สรุปการวิจัยเรื่องที่ 1
นางสาววรางคณา วัฒนพานิช รหัสนิสิต 53990075 รุ่นที่ 8 กลุ่ม2
ชื่อเรื่อง การให้ความร่วมมือของผู้ปกครองในการจัดการศึกษาของสถาน
พัฒนาเด็กปฐมวัยเอกชน ในจังหวัดชลบุรี
ผู้วิจัย นางสาววิราวรรณ มูลตรีภักดี
ปีที่วิจัย 2548
วัตถุประสงค์
1 . เพื่อศึกษาระดับการให้ความร่วมมือของผู้ปกครองในการจัดการศึกษาของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเอกชนในจังหวัดชลบุรี
2. เพื่อศึกษาความแตกต่างในการให้ความร่วมมือของผู้ปกครองในการจัดการศึกษาของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเอกชน ในจัหวัดชลบุรี
3. เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาความร่วมมือของผู้ปกครองในการจัดการศึกษาของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
วิธีการ เชิงสำรวจ
กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบชั้น ( Stratified Random Sampling )จากผู้ปกครองนักเรียนสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเอกชนในจังหวัดชลบุรี จำนวนสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 31 แห่ง ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้นจำนวน 306 คน โดยใช้การกำหนดจำนวนตัวอย่างจากตารางกำหนดขนาดตัวอย่างของเครจซี่และมอร์แกน(Krejcie & Morgan,1970,p.608)
ผู้วิจัยได้ทำการสุ่มเลือกสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเอกชน ในจังหวัดชลบุรี จากนั้นสุ่มจำนวนผู้ปกครองตามสัดส่วนจำนวนเด็กของแต่ละแห่ง จำแนกตามสถานภาพของผู้ปกครอง ได้แก่ขนาดของครอบครัวผู้ปกครอง จำนวนบุตรของผู้ปกครอง อายุ
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามจำนวน 1 ฉบับ แบ่งออกเป็น 2 ตอน เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับการให้ความร่วมมือในการจัดการศึกษาของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเอกชนในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ตามแนวคิดของลิเคอร์ท (Likert Scales)(Best&Kahn,1993,pp244-247) ดังนี้
5 หมายถึง ระดับการให้ความร่วมมือมากที่สุด
4 หมายถึง ระดับการให้ความร่วมมือมาก
3 หมายถึง ระดับการให้ความร่วมมือปานกลาง
2 หมายถึง ระดับการให้ความร่วมมือน้อย
1 หมายถึง ระดับการให้ความร่วมมือน้อยที่สุด
ลักษณะของแบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 2 ตอนได้แก่
ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไป ประกอบด้วยคำถามที่เกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบ ลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบเลือกตอบ (Check List)
ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับการให้ความร่วมมือของผู้ปกครองในการจัดการศึกษาของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในจังหวัดชลบุรี มีทั้งหมด 3 ด้านดังต่อไปนี้
การมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย มี 9 ข้อ
การมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่บ้าน มี 12 ข้อ
การเข้าร่วมประชุมกับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยของผู้ปกครอง มี 11 ข้อ
โดยผู้วิจัยสร้างแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า ( Rating Seale )
2. สัมภาษณ์ผู้บริหารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเอกชน ในจังหวัดชลบุรี จำนวน 18 คน โดยการสัมภาษณ์แบบมี
โครงสร้าง ซึ่งผู้วิจัยได้รวบรวมทำการประมวลผลข้อมูลของระดับการให้ความร่วมมือของผู้ปกครองและความสัมพันธ์ของสถานภาพผู้ปกครองกับการให้ความร่วมมือมาก่อน ในการสัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์มีจุดสนใจอยู่แล้ว จึงเลือกสัมภาษณ์เอาแต่จุดที่ต้องการ
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล
- นำหนังสือจากบัณฑิตวิทยาลัยมหาลัยบูรพาถึงผู้บริหารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเอกชน ในจังหวัดชลบุรี เพื่ออนุมัติและขอความร่วมมือในการแจกแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง
- ขอความอนุเคราะห์จากผู้บริหารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเอกชนในจังหวัดชลบุรีนำแบบสอบถามไปแจกแก่ครูของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแต่ละแห่ง เพื่อครูจะได้มอบให้กับนักเรียนไปให้ผู้ปกครองที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง
- เก็บแบบสอบถามคืนโดยผู้วิจัยได้กำหนดวันนัดหมายเก็บแบบสอบถามคืนด้วยตนเองผู้วิจัยส่งแบบสอบถามไป306 ฉบับ เก็บแบบสอบถามได้ 297 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 97.11
- ผู้วิจัยนำแบบสอบถามที่เก็บได้มาตรวจสอนและคัดเลือกปรากฏว่าแบบสอบถามมีความสมบูรณ์ทุกฉบับ
- นำแบบสอบถามที่สมบูรณ์มาลงรหัสให้คะแนนตามน้ำหนักคะแนนแต่ละข้อและบันทึกลงคอมพิวเตอร์โปรแกรมSPSS for windows
- นำผลการคำนวณมาวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
- ผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน(Standard Deviation)จากนั้นนำค่าเฉลี่ยไปเทียบกับเกณฑ์ระดับการให้ความร่วมมือ
- สถิติที่การทดสอบสมมติฐานการให้ความร่วมมือของผู้ปกครองที่มีสถานภาพต่างกัน ใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทิศทางเดียว (One Way ANOVA)
- แบบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ โดยวิธี LSD
ผลการวิจัยพบว่า
- การให้ความร่วมมือของผู้ปกครองในการจัดการศึกษาของสถาบันพัฒนาเด็กปฐมวัยเอกชนโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง การมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่บ้านอยุ่ในระดับมาก ด้านการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเอกชน และการเข้าร่วมประชุมกับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยของผู้ปกครองอยู่ในระดับปานกลาง
- ขนาดของครอบครัว ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้และค่าใช่จ่ายในการศึกษาให้ความร่วมมือในการจัดการศึกษาของสถาบันพัฒนาเด็กปฐมวัยเอกชน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ผู้ปกครองที่มีจำนวนบุตรและอายุต่างกันให้ความร่วมมือในการจัดการศึกษาของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเอกชนไม่แตกต่างกัน
- แนวทางในการพัฒนาความร่วมมือของผู้บริหารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเอกชน ควรให้โอกาสครู เด็กและกลุ่มผู้ปกครองได้ทำงานร่วมกันอย่างอิสระมีการสื่อสารที่ชัดเจนและส่งเสริมกิจกรรมการให้ความร่วมมือที่หลากหลายมากขึ้น
มาเยี่ยมชมผลงานครับ ok ครับทำเรื่องที่ ๒ ต่อไป