สรุปเนื้อหาสาระวิจัยเล่มที่ 4

สรุปสาระสำคัญของการวิจัย

1.  ชื่อเรื่อง    ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา            

                    อำเภอวังสะพุง  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต 2

2.  ผู้วิจัย      สราญรัตน์   จันทะมล

3.  ปีที่วิจัย    พ.ศ.   2548

4.  วัตถุประสงค์

       ศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารในโรงเรียนประถมศึกษา        อำเภอวังสะพุง  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต 2

5.  วิธีการวิจัย

     5.1 วิธีการ   เป็นวิจัยเชิงปริมาณ

     5.2 กลุ่มตัวอย่าง

     กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ใช้วิธีการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างและวิธีการสุ่มตัวอย่าง ดังนี้

         1)  ผู้บริหารโรงเรียนใช้ประชากร จำนวน 58 คน

         2) ครูผู้สอน กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้วิธีการคำนวณตามสูตรของทาโร ยามาเน (Taro Yamane,1967 ) ได้ขนาดของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 250 คน ที่ค่าความคลาดเคลื่อน .05 ค่าความเชื่อมั่นร้อยละ 95

         3) การเลือกกลุ่มตัวอย่าง ผู้วิจัยทำการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified random  sampling) โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างจากกลุ่มย่อย ( Subgroups) ของประชากร ใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วนของประชากรในแต่ละกลุ่มตำบล จนครบจำนวน 250 คน

     5.3  เครื่องมือ

            เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถามประเภท แบบตรวจสอบรายการ (Checklist) และแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale ) 5 ระดับ โดยอาศัยเทคนิคของลิเคิท (Likert Scale) แบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ

            ตอนที่ 1  เป็นแบบสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นแบบตรวจสอบรายการ ( Checklist) ประกอบด้วย เพศ อายุ อายุราชการ วุฒิทางการศึกษา ตำแหน่งสายการปฏิบัติงาน ระยะเวลาการปฏิบัติงานในสถานศึกษาปัจจุบัน

            ตอนที่  2  เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับระดับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา โดยครอบคลุมพฤติกรรมของผู้บริหารโรงเรียนใน 4 ด้าน หรือ “4Is” ได้แก่

                           ด้านที่ 1 การมีอิทธิพลเชิงอุดมการณ์ จำนวน 17 ข้อ

                           ด้านที่ 2 การสร้างแรงบันดาลใจ จำนวน 9 ข้อ

                           ด้านที่ 3 การกระตุ้นการใช้ปัญญา จำนวน 10 ข้อ

                           ด้านที่ 4 การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล จำนวน 9 ข้อ

                            มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ

    5.4  วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล

           ผู้วิจัยจะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลตามลำดับดังนี้

           5.4.1 ขอความร่วมมือจากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อทำหนังสือขออนุญาตเก็บรวบรวมข้อมูลในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานงานเขตพื้นที่การศึกษาเลยเขต 2 และขอความร่วมมือจากผู้บริหารสถานศึกษาในการเก็บรวบรวมข้อมูล ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต 2

            5.4.2 ผู้วิจัยยื่นหนังสือขออนุญาตเก็บรวบรวมข้อมูลต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต 2 เพื่อออกหนังสือขอความร่วมมือไปยังสถานศึกษากลุ่มเป้าหมายในการตอบแบบสอบถามของผู้วิจัย

            5.4.3 ผู้วิจัยเก็บรวบรวมแบบสอบถามด้วยตนเอง ในบางส่วนที่ส่งกลับช้ากว่ากำหนด

            5.4.4 แบบสอบถามที่ผู้วิจัยส่งไปทั้งสิ้น 308 ชุด ได้รับคืน 305 ชุด เป็นแบบสอบถาม  ที่สมบูรณ์ 303 ชุด คิดเป็นร้อยละ 98.37

      5.5  วิธีวิเคราะห์ผล

             5.5.1 สถิติที่ใช้ในการวิจัย

                     5.5.1.1  ค่าร้อยละ

                     5.5.1.2  ค่าเฉลี่ย

                     5.5.1.3  ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

             5.5.2  การวิเคราะห์ข้อมูล

                      นำข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามไปวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS forWindows (Statistical Package for Social Science )

            ตอนที่ 1  ข้อมูลสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม วิเคราะห์ในรูปแจกแจงความถี่หาค่าร้อยละ แล้วนำเสนอในรูปตารางประกอบความเรียง

            ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับระดับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา ตามความคิดเห็นของผู้บริหารและของครูผู้สอน วิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย หาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน แล้วนำเสนอในรูปตารางประกอบความเรียง

     5.6  การแปลผลการวิเคราะห์ข้อมูล

            5.6.1  ระดับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา พิจารณาเกณฑ์ตัดสินผลการวิเคราะห์ ดังนี้

                   5 หมายถึง มีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับ มากที่สุด

                   4 หมายถึง มีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับ มาก

                   3 หมายถึง มีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับ ปานกลาง

                   2 หมายถึง มีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับ น้อย

                   1 หมายถึง มีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับ น้อยที่สุด

          5.6.2  แปลผลข้อมูล โดยนำค่าเฉลี่ยไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์การวิเคราะห์ผลการประเมิน  (บุญชม ศรีสะอาด, 2545) ดังนี้

        4.51 – 5.00 หมายถึง ผู้บริหารมีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับ มากที่สุด

        3.51 – 4.50 หมายถึง ผู้บริหารมีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับ มาก

        2.51 – 3.50 หมายถึง ผู้บริหารมีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับ ปานกลาง

        1.51 – 2.50 หมายถึง ผู้บริหารมีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับ น้อย

        1.00 - 1.50 หมายถึง ผู้บริหารมีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับ น้อยที่สุด

6.  ผลการวิจัย

      ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารในโรงเรียนประถมศึกษา อำเภอวังสะพุง สังกัด  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต 2 โดยภาพรวมและรายด้าน ผู้บริหารมีระดับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับ “มาก” ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ผู้บริหารแสดงออกมากกว่าด้านอื่น คือ ด้านการมีอิทธิพลเชิงอุดมการณ์ ส่วนภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ผู้บริหารแสดงออกน้อยกว่าด้านอื่น คือ ด้านการกระตุ้นการใช้ปัญญา     ในด้านการสร้างแรงบันดาลใจผู้บริหารกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานทำงานกันเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผู้บริหารทำให้ผู้ร่วมงานเกิดความสนใจที่จะค้นหาวิธีการใหม่ๆ อยู่ในระดับ “ปานกลาง” ด้านการกระตุ้นการใช้ปัญญาผู้บริหารช่วยให้ผู้ร่วมงานมองปัญหาในหลายแง่มุม และผู้บริหารสนับสนุนผู้ร่วมงานให้คิดแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นแล้ว ด้วยวิธีการใหม่ๆ อยู่ในระดับ “ปานกลาง” และด้านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ผู้บริหารเป็นพี่เลี้ยงคอยแนะนำวิธีการทำงานแก่ผู้ร่วมงานเป็นรายบุคคลอยู่ในระดับ “ปานกลาง”