ข้าพเจ้าเกิดมาในครอบครัวรากหญ้า  พ่อแม่เป็นเกษตรกรเต็มขั้น  ตั้งแต่เล็กจนโตข้าพเจ้ามีโอกาสได้สัมผัสวิถีชีวิตในป่าดงพงไพร  ได้สัมผัสชีวิตบ้านนอกชนบท   ข้าพเจ้าไม่ได้เข้าชั้นอนุบาล  อายุครบ  7  ปี  ก็เข้าเรียน ป.1  จนกระทั่งจบ ป.6  การเรียนของข้าพเจ้าอยู่ในระดับปานกลาง  ไปเรียนหนังสือก็ไดกินข้าวกลางวันบ้าง  ไม่ได้กินบ้าง  พ่อแม่มีลูกหลายคน  ชีวิตก็อยู่กับการต่อสู้  ข้าพเจ้าเข้าเรียนในระดับมัธยมที่ใกล้บ้านจนจบ  ม.3  ด้วยความขาดแคลนข้าพเจ้าก็ได้เคยต่อยมวยงานวัดที่บ้านก็ได้ค่าตัวครั้งละ 100  บาท  เมื่อได้เงินมาก็ดีใจมากตามประสาเด็กบ้านนอก  การต่อยมวยก็เจ็บระบบไปทั้งตัวหลังจากตื่นนอนในตอนเช้า  ต่อมาได้ไปสอบเรียนต่อที่รงเรียนประจำจังหวัด  ม.4-ม.6  ต้องไปพักที่บ้านเช่าในเมืองข้าพเจ้าสมัครเรียน  รด.  ด้วยความสนใจและรักในเครื่องแบบทหาร  จนจบ  รด.ปี  2  เมื่อจบ  ม.6  ข้าพเจ้าก็ไปสอบเรียนที่วิทยาลัยครูเชียงราย  ก็ติดแต่ไม่มีเงินเรียนต่อ  จึงไปสอบเป็นนักเรียนนายสิบแล้วก็สอบได้  ข้าพเจ้าจึงเลือกที่จะไปเรียนนักเรียนนายสิบ  เพราะว่าการเรียนนักเรียนนายสิบไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดแต่ต้องทนลำบากเป็นนักเรียนกินนอนอยู่โรงเรียนนายสิบทหารม้าสระบุรีอยู่ 1 ปี เต็ม ๆ  ชีวิตทหารสอนให้ข้าพเจ้ามีระเบียบวินัยในตนเองมากขึ้น  รู้จักการเป้นผู้นำผู้ตาม  เมื่อจบ  1  ปี  ก็มาบรรจุเป็นครูฝึก  รด. ที่กรมการรักษาดินแดน กรุงเทพ  ฯลฯ  ตอนยศ  สิบโท  ข้าพเจ้าได้เป็นครูฝึกนักเรียนทหารข้าราชการกลาโหมที่ชื่อ  อภิสิทธิ์   เวชาชีวะ  ในปี  2530 ไม่นึกว่าตอนนี้  เขาก็คือ  นายกรัฐมนตรีคนที่  27  ของไทย  ครับ  ชีวิตคนเราไม่แน่นอน  ข้าพเจ้าสมัครเรียนวิทยาลัยครูจันทรเกษมภาคพิเศษ  พอจบก็มาสอบบรรจุครูได้  จึงขอโอนมาเป็นครู  เมื่อปี  2538 ตอนยศจ่าสิบโท และตอนนี้ก็มีตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ  และกำลังศึกษาปริญญาโทเอกบริหารการศึกษา  มมส. ข้าพเจ้าดีใจมากที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้กับครูอาจารย์ที่จบระดับดอกเตอร์  ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นบุญของเด็กบ้านอกคนนี้ที่มีโอกาสเรียนระดับนี้   ซึ่งอาจารย์ที่จบดอกเตอร์ทุกท่านเป็นคนที่อดทน  ตั้งใจ  ใฝ่เรียนใฝ่รู้  ข้าพเจ้ามีความศรัทธาอาจารย์มหาวิทยาลัยทุกท่าน  ขอบุญกุศลที่อาจารย์ช่วยสั่งสอนศิษย์รุ่นแล้วรุ่นเล่าจงดลบันดาลให้อาจารย์ที่สอนนิสิตทุกท่านจงมีอายุวรรณะ  สุขะ  พละ  ยิ่งๆ ขึ้นไป โรคภัยอย่าได้มาเบียดเบียน