"เพื่อนสนิท"  ที่ได้เล่ามาหลายบันทึกแล้วนั้น บางคนก็คบกันชั่วระยะเวลาหนึ่งแต่ถือว่าเราสนิทสนมกัน  สามารถเข้าใจและไว้วางใจกัน รับทราบเรื่องราวของกันและกันไม่มีปิดบัง   บางคนติดต่อกันตลอดมาถึงทุกวันนี้  เหตุการณ์ที่ทำให้เราจากกันก็มาจากหน้าที่ การงานและความเปลี่ยนแปลงในชีวิตส่วนตัว  แต่ความหลังความประทับใจนั้นฉันไม่เคยลืมเพื่อน

          "บัวพิมพ์" เป็นเพื่อนรุ่นพี่ฉันเรียกเขาว่าพี่บัว ใคร ๆ จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าบัวพิมพ์และฉันไม่น่าจะเป็นเพื่อนสนิทกันได้  ฉันรู้จักกับบัวพิมพ์ที่ร้านตัดเสื้อหน้าปากซอย..  บนถนนลาดพร้าว  เธอมีอาชีพขับมอร์เตอร์ไซค์รับจ้าง  ท่าทางคล้ายทอม  แต่นิสัยไม่ใช่ทอม  นับตั้งแต่วันนั้นบัวพิมพ์จึงรับส่งฉันจากเก็บเงินเป็นไม่เก็บเงิน  และมาถึงขั้นคุยกันได้หลายเรื่องรวมทั้งเรื่องราวของชีวิตและคบกันเป็นเพื่อน

         เธอมาจากครอบครัวรับจ้างทำสวนที่บางบัวทอง  เป็นครอบครัวที่ค่อนข้างยากจน  ทำให้เธอได้เรียนหนังสือในโรงเรียนเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ความยากจนทำให้ขาดโรงเรียน  เนื่องจากขาดเรียนไปรับจ้าง เธออ่านและเขียนได้เล็กน้อย

        เมื่อเธออายุได้ ๑๘ ปี เธอไปทำอาชีพขายบริการให้คนต่างชาติ  ทำให้มีลูกสาวกับหนุ่มญี่ปุ่นติดท้องมา ๑ คน  หน้าตาน่ารักเหมือนเด็กญี่ปุ่น  ต่อมาเธอมีสามีเป็นชาวสเปน มีลูกชายอีก ๑ คน  แรก ๆ สามีคนที่สองส่งเสีย  ภายหลังเงียบหายไป 

        เมื่อลูก ๆ โตถึงวัยเข้าเรียน เธอได้นำลูกไปเข้าโรงเรียน  และจ้างคนเลี้ยงเหมือนเดิม  เธอพาฉันไปเยี่ยมลูก ๆ ซึ่งจ้างเลี้ยงอยู่ในซอยหลังสถานีตำรวจลุมพินี  ซึ่งตอนนั้นคล้าย ๆ กับชุมชนแออัด  ลูก ๆ ของเธอทั้งสองคนดื้อและซนแบบเด็กขาดการอบรมเลี้ยงดูที่ดี  

        ภายหลังฉันลาออกจากงานและไปสอบรับราชการที่บ้านเกิดคือพิษณุโลก ทำให้เราขาดการติดต่อกัน  วันหนึ่งเธอดั้นด้นไปหาฉันที่โรงเรียนบ้านนอก  ฉันตกใจและแปลกใจมาก  ปัญหาของเธอก็คือความเป็นห่วงลูกที่ตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยง  โดยเพาะลูกชายอายุ ๕ ขวบถูกล่อลวงไปขายบริการให้ต่างชาติ  ส่วนลูกสาวก็กลัวว่าจะถูกล่วงละเมิดทางเพศเหมือนเด็กแถวนั้นหลาย ๆ คน  

         ฉันจึงรับลูกชายเธอมาเลี้ยงดูและเข้าเรียนในโรงเรียนที่ฉันสอนอยู่  ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เมื่ออายุได้ ๖ ขวบ  เด็กอยู่กับฉันถึง ๓ ปี  ระหว่างนั้นเธอได้สามีคนใหม่เป็นชาวนอร์เวย์  เธอจึงมารับลูกเพื่อที่จะไปอยู่นอร์เวย์ด้วยกัน  ส่วนลูกสาวพ่อชาวญี่ปุ่นมารับไปอยู่ที่ญี่ปุ่น ในปีแรกติดต่อมาสม่ำเสมอ  แต่ภายหลังห่างหายไปจนทุกวันนี้  ปัจจุบันถ้าจิมมีมีชีวิตอยู่อายุ ๒๖ ปี

         ฉันเคยไปติดตามที่อำเภอบางบัวทอง  สภาพพื้นที่เปลี่ยนไปมากแทบจำไม่ได้  ไม่มีใครได้รับข่าวของบุคคลในครอบครัวนี้อย่างแน่ชัด  เพียงแต่ข้อมูลคร่าว ๆว่า "พี่น้องของบัวพิมพ์ไม่ว่าหญิงหรือชายไปใช้ชีวิตอยู่ในคุก  คดีลักขโมยและยาเสพติด"  เรื่องนี้บัวพิมพ์เคยเล่าให้ฉันฟังเสมอว่าพ่อ แม่พี่น้องเป็นคนขี้ลักขี้ขโมย แต่เธอนั้นไม่มีนิสัยแบบนี้ 

        บัวพิมพ์  มีจิตใจสูงแม้ว่าเรียนมาน้อย  เป็นคนมีน้ำใสใจจริง เอื้อเฟื้อเสียสละ พูดตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม มีการตัดสินใจรวดเร็ว มีเหตุมีผลและมีน้ำใจ สิ่งใดที่ฉันลำบากขัดสนบัวพิมพ์จะให้ความช่วยเหลือฉันทันทีโดยไม่หวังค่าตอบแทน รวมทั้งการปกป้องความปลอดภัยรอรับรอส่งเมื่อฉันไปและกลับจากงาน  และบัวพิมพ์ปฏิบัติดีต่อคนรอบข้างและสังคมเสมอ   เช่นใครอยากจ่ายค่าโดยสารเข้าออกในซอยเท่าไรก็ได้ ไม่จ่ายก็ไม่เป็นไรรอจ่ายเที่ยวหน้าก็ได้..."บัวพิมพ์คือเพื่อน"

http://images.google.co.th/imglanding?q