เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด/กรมส่งเสริมการเกษตร

ภูมิปัญญาไทยร้อยเอ็ดสารชีวภาพจากมือชาวบ้านปราบเพลี้ยอย่างได้ผล

      ช่วงเสวนาเกษตรกร  ที่ร่มกระบก บ้านยางกลาง  ม.6 ต.เหล่า อ.ทุ่งเขาหลวง  จ.ร้อยเอ็ด เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาคการเกษตร ของกลุ่ม “ศูนย์ส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนบ้านยางกลาง ม.6” คุณสุนันท์  แหล่งสนาม เสนอแนวทางการป้องหันกำจัด “เพลี้ย” ชนิดต่างๆในพืชผัก


      คุณสุนันท์  แหล่งสนาม อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 93 ม.6 บ้านยางกลาง ต.เหล่า  อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด สมาชิกกลุ่ม ให้ความเห็นพร้อมการนำเสนอเก็ดความรู้ในการป้องกันกำจัด 

“เพลี้ยแป้ง เพลี้ยอ่อน”

 ที่ดูดกินน้ำเลี้ยง ในใบพืชผัก หากใช้สารเคมีเป็นอันตรายอย่างยิ่งกับเกษตรผู้ปลูก ผู้บริโภค พืชผักเป็นพืชอายุสั้น 15-25 วัน สามารถเก็บผลผลินได้แล้ว ศัตรูพืชที่สำคัญชนิดหนึ่งคือ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง ที่ดูดกินน้ำเลี้ยงใบพืชผัก อาทิ ผักกาดเขียวปลี ผัดกาดขาวปลี คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้งจัน กะหล่ำปลี พริก มะเขือ แตงกวา  ข้าวโพด ทำให้ใบหงิกงอ ผลผลิตลดลง ตนเองเป็นมืออาชีพ ในการปลูกพืชผัก ชอบมากเพราะ ตนเองมีพื้นที่เพปลูก 1 ไร่ แต่หมุนเวียนในพื้นที่ปลูก 1 งาน จะเขียวขจี งดงาม เก็บผลผลิตส่งตลาดได้ทุกวัน หากใช้สารเคมี เป็นอันตรายถึงชีวิต ทั้งตนเองและผู้บริโภค


      คุณสุนันท์  แหล่งสนาม (คนสวมหมวก)เล่าให้ฟังว่า ตนเองใช้ “มะพร้าวขูด” จำนวน 1 กิโลกรัม ยาสูบ หรือยาเส้น ยาเมา ชาวบ้าน จำนวน 1 กิโลกรัม  คั้นน้ำกะทิให้แตกมัน ไม่จำเป็นต้อนำกากกะทิ มาด้วย แยกออกจากกัน เพราะเมื่อนำไปใช้เศษกากมะพร้าวจะปิดรูหัวฉีด จากนั้น นำยาสูบแช่น้ำ คั้นให้แตกตัวบีบเอาเฉพาะน้ำ นำมาผสมกันเติมน้ำให้ได้จำนวน 1 ปิ๊บหรือ 20 ลิตร หากจะใช้ทันทีเป็นการดียิ่งเพราะฤทธิ์ของยาสูบ มีสูงมาก หากฉีดพ่นถูกตัว เพลี้ยจะหล่นออกจากใบ พืชผักทันที สัดส่วน 1:1 กิโลกรัมเป็นการทำในแปลงปลูกของตนเอง เพราะพื้นที่มาก ใช้ เพียง 1-2 สัปดาห์ แต่เกษตรกรที่มีพื้นที่ จำกัด หัวไร่ปลายนา ใช้ตามสัดส่วน 1:1 ลดลงตามส่วน ผักตนเองสวยงามมาก ไม่มีร่องรอยการทำลายของเพลี้ย ผักใบเขียวเพราะได้สารอาหารชีวภาพ ทางใบด้วย  ข้อสำคัญต้องทำการฉีดพ่น ในช่วงบ่าย ถามว่ามีผลกระทบต่อพืชผักที่ฉีดหรือไม่ ตอบว่ามีเพียงเล็กน้อย หากฉีดพ่นด้วยความเข้มข้นสูง อากาศร้อนจัด หรือ ฉีดพ่นจนเปียกชื้น พืชผักเกิดอาการเพียงเหี่ยวเฉา ในช่วงเวลาฉีดพ่นเท่านั้น  ตอนเช้าจะสดชื่นคืนเหมือนเดิม


      คุณสุนันท์  กล่าวอีกว่า ตนเองปฏิบัติแบบนี้มากว่า 10 ปีแล้ว กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชผัก บ้านยางกลาง ม.6 นำไปใช้แล้วได้ผลอย่างดียิ่ง บางคนทำเก็บไว้ใช้ 3-6 เดือน คือผลิตครั้งเดียวใช้ตลอดช่วงการปลูก พบว่าสามารถเก็บไว้ได้ การออกฤทธิ์ยังคงเหมือนเดิม โดยคุณุนันท์ บอกว่า หากนำไปใช้กับเพลี้ยแป้ง ที่กำลังระบาดในมันสำปะหลัง ตนเองคิดว่า “ใช้ได้ผล” แต่ยังไม่ทดลอง ตำบลเหล่าไม่มีมันสำปะหลัง มีแต่นาข้าวและ พืชผัก 


      วันนี้  “คุณสุนันท์  แหล่งสนาม” กล่าวด้วยความยินดีที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณะกรรมการ “ศูนย์ส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนบ้านยางกลาง ม.6” มีนายพิบูลย์  แพนพา นายอำเภอ ประธานการเสวนาแบบนั่งติดดินกินข้าวนา นายพงษ์ศักดิ์  ลาภา เกษตรอำเภอ นายบุญชู อังกาบ พร้อมสมาชิกกว่า 50 คน ขอดีมีคุณค่า “รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม” ภูมิปัญญาไทย เป็นภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่า ร่วมกันสืบสาน วันนี้ ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลเหล่า ขอเก็บเกร็ดความรู้ภูมิปัญญาไทย “ปิดประกาศเป็นวิทยาทาน” ต่อไป ขอขอบคุณครับ โชคดีมีความสุข ให้สดชื่น ให้หลื่นหมู่ นะคุณสุนันท์ แหล่งสนาม

    วัชรินทร์  เขจรวงศ์/รายงาน
    โทร.085-7567108
    E-mail:[email protected]