แสงส่องทาง,,,เชื่อเถอะค่ะว่า เราไม่จำเป็นต้องมองเห็นบันไดทั้งหมดในคราวเดียวกัน แต่ขอให้เราก้าวขึ้นบันไดขั้นแรก และแต่ละขั้นด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ สักวันเมื่อเรามองกลับมา เราก็จะเห็นบันไดทั้งหมดที่เราอยากเห็น

แสงส่องทาง

 รู้มั๊ยคะว่าครั้งหนึ่งฉันเคยดูแลผู้ป่วยชายสูงอายุ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ตัวใหญ่มากหากเทียบกับฉันแล้ว  ท่านนอนอยู่กับเตียงตลอดเวลา  พูดไม่ได้  แขนขาข้างขวาขยับได้เพียงเล็กน้อย ในแต่ละวันฉันได้คอยพลิกตะแคงตัว เช็ดตัวและดูแลคุณตาเป็นอย่างดี และในทุก ๆ วันเช่นเดียวกัน คุณตาจะใช้มือข้างขวาที่ขยับได้เพียงเล็กน้อยนั้นตีก้นฉันด้วยความเอ็นดูนับว่าเป็นการสื่อสารทางหนึ่งที่ คุณตาพึงมีให้กับฉัน   จนเมื่อเช้าวันหนึ่ง คุณหมอเจ้าของไข้ได้แจ้งญาติและผู้ป่วยรับทราบว่าจะให้กลับบ้านได้ คุณตาซึ่งอยู่ในสภาพที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พูดไม่ได้ แต่รู้สึกตัว รับรู้ทุกอย่าง เมื่อบ่ายของวันเดียวกันกับที่รับทราบว่าจะได้กลับบ้าน  คุณตาที่เคยใช้มือขวาข้างที่ขยับได้เพียงเล็กน้อยตีก้นฉันทุกวันด้วยความเอ็นดูนั้น ก็ได้เอามือของตนจับข้อมือของฉัน แล้วเอามือของฉันไปวางไว้ตรงหน้าอกข้างซ้ายของคุณตา   และใช้อุ้งมือของคุณตากุมมือของฉันไว้แน่น   ในทันใดนั้น ก็มีน้ำใส ๆ ไหลออกมาจากเบ้าตาทั้ง 2 ข้าง ของคุณตา ภาพในวันนั้นติดตาฉันตลอดมา จนทำให้ฉันต้องสัญญากับตัวเองว่า “ขอเป็นส่วนหนึ่งเถอะนะที่จะช่วยไม่ให้ใครก็ตาม ต้องมามีสภาพเช่นเดียวกับคุณตาท่านนี้ ” และนี่คือจุดผันที่ทำให้ฉันหันมาสนใจงานส่งเสริมสุขภาพ อันเป็นวัคซีนวิเศษขนานเอกที่จะป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นโรคได้                 

              ในทุก ๆ วันของชีวิตการทำงานในแผนกส่งเสริมสุขภาพ เช้ามาแนะนำโปรแกรมการตรวจสุขภาพ พูดถึงข้อดี ประโยชน์ของการตรวจสุขภาพให้ผู้รับบริการฟัง และเมื่อผู้รับบริการตัดสินใจเลือกโปรแกรมตรวจสุขภาพ  แล้วก็ดำเนินตามกระบวนการบริการต่อไป   และท้ายสุดก็ฟังผลการตรวจสุขภาพกับคุณหมอเรียบร้อยแล้วก็กลับบ้าน ก่อนกลับบ้านก็แนะนำปีหน้ามาตรวจใหม่ เป็นวัฏจักรเช่นนี้มาตลอด   แต่รู้มั๊ยในส่วนลึกของจิตใจ ฉันเองก็คิดนะคะว่า เมื่อผู้รับบริการกลับบ้านไป เขาจะทราบแล้วหรือยังว่าที่มาตรวจสุขภาพนั่นน่ะ   ผลการตรวจออกมาเป็นอย่างไรบ้าง เขามีข้อสงสัยอะไรอีกมั๊ย  และเมื่อกลับไปใช้ชีวิตประจำวันอยู่ที่บ้าน เขาจะปฏิบัติตัวได้ตามที่คุณหมอและพยาบาลแนะนำหรือเปล่า หากเขาไม่สามารถปฏิบัติตามได้ แล้วเขามีข้อจำกัดอะไร เขามีปัญหาอะไรบ้างล่ะ เฮ้อ! แต่ฉันก็ได้แค่คิด เพราะรูปแบบของงานในแต่ละวัน  คือ การแนะนำโปรแกรมให้ผู้รับบริการตรวจ แล้วฟังผลการตรวจ จากนั้นนำผลการตรวจกลับบ้าน และแนะนำปีหน้ามาตรวจใหม่  ซึ่งในแต่ละวันฉันก็ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้อีกแล้ว เนื่องด้วยภาระที่มันมีมากมาย   ฉันนึกไม่ออกเลยค่ะ  ว่าจะมีหนทางใดที่จะทำในสิ่งที่มีอยู่ในใจได้ มันมืดแปดด้านจริงๆ

   แต่แล้ววันนึง  ฉันได้มีโอกาสรู้จักและร่วมงานกับเพื่อนรุ่นพี่คนใหม่ที่จะมาทำงานในแผนกของฉัน  (ใหม่มา 2 ปีที่แล้วค่ะ )   ซึ่งในใจก็แอบหวั่นๆ เนื่องจากได้ยินกิตติศัพท์มามาก และก็กลัวกับการเปลี่ยนแปลง และการเริ่มต้นใหม่  ไม่แปลกใช่ไหมค่ะที่คนทำงานอย่างเรามักยึดตึดกับการทำงานแบบเดิมๆ เนื่องจากมันอยู่ตัวแล้ว   แต่แล้ว…ฉันถือได้ว่าฉันโชคดีมาก ๆ เลยนะ เหมือนฟ้ามาโปรด ฉันอยากจะยกหัวแม่โป้งและตะโกนมันออกมาดัง ๆ ว่า       “ นายแน่มาก นายเจ๋งจริง ”  พี่เขาเป็นคนที่กล้าคิด กล้าทำในสิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา   นอกจากพี่เขาจะเป็นคนกล้าคิด กล้าทำ กล้าที่จะนำสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาในแผนกแล้ว ยังสอนให้น้อง ๆ ให้รู้จักกับคำว่าเปลี่ยนแปลง “ Chang ”     คอยกรอกหูพวกเราทุกเช้า…” เราไม่สามารถอยู่กับสิ่งเดิมๆได้ หากเราหยุดอยู่กับที่ก็เท่ากับเราล้าหลัง ไม่มีการพัฒนานั่นเอง ”  อีกทั้งพี่เค้าคอยที่จะปลุกปั้นและผลักดันให้น้อง ๆ ได้มีโอกาสแจ้งเกิดในวงการอีกด้วย   มีวิทยายุทธ์อะไรก็จะมาสอนน้องๆในหน่วยงาน อย่างไม่หวงวิชา  

        และสิ่งสำคัญของหัวใจความเป็นแผนกส่งเสริมสุขภาพ คือ พี่เขาคอยพูดคอยย้ำเตือนอยู่เป็นประจำทุก ๆ วันว่า งานส่งเสริมสุขภาพมิใช่เพียงแค่แนะนำโปรแกรมตรวจ ฟังผล มาตรวจใหม่ปีหน้า….จบเท่านั้น !  ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงเราก็ยังทำเช่นนี้อยู่   แต่อย่างไรในช่วงแรก เราอาจมองไม่เห็นภาพของการทำงานส่งเสริมสุขภาพ ให้เหมือนกับชื่อหน่วยงานของเราได้อย่างไร  แต่ด้วยความที่ฉันมีแรงฮึดที่มีอยู่ในใจมาเนิ่นนาน  และคำตอบที่ได้จากการร่วมคิดกันในทีม  และทำได้ในตอนนี้  คือ ก่อนอื่นเราต้องถอดใจและใช้ใจเข้าถึง ในที่นี้คือ  เข้าถึงผู้รับบริการ   เราต้องทราบให้ได้ก่อนว่าผู้รับบริการที่เขามาหาเราน่ะ  เขาต้องการอะไร   กังวลเรื่องใด  เจ็บป่วยตรงไหนบ้าง  ชีวิตประจำวันเป็นแบบไหน แล้วครอบครัวเป็นอย่างไรบ้าง   เมื่อได้คำตอบแล้ว   ก็เฟ้นหาโปรแกรมตรวจสุขภาพและรายการตรวจเพิ่มเติมที่เหมาะสมตามความต้องการของผู้รับบริการ จากนั้นก็เข้าฟังผลการตรวจกับหมอ เมื่อฟังผลการตรวจกับคุณหมอแล้วก็กลับบ้าน อ๊ะ อ๊ะ! อย่าเพิ่งให้ผู้รับบริการกลับบ้านนะคะ เพราะมันอาจจะทำให้เรานอนไม่หลับได้นะคะ  หันไปถาม หันไปพูดคุยกับผู้รับบริการสักหน่อย  เป็นอย่างไรบ้างคะผลการตรวจวันนี้ คุณหมอได้ตรวจร่างกายและแจ้งผลการตรวจแล้ว ผลการตรวจเป็นอย่างไรบ้าง มีความผิดปกติตรงไหน คุณหมอได้แนะนำอย่างไรบ้างคะ   มีข้อสงสัยหรือไม่เข้าใจตรงไหนบ้าง กลับไปบ้านจะปฏิบัติได้ไหม มีข้อจำกัดอะไรหรือเปล่า แล้วมีใครอีกบ้างที่อยู่ที่บ้าน เรามาร่วมมือกันดูแลสุขภาพดีกว่ามั้ยค่ะ   หลังจากนี้อีก 2 เดือน ดิฉันจะโทรไปหานะคะ    จะได้ถามข่าวคราวว่าสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงตามที่คุณหมอแนะนำได้หรือไม่      นี่คือสิ่งที่พวกเราในทีมได้สร้างสรรค์กันขึ้นมาเพื่อให้ผู้รับบริการของเราได้คุณค่ามากที่สุดนั่นเอง       

              เวลาผ่านไป 2 เดือนในบ่ายวันหนึ่ง ฉันได้โทรไปเยี่ยมผู้รับบริการท่านหนึ่ง  ที่เคยมาตรวจสุขภาพแล้วมีปัญหาเรื่องไขมันในเลือดสูง ผู้รับบริการท่านนี้เล่าให้ฟังตอนหนึ่งว่า  “ พี่ตรวจเช็คไขมันมาตลอดนะ แต่ก็สูงทุกปี ยิ่งนับวันยิ่งสูงขึ้น จนคราวนี้หมอต้องให้ยามาทาน น้องรู้ไหมคะ พี่เกือบท้อแล้วเหมือนกัน แต่คุณหมอและพยาบาลแนะนำให้ทานยาไปสักช่วง บอกให้คุมอาหาร ให้ออกกำลังกายทุกวัน แล้วให้มาตรวจเลือดซ้ำ ทั้งคุณหมอทั้งพยาบาลแนะนำให้ทำ พี่ก็จะทำนะ ”    เกิดอะไรขึ้นรู้ไหม   “ ก็ตอนที่ผู้รับบริการมาตรวจสุขภาพครั้งแรกไขมันคอเลสเตอรอลอยู่ที่ 300 กว่า  หลังจากที่พยาบาลได้พูดคุยหลังฟังผลการตรวจสุขภาพ  อีกทั้งโทรติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมภายหลัง 2 เดือน และช่วยเป็นกำลังใจกันนั้น  ผู้รับบริการได้ทานยา   คุมอาหารและออกกำลังกายตามที่คุณหมอและพยาบาลแนะนำ จากนั้นมาตรวจเลือดซ้ำอีกครั้ง  เพื่อตรวจระดับไขมัน  พบว่า ไขมันคอเลสเตอรอลตอนนี้อยู่ที่  100 กว่า ๆ แล้วค่ะ  ผู้รับบริการยังเล่าให้ฟังต่อด้วยน้ำเสียงสดชื่นว่า “ ไขมันพี่ที่ลดเร็วคง อาจเป็นเพราะทานยา   แต่ถึงอย่างไร   พี่ตั้งใจไว้แล้วว่า จะคุมเรื่องอาหารและก็ออกกำลังกายต่อไปให้เป็นประจำเลย  และครั้งหน้าที่คุณหมอนัดมาตรวจอีกที แล้วถ้าหากคุณหมอให้หยุดยาได้  พี่ก็พร้อมที่จะทำเพื่อตัวเองแล้ว ”        ฉันได้ฟังประโยคบอกเล่าจากผู้รับบริการ ด้วยหัวใจพองโต    

              เชื่อเถอะค่ะว่า   เราไม่จำเป็นต้องมองเห็นบันไดทั้งหมดในคราวเดียวกัน แต่ขอให้เราก้าวขึ้นบันไดขั้นแรก  และแต่ละขั้นด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ สักวันเมื่อเรามองกลับมา เราก็จะเห็นบันไดทั้งหมดที่เราอยากเห็น และเพื่อนรุ่นพี่คนใหม่ที่มาร่วมงานในแผนกคนนี้แหล่ะค่ะ ที่เปรียบเสมือนแสงสว่างคอยชี้นำทางให้ฉันได้เห็นในสิ่งที่อยากเห็น ได้ทำในสิ่งที่ต้องการทำ และได้สอนให้ฉันรู้จักคำว่าการสร้างเสริมสุขภาพอย่างแท้จริง….
  
                           เล่าเรื่องราวดีดีที่เกิดขึ้นในหน่วยงานโดย

                                  คนตัวเล็ก แต่ใจไม่เล็ก ( นู๋แป๋ม )

                                           แผนกส่งเสริมสุขภาพ

                           ( แผนกที่เรามีความภูมิใจในชื่อแผนกของเรา )

                                                      โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่