ดนตรี

ชื่อเรื่อง  สภาพปัญหา และความต้องการเรียนวิชาดนตรีนาฏศิลป์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น  โรงเรียนสังกัดเทศบาลนครเชียงใหม่

ชื่อผู้วิจัย  สายละออ   จำปา

ปีที่วิจัย  2543

วัตถุประสงค์ 

เพื่อศึกษาถึงสภาพปัญหา และความต้องการเรียนวิชาดนตรีนาฏศิลป์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนสังกัดเทศบาลนครเชียงใหม่

วิธีวิจัย

                วิธีการวิจัย

                        เป็นงานวิจัยเชิงสำรวจ

                กลุ่มตัวอย่าง

                        ใช้กลุ่มประชากรในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 โรงเรียนชุมชนเทศบาลวัดศรีดอนไชย และโรงเรียนเทศบาล วัดท่าสะต๋อย ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2543 จำนวน 493 คน

                เครื่องมือที่ใช้วัด

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ

ตอนที่ 1  ข้อมูลสภาพทั่วไปของนักเรียน  เป็นแบบสอบถามชนิดตรวจสอบรายการ (Check list)

ตอนที่ 2  สภาพปัญหา และความต้องการเรียนวิชาดนตรี และนาฏศิลป์เป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) แบ่งเป็น 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง และน้อยที่สุด

ตอนที่ 3 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เป็นแบบสอบถามชนิดปลายเปิด (Open-ended)

เครื่องมือที่ใช้ ผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาจากอาจารย์ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญ ทำการทดสอบความเชื่อมั่น โดยใช้สูตรสัมประสิทธิสหสัมพันธ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ของ Cronbach ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.87

วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. นำหนังสือจากสาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถึงผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนเทศบาลวัดศรีดอนไชย และผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย  จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอความร่วมมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล
  2. ผู้ศึกษานำแบบสอบถามไปเก็บรวบรวมข้อมูลจากประชากร คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 โรงเรียนชุมชนเทศบาลวัดศรีดอนไชย และโรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อยด้วยตนเอง ในเดือนกรกฎาคม 2543 แบบสอบถามที่ใช้ จำนวนทั้งสิ้น 493 ฉบับ ได้รับคืน 493 ฉบับ  คิดเป็นร้อยละ 100.00

วิธีวิเคราะห์ข้อมูล

                ผู้ศึกษาดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for Windows ดังนี้

                ตอนที่ 1  ข้อมูลสภาพทั่วไปของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ และร้อยละ

                ตอนที่ 2  สภาพปัญหา และความต้องการเรียนวิชาดนตรีนาฏศิลป์ สติติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ()   และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ()

ตอนที่ 3 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ร้อยละ

 

ผลการวิจัยพบว่า

 

  1. นักเรียนมีความต้องการเรียนวิชาดนตรีนาฏศิลป์ ได้แก่ ดนตรีไทย  ดนตรีพื้นเมือง และนาฏศิลป์โดยรวมอยู่ในระดับมาก
  2. นักเรียนมีปัญหาและความต้องการโดยรวมอยู่ในระดับมาก คือ นักเรียนต้องการครูที่มีความรู้ ความถนัด ด้านดนตรีและนาฏศิลป์โดยตรง นักเรียนควรมีโอกาสเรียนวิชาเลือกตามความถนัด  นักเรียนต้องการเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ในการฝึกปฏิบัติจริงในวิชาดนตรีนาฏศิลป์  ส่วนด้านโรงเรียน นักเรียนต้องการครูที่ใจดี ยิ้มแย้ม สุภาพ อ่อนหวาน และเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย นักเรียนเห็นคุณค่า และความสำคัญ ตลอดจนประโยชน์ของดนตรีนาฏศิลป์ไทยที่มีต่อตนเอง สังคม ประเทศชาติ และควรอนุรักษ์ไว้สืบไป