ปัญหาที่ ๑๐


 พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ก็ศรัทธามีลักษณะอย่างไร


 พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร มีลักษณะทำจิตให้ผ่องใส และมีลักษณะจูงใจ
 ม. ศรัทธาทำจิตให้ผ่องใสได้อย่างไร


 น. ศรัทธาเมื่อเกิดขึ้น ย่อมขับไล่นิวรณ์ (นิวรณ์ คือธรรมอันกวนจิตให้ขุ่นป้องกันไม่ให้บรรลุความดี มี ๕ อย่าง คือ ๑ ความกำหนัดรักใคร่. ๒ ปองร้ายผู้อื่น. ๓ จิตหดหู่และเคลิบเคลิ้ม. ๔ ฟุ้งซ่านและรำคาญ. ๕ ใจลังเล.) ไปจากจิต  จิตเมื่อปราศจากนิวรณ์ก็ย่อมผ่องใส


 ม. เธอจงเปรียบให้ฟัง

 น. เหมือนพระมหากษัตริย์ พร้อมด้วยจตุรงคเสนาเสด็จกรีธาทัพยกข้ามแม่น้ำน้อยแห่งหนึ่งไป ครั้นแล้วทรงกระหายน้ำ จึงสั่งตรัสให้ราชบุรุษไปตักน้ำมาถวาย  ก็แก้วมณีมีเดชศักดิ์สิทธิ์    สามารถทำให้ขุ่นให้ใสได้ของพระมหากษัตริย์พระองค์นั้นมีอยู่ เมื่อราชบุรุษนั้นรับพระราชโองการแล้ว ก็นำเอาแก้วมณีดวงนั้นไปแช่ในแม่น้ำอันน้อยนั้น พอแช่สาหร่ายจอกแหนก็หลีกออกไป ตมก็จมลง น้ำก็ใสขึ้น ราชบุรุษจึงตักน้ำนั้นมาถวายพระมหากษัตริย์ตามพระราชประสงค์  ขอถวายพระพร เปรียบจิตเหมือนน้ำ ผู้ทำศรัทธาให้เกิด เหมือนราชบุรุษนิวรณ์เหมือนสาหร่ายและตม ศรัทธาเหมือนแก้วมณี, อันจิตใจของคนเรา ย่อมถูกนิวรณ์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้ง ๕ อย่างนั้นกระทำให้เศร้าหมอง พึงเห็นคนที่มีพยาบาทคิดปองร้ายเขา ใจย่อมขุ่นอยู่เสมอ ก็ถ้าในขณะนั้นเขาผ่อนใจให้ความคำนึงถึงเหตุผลจนเห็นโทษแห่งพยาบาทได้ก็ย่อมจะขจัดความพยาบาทเสียได้ทันที
 เพราะเกิดศรัทธาความเชื่อขึ้นว่า ทำชั่วก็ได้รับผลชั่ว  ตนก่อความพยาบาท ตนก็ต้องรับผลของพยาบาท ซึ่งเป็นการก่อเวรก่อกรรทำลายประโยชน์สุขของตนและผู้อื่น เมื่อนั้นใจก็จะจางขุ่นมีสภาพผ่องใสขึ้นโดยลำดับ


 ถวายพระพร จิตปราศจากนิวรณ์แล้วย่อมผ่องใสอย่างนี้

 ม. ดูก่อนพระนาคเสน ที่ว่าศรัทธามีลักษณะจูงใจนั้นคืออย่างไร

 น. ขอถวายพระพร ตัวอย่างเช่นคนที่เห็นคนอื่น  เขาพยายามทำความดีจนสามารถนำตนขึ้นสู่ฐานะอันสูง แล้วนำเอาปฏิปทาของผู้นั้นมาเป็นทางดำเนินของตนบ้าง แม้จะยากลำบากสังเพียงไร ก็สู้พยายาม ด้วยเชื่อว่า  คนที่จะตั้งตนไว้ในฐานะอันสูงเช่นนั้นได้ ต้องมีความอดทนตั้งหน้าบากบั่นทำไป


ถวายพระพร เช่นนี้แลเป็นลักษณะแห่งศรัทธาที่จูงใจ

 ม. เธอจงหาตัวอย่างมาเปรียบให้ฟังอีก

 น. เหมือนแม่น้ำที่ถูกกระแสน้ำเซาะฝั่ง พังกว้างออกไปโดยลำดับ ผู้ที่จะผ่านไปเมื่อไม่ทราบว่า แม่น้ำนั้นตื้นลึกเพียงไร ก็ไม่กล้าที่จะข้ามไป ต้องยืนอยู่ริมฝั่งนั้น ต่อเมื่อมีผู้หาญข้ามไปก่อน เขาผู้นั้นจึงกล้าข้ามตามไป เพราะเชื่อว่าตนก็คงสามารถข้ามได้เช่นนั้น ตัวอย่างนี้ฉันใด แม้ศรัทธาก็ฉันนั้น ย่อมจูงใจให้หาญกระทำกิจการดังพระพุทธบรรหารในสังยุตตนิกาย ใจความว่า คนข้ามห้วงด้วยศรัทธา ข้ามมหาสมุทรคือวัฏฏสงสารได้ด้วยความไม่ประมาท ข้ามความทุกข์ได้ด้วยความเพียร และบริสุทธิ์ได้ด้วย
ปัญญา


 ม. เธอว่านี้น่าฟัง

      จบศรัทธาลักขณปัญหา