ได้ชื่อบันทึกนี้ขึ้นมาเพราะมีเหตุให้คิดถึงปัญหาที่พบเจอในชีวิตการงาน เมื่อมีปัญหาก็ทำให้จิตใจไม่โปร่งใส เมื่อจิตใจขุ่นข้องก็ทำให้ทำงานแบบหัวสมองมีเรื่องครุ่นคิด คิดไปคิดมาก็เริ่มเห็นปัญหา ว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่เป็นปัญหานั้น เกิดขึ้นเพราะเราอยาก"ได้" เมื่อไม่"ได้"ก็เลยเป็นที่มาของความขัดข้องที่ติดอยู่ในหัวสมอง

ความจริงก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะอยาก"ได้"อะไรนักหนาหรอกนะคะ เพียงแต่คิดเอาว่าหากเรา"ได้"ในสิ่งที่เราคาด เราจะ"ให้"ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ แต่เมื่อมีปัญหาติดขัด ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนวุ่นวายเดือดร้อน ก็มาย้อนคิดว่า ความจริงถ้าเราอยากจะ"ให้"เสียอย่าง ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก ทำได้เสมอ ทำได้เลยไม่ต้องขึ้นกับอะไรหรือใคร ปัญหาทั้งหลายนี้เกิดเมื่อเราคิดจะ "ได้"นั่นเอง

คิดเปรียบเทียบกับอีกหลายสิ่งหลายอย่างรอบตัว รวมทั้งในสังคมวงกว้างก็ยิ่งเห็นความจริงนี้ว่า ปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้น ที่มีอยู่นี้ น่าจะเป็นเพราะมีความอยาก "ได้" กันมากกว่าอยาก"ให้"นี่เอง เพราะถ้าเราทำอะไรเพื่อ"ให้" ก็คือทำโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ทำเพราะรู้ว่าเป็นหน้าที่ที่ควรทำ ทำเพราะคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม ทำเพราะรู้ว่าตัวเรามีศักยภาพที่จะทำได้ เราจะทำได้ทันทีไม่มีปัญหาใดๆให้ต้องคิดมาก ทุกอย่างลงมือทำได้ทันที ทุกที่ ทุกสถานการณ์เราเป็นผู้ให้ได้เสมอ ทำแล้วผลดีที่เกิดขึ้นควรจะเป็นรางวัลที่เราพอใจที่ได้ทำสิ่งนั้นๆ ไม่ใช่การคาดหวังว่าจะ"ได้"อะไรกลับมา คุ้มหรือไม่คุ้มกับสิ่งที่เราทำ  

แต่เรื่องใดก็ตามที่เราต้องวางแผน ต้องตั้งกฎเกณฑ์ ต้องมีข้อแม้ก่อนที่จะทำ เราจะเห็นได้ว่ามักจะเป็นเรื่องที่เราจะทำเพื่อให้ "ได้"อะไร ถ้าเป็นเรื่องเพื่อส่วนรวมก็คงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมี แต่เมื่อเป็นเรื่องของบุคคล เป็นเรื่องส่วนตัวแล้ว การทำอะไรเพื่อให้"ได้"นั้น เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาจริงๆ เมื่อ"ได้"ตามที่คาดหวัง เราก็จะอยาก"ได้"เพิ่มขึ้นในขั้นต่อๆไปไม่รู้จบ เมื่อ"ไม่ได้"ดังใจหวัง ก็เป็นเหตุแห่งความขัดข้องหมองใจ ไม่มีความสุข

เพราะฉะนั้น คิดใหม่ได้แล้วค่ะว่า แล้วเราจะไปทำให้ตัวเองทุกข์ทำไม ความอยาก"ได้"ไม่ใช่ความสุขและยังดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งปัญหาไม่รู้จบ ทำสิ่งที่ทำได้ง่ายๆ ทำได้เสมอไม่มีใครห้ามต่อไปดีกว่า เราเองเป็นคนเลือกได้นี่นาไม่ใช่ใครที่ไหนเลย