วันนีั้้้ ครูสอนเต้นแอโรบิคติดภาระกิจมาไม่ได้ จึงให้เพื่อนมาสอนแทน การออกกำลังกายประเภทแอโรบิค จะต้องอาศัยเสียงเพลงประกอบการเต้นซึ่งต้องนับช่องจังหวะเพลง ใน ๑ ห้องจะมี ๘ จังหวะซึ่งในภาษานักเต้นแอโรบิคจะนิยมเรียกว่า "๑ ชุด"  และใน ๑ ชุดจะมีประมาณ ๔-๕ ท่า ใช้เวลาเต้นโดยประมาณ ๑ ชั่วโมงโดยจะเต้นประมาณ ๕ ชุด หมุนเวียนสลับกันไปจนครบชั่วโมง  (อ่ะ อ่ะ อย่าพึ่งงงน่ะค่ะ ไม่ได้มาชวนนับคณิตศาสตร์)  ครูฝึกหรือผู้นำที่สอนเต้นมีส่วนสำคัญมากในการบอกท่าให้เตันและ   ในบางครั้งครูฝึกจะมีการบอกสลับท่าเต้นแต่ละชุด นับว่าเป็นการฝึกทักษะความจำในขณะออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี เป็นการออกทั้งกำลังกายและกำลังสมอง

       ในการเต้นแต่ละครั้งจะเริ่มตั้งแต่วอร์มอัพร่างกายประมาณ ๑๐-๑๕ นาที จากนั้นจะเริ่มเต้นแอโรบิคโดยเริ่มจากท่าง่าย ๆ และช้า ต่อมาจะเริ่มท่าที่ยากและเร็วขึ้นในนาที ๓๐-๔๕ นาที หลังจากนั้นจะเริ่มผ่อนแรงเต้นเบา ๆ เพื่อผ่อนจังหวะการเต้นของหัวใจให้เต้นช้าลงด้วย เริ่ม Cold down ในนาทีที่ ๕๕ จนจบจะให้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ ๑-๑.๒๐ ชั่วโมง

       เนื่องจากครูคนนี้นาน ๆ จะมาสอนแทนครูสุพลที่มาทุกวัน สไตล์การสอนเต้นจึงแตกต่างกับครูสุพล ประมาณว่าเรียนมาคนละสำนักว่างั้นเถอะ

      ครูน้องเต้นตามทันบ้างไม่ทันบ้าง อาศัยพอให้ได้เหงื่อออก เมื่อออกกำลังกายเสร็จเรียบร้อย มีนักเรียนชั้น ม.๕ ที่มาร่วมออกกำลังกายเต้นแอโรบิคกับผู้เขียนวิ่งเข้ามาหาผู้เขียน...............ถามผู้เขียนว่า

นร. ม.๕          ครูน้องค่ะ พรุ่งนี้คุณครูคนนี้(ครูที่มาสอนวันนี้) จะมาสอนอีกไหมค่ะ

ครูน้อง           มาค่ะ ทำไมเหรอลูก

นร. ม.๕         หนูไม่อยากเต้นกับครูคนนี้ ไม่เห็นสนุกเลย ไม่เหมือนครูสุพลที่สอนเต้นทุกวัน พรุ่งนี้หนูไม่มาหรอกไปวิ่งดีกว่า

ครูน้อง           เกิดเป็นศิษย์หลายครู มันดีแล้วน่ะลูก ดีกว่าศิษย์ไม่มีครู จะได้เต้นได้หลายสไตล์ไงลูก

นร. ม.๕         หนูไม่ชอบค่ะครูน้อง หนูเต้นตามครูไม่ทัน

ครูน้อง          ไม่มีใครเรียนรู้ครั้งแรกแล้วจะชำนาญเลยหรอกลูก มันต้องฝึกฝนและพัฒนาตัวเองก่อนถึงจะเต้นทันครูฝึก ไม่ชอบครูรึว่าหงุดหงิดเพราะเต้นไม่ทันครู

       เฮ้อมีใครมีทางออกที่ดีกว่าครูน้องไหมค่ะ ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ