การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๖๑) ครั้งนี้จะมีความชัดเจนในการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่มีเป้าหมาย ๔ ข้อ

รมว.ศธ.เปิดอบรมการพัฒนาคุณภาพการศึกษาผ่านระบบสารสนเทศ ที่นครศรีธรรมราช

 

โรงแรมทวินโลตัส จ.นครศรีธรรมราช - นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการอบรมสัมมนาการพัฒนาคุณภาพการศึกษาผ่านระบบสารสนเทศ เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๓ โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนใน ๑๖ จังหวัดภาคใต้เข้ารับการอบรมสัมมนาจำนวน ๖๕๕ คน

 

รมว.ศธ.กล่าวว่า การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๖๑) ครั้งนี้จะมีความชัดเจนในการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่มีเป้าหมาย ๔ ข้อ คือ

๑) การสร้างคนไทยยุคใหม่ ที่รู้เท่าทันโลก แต่ยังคงมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย เคารพตนเอง เคารพผู้อื่น เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน

๒) ครูยุคใหม่  ที่จะมีการผลิตและพัฒนาครูพันธุ์ใหม่ทั้งระบบ ให้ครูได้มีโอกาสเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น มีทุนการศึกษาระดับปริญญาโทโดยเฉพาะในสาขาที่จำเป็น และจะมีการจัดตั้งศูนย์เครือข่ายการผลิตครู ๕ ศูนย์ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ พร้อมกับการปรับปรุงหลักสูตรขนานใหญ่ ให้ผู้เรียนมีเวลาเรียน ๗๐% อีก ๓๐% ได้มีโอกาสทำกิจกรรมนอกห้องเรียน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงระบบการเรียนการสอน การประเมินผล ที่สำคัญคือจะมีการปรับเพิ่มเงินวิชาชีพครู เหมือนอาชีพหมอ หากไม่ประกอบคลินิกส่วนตัวก็จะได้รับเงินเพิ่มเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท

๓) สถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ โดยจะยกระดับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา ให้เป็นเครือข่ายทางการศึกษาระดับชาติ โดย ศธ.จะลงทุนมากถึง ๒,๓๐๐ ล้านบาทเพื่อสร้างโครงข่ายพื้นฐานระบบ Fiber Optics ไปยังสถานศึกษาทุกระดับทุกประเภททั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงศูนย์การเรียนรู้ชุมชน โรงเรียนดีประจำตำบล กศน.ตำบล ภายในระยะเวลา ๓ ปี นอกจากนั้นจะมีการพัฒนาซอฟต์แวร์การเรียนรู้ระบบ 2 Ways Interactive e-Learning เข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยครูในการจัดการเรียนรู้และจะมีช่อง Teacher Channel และ Student Channel ที่จะปรับเปลี่ยนมาจาก Tutor Channel เพื่อไม่ได้มุ่งหวังให้เป็นช่องที่เรียนกวดวิชาอย่างเดียว แต่จะเป็นช่องที่ช่วยเติมเต็มการเรียนการสอนทุกกลุ่มสาระ ให้นักเรียนทุกคนทั่วประเทศได้มีโอกาสเรียนรู้จากครูที่เก่งๆ ในทุกเวลาและทุกสถานที่ ส่วนการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีนั้น ศธ.ได้เปิดให้มีคลังความรู้สู่ความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี (Clearing House) มาช่วยพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านนี้ โดยร่วมกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (International Institute for Trade and Development - ITD) ไปแล้วเมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๓

๔) การบริหารจัดการใหม่  การทำงานทั้งหมดดังกล่าวนี้ จะเป็นเรื่องท้าทายระบบการบริหารจัดการรูปแบบใหม่ ที่จำเป็นต้องวางรากฐาน ระบบต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างชัดเจน โดยนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยจัดการเรียนรู้และการบริหารจัดการ จึงยืนยันว่าจะไม่ให้การปฏิรูปการศึกษาในครั้งนี้ล้มเหลว และมีเวลาเสร็จสิ้นแน่นอน เพื่อให้การศึกษาเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน.

อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/websm/2010/mar/095.html