“บางคาบถ้าบ่มีกับข้าว ก็กิ๋นกับพริกผง ปอฮื้อลงคอได้”

มุมหนึ่งของชีวิตบนพื้นที่สูง

นาง หญิงสาวรูปร่างผอมสูง ผิวคล้ำ สวมชุดคลุมท้องสีน้ำตาลหม่น นั่งสนทนาอยู่ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ บริเวณหน้าสถานีอนามัย พอเห็นรถของพวกเราไปจอดที่ข้างบันไดทางขึ้นบนสถานีอนามัย ทุกคนในกลุ่ม รวมทั้งน้องๆเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยเดินเข้ามาทักทายพวกเราด้วยรอยยิ้มที่เกลื่อนบนใบหน้า นางในวันนี้ช่างดูแตกต่างกับนางที่เคยพบขณะไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล ตอนนั้นเธอมีท่าทางดูอิดโรย เหงื่อเต็มใบหน้า มีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนอยู่ในโลกเพียงคนเดียว ฉันคิดไปถึงภาพที่เธอมักจะสะพายย่ามใบหนึ่ง เมื่อมาถึงคลินิกฝากครรภ์ มือทั้งสองข้างจะล้วงเข้าไปในย่ามค้นหาสมุดฝากครรภ์แล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่ จากนั้นเดินมานั่งรอเจาะเลือดบริเวณหน้าห้องฝากครรภ์ เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ฉันเห็น

นาง เป็นหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ซึ่งอาศัยอยู่บนพื้นที่สูง การเดินทางค่อนข้างลำบาก  น้องเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยบอกพวกเราว่า บ้านของนางต้องเดินเข้าไปทางภูเขาอีกด้านหนึ่งของสถานีอนามัย อีกประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นทางดินแดง นางก็เคยเล่าให้ฟังว่า ไม่อยากมาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล เนื่องจากในวันที่ต้องมาฝากครรภ์ นางต้องตื่นนอนตั้งแต่ตีสี่ และออกเดินด้วยเท้าหรือบางครั้งโชคดีหน่อยเพื่อนบ้านที่มีรถมอเตอร์ไซด์จะขับรถมาส่งที่ปากทางเข้าหมู่บ้านเพื่อรอรถประจำทาง ซึ่งระยะทางจากบ้านถึงปากทางประมาณ 12 กิโลเมตร  ในระหว่างการเดินทางก็จะห่ออาหารมารับประทานด้วย  รถประจำทางที่มีก็มีเพียงไม่กี่เที่ยว ราคา 60 บาทต่อคนต่อเที่ยว ถ้าวันไหนไม่มีเงิน ก็จะเดินไปเรื่อยรอโบกรถ ในระหว่างการเดินทางก็จะห่ออาหารมารับประทานด้วย ในเรื่องการกินอาหาร นางเล่าว่า นางไม่สามารถเลือกกินได้ตามคำแนะนำ แม้แต่นม ก็ยังไม่มีจะดื่ม เพราะไม่มีเงินซื้อ อาหารที่กินส่วนใหญ่จะเป็นพวกผักที่ขึ้นตามบ้าน ผลไม้ก็มีไม่หลากหลาย ถ้าวันไหนโชคดีหน่อยก็จะได้กินปลาที่สามีจับมาได้  รายได้ส่วนใหญ่ได้จากสามีที่ออกไปรับจ้างเป็นวันๆไป สามีของนางเองเคยบอกเราว่า “บางคาบถ้าบ่มีกับข้าว ก็กิ๋นกับพริกผง ปอฮื้อลงคอได้” (บางมื้อถ้าไม่มีอาหารรับประทาน ก็จะกินข้าวกับพริกป่น)มันทำให้ฉันย้อนคิดไปถึงครั้งหนึ่ง ที่ฉันได้พบนาง ตอนนั้นขณะที่คุยกันอยู่ ฉันพบว่า นางไม่มีค่ารถกลับบ้าน ฉันตัดสินใจหยิบยื่นเงิน ทั้งที่ในใจแอบคิดว่า จะเป็นการให้ครั้งแรกและครั้งเดียว กลัวว่านางจะเคยตัว และมาขอรับการช่วยเหลือทุกครั้งที่มีปัญหา แต่ในขณะที่กำลังเปิดกระเป๋า พบว่ามีแต่เงินใบร้อย จึงให้ไปหนึ่งใบ พอเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ นางถือเงินใบยี่สิบมาคืน 2 ใบ ทำให้ฉันรู้อึ้ง ที่นางเอาเงินมาทอนให้ ฉันเห็นด้วยกับคำพูดที่ว่า คนบนดอยจะมีน้ำใจซื่อบริสุทธิ์ ฉันก็สัมผัสได้ถึงสิ่งนี้ที่นางมีอยู่ และเมื่อนางมาฝากครรภ์ครั้งต่อมา นางได้หอบหิ้วข้าวกล่ำที่ตำเองมาฝากฉัน

ในวันนี้พวกเราก็ไม่ลืมที่จะหอบหิ้วนมมาฝาก เมื่อพวกเรายื่นนมให้ นางยิ้มจนแก้มปริ และยกมือไหว้ขอบคุณพวกเรา นางบอกว่า วันนี้ไม่ต้องตื่นเช้าและรีบเร่งไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล ทำกิจวัตรประจำวันเสร็จก็เดินออกมาที่สถานีอนามัย ฉันอยากจะเห็นบ้านของนาง คิดว่าแค่ 12 กิโลเมตรคงไม่นักหนาอะไร แต่น้องๆที่สถานีอนามัยบอกว่า มันไม่ใกล้อย่างที่คิด เพราะบ้านของนางต้องลัดเลาะไปตามภูเขาทางด้านหลังสถานีอนามัย ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรมันไม่ได้ง่ายอย่างที่นางบอก นอกจากนี้ฉันก็มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ รู้สึกเสียดายมากที่ไม่มีโอกาส

นาง และผู้รับบริการคนอื่นๆอีกหลายคนที่อยู่บนพื้นสูง รวมถึงผลที่ได้จากการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพเรื่อง “พฤติกรรมการบริโภคอาหารของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้” ที่พบว่า หญิงตั้งครรภ์ที่อาศัยบนพื้นที่สูงประสบปัญหาในการมาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและถิ่นที่อยู่อาศัย ปัญหานี้ถูกนำเข้าสู่การประชุม PCT สูติ-นรีเวชกรรม และทำให้มีวันนี้วันที่พวกเรามาให้บริการฝากครรภ์ที่สถานีอนามัย (mobile ANC)ในพื้นที่สูง มีการพูดคุยกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน รวมถึงการให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่น้องเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยเกี่ยวกับงานอนามัยแม่และเด็ก การออกหน่วยฝากครรภ์เคลื่อนที่นี้ แม้ว่าทีมงานพวกเราบางคนจะเมารถ อาเจียนจากการเดินทางที่ยากลำบาก แต่มันทำให้เราได้อะไรหลายๆอย่างที่ประเมินค่าไม่ได้ ทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่พวกเราได้รับ เติมเต็มให้มีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น พวกเรารู้สึกเป็นสุขจนน้ำตามาคลอเบ้า มันทำให้การทำงานของพวกเรามีความหมายถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ฉันอยากให้สัญญากับตัวเองว่า จะเป็นหนึ่งในทีมทุกครั้งที่จะออกมาให้บริการ ถึงแม้ว่าจะสุขภาพของฉันไม่อำนวยก็ตาม