ผลของการคิดไวทำไว มีได้ มีเสีย
ผมหายหน้าหายตาจากหน้าบันทึกไปหลายวันครับ เนื่องจากชีพจรลงเท้า ต้องเดินทางไปหลายที่ ในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องงาน และ เรื่องส่วนตัว
การเดินทางแต่ละครั้ง ผมต้องพบปะกับผู้คนที่หลากหลายครับที่จะต้องเข้าไปปะทะสัมพันธ์
ข้อดี คือ ได้ประสบการณ์ที่หลากหลายครับ แต่ข้อจำกัด คือ การพบปะกับผู้คนที่หลากหลาย ที่ไม่คุ้นเคย ประมาณว่ารู้หน้าไม่รู้ใจ บางครั้งบางคน ก็พาให้จิตใจขุ่นข้องหมองจิต ติดขัดไปหมดครับ
โดยเฉพาะลักษณะบุคลิกของผม เป็นคนประเภท "คิดไว ทำไว" ซึ่งการคิดไว ทำไว ดูผ่านๆ ก็ดูเหมือนจะดีครับ ก็มีดีบ้าง แต่ข้อเสียก็ตามมาเพียบ
นั่นคือ ผลของการคิดไวทำไว จากการตัดสินใจในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้คน ได้ผลออกมาในทางรูปธรรมในทางการกระทำที่เห็นผลไว ไม่ยืดเยื้อ ดูภายนอกก็ดูเหมือนกับประสบผลสำเร็จดี แต่ขณะเดียวกันผลในทางจิตใจ ผมคิดว่าน่าจะสร้างความขุ่นมัวให้หลายๆคน โดยเฉพาะตัวผมเอง ต้องยอมรับว่าตัวเองก็มีความขุ่นมัวในใจมากอยู่เหมือนกัน
หลังจากที่ได้กลับมาทบทวนตัวเอง ได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง ผมว่าที่ผมหงุดหงิดฟุ้งซ่านวุ่นวายใจ เพราะความคิดไวของผมเองครับ
เพราะ การคิดไว ทำไว จึงมักชอบเอาความคิดตัวเองไปตัดสินใจคนอื่น และโดยเฉพาะคนที่เราไม่คุ้นเคย ไม่รู้ใจ ก็ยิ่งไม่เป็นการสมควรที่จะทำเช่นนั้น เพราะเมื่อคนอื่นไม่เป็นไปตามที่ใจผมคิด ไม่คิดอย่างที่เราคิด ผมก็ต้องกลับมาเครียดและขุ่นมัวเองครับ
เพราะไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจที่ดี ในการที่จะพบปะกับผู้คนที่หลากหลาย ก็เป็นการผิดพลาดในเบื้องต้นแล้วละครับ แถมยังมาคิดไว ทำไว ในสิ่งที่ไม่ได้เตรียมตัว เตรียมใจมา ก็ยิ่งเพิ่มความผิดพลาดซ้ำสองเข้าไปอีก
ก็ไม่ได้เป็นความผิดที่หนักหนาสากรรจ์อะไรนักหรอกครับในทางโลก เพราะถ้ามองแบบเข้าข้างตัวเองก็ถือเป็นความสำเร็จในทางโลก แต่ในทางธรรมถือว่ายังบกพร่องครับ
ต้องปรับปรุงและทบทวน
ให้ช้าลงมาหน่อย เพื่อถอยมาดูใจ
เรียน ท่านอาจารย์ Small man but Big Think
* ขอบคุณมากครับที่เข้ามาให้กำลังใจด้วยความคิดดีๆ
* คิดไว ทำไว" ไม่ว่ากัน ขอให้ "จิต และ ใจ สร้างสรรค์" ก็ น่า จะ โอ
* ครับ ผมเองพยายามตรวจสอบตัวเองอยู่เสมอครับ ว่าคิดดี ทำดี อย่าไปคิดทำลายคนอื่น แต่บางครั้ง มันก็ไปกระทบกระทั่งบางครับ โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น
เหมือนผมจริง ๆ ครับ ผมเองก็เป็นคนคิดไว ทำไว จนบางครั้งเกิดการผิดพลาดจนได้ ครอบครัวพยายามเตือนผมเสมอว่า ต้องรอบคอบและช้าลงบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยได้ผลครับ เพราะมันเหมือนกับอัตโนมัติครับ คิดปั๊บพอตกผลึกทางความคิดลุยทันที เห็นด้วยครับว่าต้องช้าลงบ้าง คิดถึงท่านรองเสมอครับ วันก่อนไปบรรยายที่คลองใหญ่ ยังถามกับผู้บริหารที่มาร่วมงานถึงท่านรอง หวังว่าคงสบายดีนะครับ
* ครับ แม่บ้านก็เตือนผมอยู่บ่อยๆครับ ว่าทำอะไรให้คิดให้รอบคอบ แต่ก็คงไม่ค่อยได้ผลคล้ายๆกับท่าน ผอ.สมนึกเหมือนกันครับ คือ มันเป็นอัติโนมัติเสียแล้ว
* ก็จะพยายามช้าลงครับ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยม
ต้องปรับปรุงและทบทวน
ให้ช้าลงมาหน่อย เพื่อถอยมาดูใจ
เห็นด้วยจริงๆค่ะท่านรองหนุ่ม(หล่อ)เล็ก จะทำอะไรต้องทบทวนจริงๆงั้นเราก็อาจมองข้ามข้อบกพร่องไปหนาท่าน รักษาสุขภาพด้วยค่ะ อ้อ สพท.ตราดไม่มีเว็บไซด์หรือท่านจะคลิกไปหาไม่ได้เลยค่ะ หนูส่งหนังสือรวมกวีไปให้ท่านไม่ทราบว่าได้รับหรือยัง
กอกินข้าวอิ่มมากเลยค่ะ
เหมือนจะง่วงนอนเลย
จะบ่ายโมงแล้ว มาเยี่ยมท่านรองค่ะ
ต้องสารภาพว่ายังไม่ได้อ่านบันทึกเลยค่ะ
สวัสดีค่ะท่านรอง
ที่เคารพ
* การเดินทาง ทำให้เราได้รับประสบการณ์ และเรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะพบเจอเรื่องที่สวยงาม หรือเรื่องเน่าๆ เราสามารถเก็บเกี่ยว และนำมาถอดบทเรียนให้กับชีวิตทั้งทั้งสิ้น
* แต่เรื่องที่ทำให้เราขุ่นมัว ไม่ควรเก็บไว้กับตัวนานๆ นะคะ เพราะนั่นเท่ากับเรากอดมันไว้ กอดจนแน่นฝังลึกเข้าใจไปใจของเรา เราก็จะทุกข์ไม่มีที่สิ้นสุด
* การหยุดทบทวนตนเอง จะทำให้เราคิดหาทางออกให้กับปัญหาได้ อย่างมีสติรู้เท่ากันค่ะ และรอบคอบระมัดระวัง กาย วาจาใจมากขึ้น
* และหากเราไม่สามารกแก้ไขคนอื่นได้ เราก็แก้ไขที่ตัวเราเอา เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า "จงเดินอ้อมภูเขา ดีกว่าการยกภูเขาออก"
* ด้วยความเคารพและระลึกถึงค่ะ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยม หนังสือได้รับหลายวันแล้วครับ
โบราณว่า "กินแล้วนอน พักผ่อนกายาครับ"
(กินแล้วนั่ง เมื่อยหลัง..... )
ขอบคุณมากครับ
* การเดินทาง ทำให้เราได้รับประสบการณ์ และเรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะพบเจอเรื่องที่สวยงาม หรือเรื่องเน่าๆ เราสามารถเก็บเกี่ยว และนำมาถอดบทเรียนให้กับชีวิตทั้งทั้งสิ้น
( ครับ การเดินทาง ก็เจอทั้งเรื่องที่ดี และ เรื่องที่ไม่ดีครับ ทุกประสบการณ์ ก็คงจะต้องเก็บเกี่ยวมาเป็นบทเรียนชีวิตครับ)
* แต่เรื่องที่ทำให้เราขุ่นมัว ไม่ควรเก็บไว้กับตัวนานๆ นะคะ เพราะนั่นเท่ากับเรากอดมันไว้ กอดจนแน่นฝังลึกเข้าใจไปใจของเรา เราก็จะทุกข์ไม่มีที่สิ้นสุด
(เรื่องขุ่นมัว ว่าจะไม่คิด แต่ก็เผลอคิดอยู่เรื่อยครับ ตอนนี้ หยุดคิดลงได้มากแล้วครับ)
* การหยุดทบทวนตนเอง จะทำให้เราคิดหาทางออกให้กับปัญหาได้ อย่างมีสติรู้เท่ากันค่ะ และรอบคอบระมัดระวัง กาย วาจาใจมากขึ้น
(มีเวลาว่าง ผมมักจะหยุดทบทวนตัวเองครับ)
* และหากเราไม่สามารกแก้ไขคนอื่นได้ เราก็แก้ไขที่ตัวเราเอา เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า "จงเดินอ้อมภูเขา ดีกว่าการยกภูเขาออก"
(ครับ คงต้องแก้ที่ตัวเองครับ)
ขอบคุณครูใจดีมากครับ สำหรับข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ มีคุณค่า ช่วยเสริมเติมเต็มทั้งความคิด และ จิตใจ ได้มากครับ
ที่ว่า "ทำอะไรให้คิดช้าๆอีกนิด เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ คิดช้าๆลงอีก เพื่อความไม่ขุ่นมัว"
อ่านแล้วได้มุมคิดที่ดีเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ค่ะ
ขอบคุณมากๆ
ทำอะไรให้คิดช้าๆอีกนิด เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ คิดช้าๆลงอีก เพื่อความไม่ขุ่นมัว"
ดีมากเลยครับ ขอบคุณครับ
นับถือ...การที่อาจารย์วิจารณ์ตัวเอง เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สมกับเป็นคุณครูจริงๆ ขอสมัครเป็นลูกศิษย์ (รุ่นใหญ่สักหน่อย) ติดตาม Blog ของอาจารย์อีกคน...คงไม่ว่ากัน
ภาพนี้เย็นสบายดีค่ะ...
ผมเองข้อดีก็พอมี ข้อเสียก็มากมายครับ บางครั้งที่เราคิดว่าเราทำดี ทำถูก แต่จริงๆแล้ว เราทำผิดโดยไม่รู้ตัวครับ ต้องกลับมาทบทวน
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และภาพเย็นๆในวันที่ร้อนๆ