ใช้

แบบสอบถามวัดความฉลาดทางอารมณ์ของ กรมสุขภาพจิต (2544 : 43) ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ

ด้านดี ด้านเก่ง และด้านสุข จำนวน 52 ข้อ มีลักษณะเป็นแบบสอบถามมาตรส่วนประมาณค่า

4 ระดับ(Rating scale)และได้กำหนดค่าน้ำหนักของตัวเลือกตามเกณฑ์ของกรมสุขภาพจิต (2544 :43)

ตอนที่ 3 แบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา

4 ด้าน คือ ด้านการวางแผนอัตรากำลังและกำหนดตำแหน่ง ด้านการสรรหาและบรรจุแต่งตั้ง ด้าน

การเสรอมสร้างประสระสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ และด้านวินัยและการรักษาวินัย จำนวน

30 ข้อ มีลักษณะเป็นแบบสอบถามมาตรส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ คือ ระดับมากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด ตามแบบของลิเคอร์ท (Likert) โดยมีเกณฑ์การให้น้ำหนักเป็นรายข้อ

วิธีวิเคราะห์ผล

การวิเคราะห์ข้อมูล

1. การวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ วุฒิการศึกษา

และประสบการณ์ในการบริหารงาน วิเคราะห์ค่าความถี่ (Frequency) และค่าร้อยละ (Percentage)

2. ข้อมูลเกี่ยวกับความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษา ใช้วิธีการวิเคราะห์

ข้อมูลตามเครื่องมือวัดความฉลาดทางอารมณ์ ของกรมสุขภาพจิต

สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (X ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าร้อยละ(Percentage) และแปลความหมายของค่าเฉลี่ย โดยใช้เกณฑ์ของ กรมสุขภาพจิต (2543ก : 51)

 

6.  ผลการวิจัย

                ผลการวิจัยพบว่า

1. ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 1 และเขต 2

มีความฉลาดทางอารมณ์ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปกติ และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ทุกด้านเรียงตามลำดับ คือ ด้านเก่ง ด้านดี และด้านสุข

2. ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 1 และเขต 2

มีพฤติกรรมการบริหารงานบุคคล ภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้าน

การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนด้านวินัยและการรักษา

วินัย ด้านการสรรหาและการบรรจุแต่งตั้ง และด้านการวางแผนอัตรากำลังและการกำหนดตำแหน่ง

มีพฤติกรรมการบริหารอยู่ในระดับมาก

3. ความฉลาดทางอารมณ์กับพฤติกรรมการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 1 และเขต 2 ไม่มีความสัมพันธ์กัน และเมื่อ

พิจารณารายด้าน พบว่า ความฉลาดทางอารมณ์ด้านเก่งมีความสัมพันธ์กันกับพฤติกรรมการบริหาร

งานบุคคลอยู่ในระดับต่ำ (r = .196)