วิจัยเรื่องที่ 1

สรุปสาระสำคัญของการวิจัย  เรื่องที่  1

ของนางสุวพร  คำพา    IT 8  กลุ่ม  2  รหัส  53990103

นักศีกษาปริญญาโท  สาขาบริหารการศึกษา  ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2553

  1.  ชื่อเรื่อง   ศักยภาพในการพัฒนาไปสู่องค์การแห่งการเรียนรู้ของข้าราชการกรมชลประทาน สำนักชลประทานที่ 11
  2. ผู้วิจัย  พิชญ์วารี  ใจดี
  3. ปีที่วิจัย    ปี  2550
  4. วัตถุประสงค์

4.1  เพื่อศึกษาศักยภาพในการพัฒนาไปสู่องค์การแห่งการเรียนรู้ของข้าราชการกรมชลประทานสำนักชลประทานที่ 11 ตามแนวคิดวินัย  5  ประการของ เซนเก้  (Senge ,1990)

4.2  เพื่อเปรียบเทียบระดับศักยภาพในการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของข้าราชการกรมชลประทาน สำนักชลประทานที่ 11 ที่มีปัจจัยส่วนบุคคลแตกต่างกันต่อการพัฒนาองค์การไปสู่องค์การแห่งการเรียนรู้ตามแนวคิดวินัย  5 ประการ เซนเก้ (Senge ,1990)

       5.  วิธีวิจัย

5.1   วิธีการ

                เชิงพรรณา  (Descriptive  Statistics)

5.2   กลุ่มตัวอย่าง

                ข้าราชการในกรมชลประทาน สำนักชลประทานที่ 11 รวมจำนวน 172 คน

5.3        เครื่องมือ

             เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถามข้อมูลทั่วไป  และ แบบสอบถามระดับศักยภาพในการพัฒนาไปสู่องค์การแห่งการเรียนรู้

5.4 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

     1.ศึกษาจากทฤษฎี เอกสาร ข้อมูลและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเป็นกรอบแนวคิดในการศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการสร้างแบบสอบถาม

      2. ส่งแบบสอบถามให้แก่ข้าราชการกรมชลประทาน สำนักชลประทานที่ 11

5.5 วิธีวิเคราะห์ผล

       สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ  ค่าเฉลี่ย ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว

            6.   ผลการวิจัย

                  ระดับศักยภาพในการพัฒนาไปสู่องค์การแห่งการเรียนรู้ตามคิดเห็นของข้าราชการกรมชลประทาน       สำนักชลประทานที่ 11 พบว่า ศักยภาพในการไปสู่การแห่งการเรียนรู้ของข้าราชการในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ข้าราชการที่มีการศึกษาต่างกันมีศักยภาพการพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ข้าราชการที่มีตำแหน่งงานต่างกันมีศัยกภาพการพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ข้าราชการที่มีอายุงานต่างกันมีศักยภาพการพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้ไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ข้าราชการที่มีหน่วยงานที่สังกัดต่างกันมีศักยภาพการพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05